ม่านการเมือง

โพล!! ในสายตา “คนรุ่นใหม่” พรรคการเมืองใหม่มาแรง

เลือกตั้งไม่ว่าจะในพื้นที่ไหน ยังไม่มีใครการันตีได้ว่า จะชนะเลือกตั้ง ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันลงคะแนนตัดสิน

ผลโพลของบ้านสมเด็จโพล สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เดือนกุมภาพันธ์ 2562 เกิดความพลิกผันครั้งใหญ่ในสนามเลือกตั้งส.ส.กรุงเทพฯ

เมื่อกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ จะเลือกพรรคอนาคตใหม่ ถึงร้อยละ 37.8 อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.9 อันดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 15.4 อันดับ 4 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 10.6 อันดับ 5 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.2

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างเห็นว่า คนที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุดคือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 36.6 อันดับ 2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 18.4 อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.8 อันดับ 4 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 11.0  อันดับ 5 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หนึ่งในรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 5.0

เปลี่ยนแปลงไปจากผลสำรวจเดือนมกราคม 2562 ที่นายอภิสิทธิ์ มีคะแนนนำสูงสุดในกลุ่มคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ร้อยละ  25.3 อันดับ 2 คือพล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 20.1 อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ ร้อยละ 12.1 ขณะที่นายธนาธร อยู่อันดับ 4 ที่ร้อยละ 9.3 เท่านั้น

ส่วนพรรคการเมืองจากผลสำรวจเดือนมกราคม 2562 อันดับ 1 เป็นพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 26.1 อันดับ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 24.1 อันดับ 3 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ14.1 ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ อยู่อันดับ 4 ร้อยละ 7.5

การขยับขึ้นอย่างพรวดพราดของคะแนนนิยมในตัวนายธนาธร รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะส่งผลถึงนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ โดยตรง เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมา สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ถือเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด แม้บางครั้งบางช่วง คนกรุงเทพฯจะหันไปสนับสนุนพรรคการเมืองอื่น แต่สุดท้ายก็กลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งในการเลือกตั้ง 2 ครั้งหลังสุด เมื่อปี 2550 และ 2554 พรรคประชาธิปัตย์เอาชนะพรรคคู่แข่งอย่างพลังประชาชนและเพื่อไทยได้อย่างขาดลอย 27 ต่อ 9 และ 23 ต่อ 10 ตามลำดับ

 

การเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี นับตั้งแต่การเปิดให้สมาชิกพรรคสามารถโหวตเสียงเลือกหัวหน้าพรรคได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังซุ่มทำสำรวจคะแนนนิยมของอดีตส.ส.ในแต่ละภาคเป็นระยะๆ รวมทั้งในกรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบความนิยมของแต่ละคน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีเค้าลางเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน โดยเฉพาะการโดน “พลังดูด”จากพรรคการเมืองใหญ่ ที่มุ่งหวังเจาะพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯเช่นกัน พรรคพลังประชารัฐนั้น ใช้วิธีดึงอดีตส.ก. อดีตส.ข.รวมทั้งอดีตผู้สมัครส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ รวมแล้วนับสิบคน ส่งลงสมัครในสนามใหญ่ชิงส.ส.กทม.กับพรรคต้นสังกัดเดิม

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินภายใน เชื่อว่าส่วนใหญ่จะยังรักษาเก้าอี้ส.ส.ไว้ได้ โดยเฉพาะกรุงเทพฯชั้นใน และพื้นที่ฝั่งธน ซึ่งเป็นฐานเสียงที่แน่นหนาของพรรคประชาธิปัตย์ แม้แต่นายณัฐพล ทีปสุวรรณ อดีตผอ.พรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ยอมรับว่า พื้นที่ชั้นในของปชป. พรรคอื่นเจาะยาก

แต่สุดท้าย พรรคที่จะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ หากดูจากบ้านสมเด็จโพล กลับจะเป็นพรรคอนาคตใหม่ที่เพิ่งจะก่อตั้งได้ไม่นาน นายธนาธร หัวหน้าพรรค ก็เพิ่งจะเข้าสู่การเป็นนักการเมืองอาชีพเต็มตัว ขณะที่ผู้สมัครส.ส.กรุงเทพฯของพรรคอนาคตใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นคนใหม่ๆทั้งสิ้น เทียบชื่อชั้นไม่ได้เลยกับผู้สมัครส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า สาเหตุที่ผลสำรวจของเดือนกุมภาพันธ์ นายธนาธรมาแรง เนื่องจากในช่วงการทำสำรวจ จะมีข่าวสารเรื่องของนายธนาธรออกมาค่อนข้างมาก รวมทั้งการตกเป็นเป้าโจมตีในหลายเรื่อง คนกรุงเทพฯซึ่งมักอ่อนไหวไปกับกระแสข่าว จึงสงสารและเทคะแนนให้

แต่ทั้งนี้ ต้องรอดูผลสำรวจของบ้านสมเด็จโพลที่จะทำอีกประมาณ 2 ครั้งก่อนจะถึงวันเลือกตั้งว่า คะแนนนิยมจะยังอยู่ที่นายธนาธร หรือจะสวิงไปสนับสนุนคนอื่นที่อาจจะมีข่าวสารหรือตกเป็นเป้าวิจารณ์ในช่วงระหว่างการสำรวจก็เป็นได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ระหว่างนี้ เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องรีบหาข้อสรุป หรือศึกษาจากบทเรียน หากยังหวังจะเป็น “แชมป์”ส.ส.กรุงเทพฯ ต่อไป