มีอะไรในกอไผ่

มีอะไรในกอไผ่ : โผทร. 61 มีอะไรในกองทัพเรือ เมื่อฉลามรุ่น 18 ต้องห้ำหั่นกันเอง(อีกแล้ว) 

การโยกย้ายนายทหาร แต่ละปีเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายจับจ้อง เพราะต่างวิเคราะห์ ไปต่างๆ นานาว่าใครจะได้ขึ้นมาครองตำแหน่งใหญ่ของแต่ละเหล่าทัพ แต่เรียกว่าปีนี้ แคนดีเดทเยอะ จนทำให้โผยังไม่ยอมนิ่งเสียที

จับอาการยิ้มย่องหน้าผ่องใสของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ใหญ่คสช.และบูรพาพยัคฆ์ และอาการของพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ว้ากนักข่าวว่า บัญชีโยกย้ายทหารเป็นเรื่องของนายกฯกับรัฐมนตรีกลาโหม ไม่เกี่ยวกับสื่อ เห็นชัดว่า บัญชีโยกย้ายนายทหาระดับนายพลปีนี้ น่าจะลงตัวแล้ว และน่าจะมีบางส่วนไม่ตรงกับข้อมูลที่สื่อหลายสำนักออกมาวิเคราะห์

กลาโหม ,กองบัญชาการกองทัพไทย ,กองทัพบก ,กองทัพอากาศ แว่วว่านิ่งสนิทแล้ว มีที่ยังมีอะไรในกอไผ่อยู่บ้างก็น่าจะเป็นกองทัพเรือ ซึ่งแม้จะชัดมาก แต่ก็ยังไม่ถือว่านิ่งซะทีเดียว

ส่วนหัวของทร.ปีนี้ แคนดิเดท ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเตรียมทหารรุ่น 18 ทั้งหมด ไล่มาจาก พลเรือเอกโสภณ วัฒนมงคล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ,พลเรือเอกลือชัย  รุดดิษฐ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ และพลเรือเอกพิเชฐ ตานะเศรษฐ เสนาธิการทหารเรือ

พลเรือเอกโสภณ หรือ บิ๊กนวล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ล่าสุดน่าจะหลุดวงโคจรออกไปแล้ว เพราะเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมรุ่นอีก 2 คน  คือ พลเรือเอกลือชัยและพลเรือเอกพิเชษฐ์แล้ว ถือว่าองค์ประกอบด้านปัจจัยส่งของ “บิ๊กนวล” ยังห่างไกลจาก “บิ๊กลือ”พลเรือเอกลือชัย  และ “บิ๊กตุ๋ย”  พลเรือเอกพิเชฐ มาก

พลเรือเอกลือชัย พลาดหวังมาแล้วในปีที่ผ่านมา เมื่อ “บิ๊กณะ” พลเรือเอกณะ อารินิจ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ เลือกที่จะเสนอชื่อ “บิ๊กนุ้ย” พลเรือเอกนริส ประทุมสุวรรณ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ เพราะเห็นว่า บิ๊กลือ ซึ่งมีอายุราชการยาวถึงปี 2563 ยังน่าจะรอได้

ปีนี้ จึงเป็นปีที่หลายฝ่ายเชื่อว่า บิ๊กลือ น่าจะขึ้นหัวแถวของกองทัพเรือแบบไร้คู่แข่ง ทั้งอาวุโสและความเหมาะสมในหลายๆเรื่อง และนัยว่า เพื่อชดเชยความผิดหวังเมื่อปีที่แล้ว

แต่ที่สุด ความแน่นอน ก็ เป็นความไม่แน่นอนอีกครั้ง เมื่อช่วงหลัง บิ๊กตุ๋ย พลเรือเอกพิเชฐ เพื่อนร่วมรุ่น  ถูกผบ.ทร.เรียกใช้ในงานสำคัญหลายครั้ง ขณะที่บิ๊กลือเองก็ไม่ปรากฏตัวในงานสำคัญหลายงานของกองทัพ

จุดเปลี่ยนเรื่องนี้ ทำให้สปอตไลท์เริ่มจับไปที่พลเรือเอกพิเชฐ ในฐานะเสนาธิการทหารเรือมากขึ้น

เจ้าตัวแม้จะพยายามลดบทบาท และเก็บตัวมากกว่าเดิม เพื่อลดแรงเสียดทาน และลดแรงกดดัน แต่ยิ่งเงียบ ก็เหมือนยิ่งชัด เมื่อโผเดือนสิงหาคม ทุกบทวิเคราะห์พุ่งเป้าเทน้ำหนักไปที่พลเรือเอกพิเชฐ

ปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ทั้งปัจจัยจากอดีตผู้บังคับบัญชา ครูอุ๊ พลเรือเอกสถิรพันธ์ เกยานนท์ เตรียมทหารรุ่น 6 รุ่นเดียวกับพลเอกประวิตร ที่ให้ความเอ็นดู “บิ๊กตุ๋ย” มาตั้งแต่ยังอยู่ในกองทัพ แม้ปัจจุบันก็เชื่อว่า ครูอุ๊ของทร. ก็ยังคงเอ็นดู “บิ๊กตุ๋ย” ไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากปัจจัยนี้แล้ว โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ยังเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ด้วย เนื่องเพราะโครงการนี้ทร.จะเป็นหน่วยหลักในฐานะเจ้าของพื้นที่ ซึ่งจะต้องให้การสนับสนุนเต็มกำลังเพื่อผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จ

การคัดเลือกผู้บัญชาการทหารเรือ และคัดเลือกผู้นำหน่วยของทร.ในพื้นที่ภาคตะวันออก จึงจำต้องคัดเลือกบุคคลากรที่สามารถบริหารจัดการร่วมกับหน่วยหลักในภาครัฐ ที่จะลงมาบริหารจัดการโครงการได้อย่างลงตัว

พลเรือเอกพิเชฐ ที่ถูกมองว่ามีความนุ่มนวล และมีความสามารถในการประสานสิบทิศ และเป็นที่รู้จักของอดีตผู้บังคับบัญชาของทร.หลายคนที่จะมีชื่อในหน่วยงานนี้ จึงถูกมองว่า มีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่า “บิ๊กลือ”

สูตร 1-2 หรือ 16 เป็นก่อน  1 ปี ตามด้วย  18 อีก 2 ปี ที่ถูกวิเคราะห์ไว้ก่อนนี้ คือ  พลเรือเอกนริส ประทุมสุวรรณ เตรียมทหารรุ่น 16 ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ 1 ปี ต่อด้วย พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ เตรียมทหารรุ่น 18 อีก  2 ปี   จึงน่าจะถูกยกเลิก ส่วนจะหันมาใช้สูตร 1-1-1 คือ  16-18-18   บิ๊กนุ้ย-บิ๊กตุ๋ยและบิ๊กลือหรือไม่ ก็ยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องเพราะมีการหยิบยกสูตร 1-1-1 ที่เป็น  16-18-19 ขึ้นมาพูดถึงด้วย

ซึ่งหากเป็นสูตรนี้นั่นหมายถึง “บิ๊กลือ” ไม่เพียงอกหัก 2 ปีติด แต่ยังจะพลาดต่อเนื่องไปถึงปีหน้าอีกด้วย และนั่นหมายถึง “บิ๊กลือ” อาจไม่ได้เกษียณในกองทัพเรือ แต่อาจจะต้องโยกตัวเองไปเกษียณในหน่วยอื่น ที่อาจจะเป็นกลาโหม หรือกองบัญชาการกองทัพไทย

เรื่องราวที่จะมีอะไรในกอไผ่ ก็ต้องรอบัญชีรายชื่อที่ออกมาอย่างเป็นทางการว่า ใครจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของกองทัพเรือในเดือนตุลาคมนี้