ตำรวจคาดจะส่งฟ้องมือฆ่าหั่นศพน้องเมย์ ได้ภายในเดือนนี้

ตำรวจเตรียมส่งฟ้องมือฆ่าหั่นศพนอ้งเมย์ สิ้นเดือนนี้

ความคืบหน้าคดีนายธนกฤต หรือ วุธ ประกอบ อายุ 36 ปี ฆ่าหั่นศพ น.ส.ลักษณา หรือ เมย์ กำลังเก่ง อายุ 24 ปี อดีตพนักงานบัญชี บริษัททำป้ายโฆษณาแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ล่าสุดทีมข่าวสปริงนิวส์ ได้สอบถามความคืบหน้ากับ พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไว้จนเกือบครบสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงผลการตรวจสารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ จากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อเปรียบเทียบ ดีเอ็นเอ ของนายธนกฤต กับถุงที่ใช้ห่อศพ และวัตถุพยานในคดี เพราะคดีนี้แม้ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่การทำคดีของตำรวจต้องรัดกุม เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน

พ.ต.อ.ชาญวิทย์ กล่าวว่าหากได้ผลการตรวจดีเอ็นเอ อย่างเป็นทางการมาภายในสัปดาห์นี้ พนักงานสอบสวนจะสามารถสรุปสำนวนการสอบสวน พร้อมความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ภายในสิ้นเดือนนี้อย่างแน่นอน โดยตำรวจแจ้งดำเนินคดีกับนายธนกฤต คือข้อหาในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นย้ายทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนการกระทำของนายธนกฤต จะเข้าข่ายกระทำผิดตามข้อหา ฆ่าคนตายโดยทารุณโหดร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ซึ่งมีอัตราโทษประหารชีวิตสถานเดียว หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล เพราะคำรับสารภาพของนายธนกฤต ที่ระบุว่าใช้ค้อนทุบศรีษะ น.ส.ลักษณา จำนวนหลายครั้งจนถึงแก่ความตาย เป็นเพียงคำให้การของผู้ต้องหาเพียงฝ่ายเดียว เกรงว่าหากตำรวจแจ้งข้อหานี้ อาจจะเป็นช่องทางต่อสู้ของผู้ต้องหา ซึ่งสุดท้ายแล้วศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินคดีในคามผิดตามมาตรา 289 ด้วยหรือไม่

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน