เหยื่ออดีตผู้การจังหวัดเลย หลอกนำเงินไปลงทุนกว่า 230 ล้านบาท

06 ก.ย. 2561 เวลา 4:18 น.

ตั้งแต่ต้นปี 2560 มีข้าราชการตำรวจในจังหวัดเลยกว่า 200 นาย หลงเชื่อผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ด้วยการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ แล้วรวมกันนำเงินมามอบให้ผู้ที่พวกเขาเรียกว่า ”นาย” นำไปลงทุนกว่า 230 ล้านบาท เพื่อหวังจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น แต่สุดท้ายกับถูกหลอก ทำให้ตำรวจหลายคนเกิดความเครียด และมีตำรวจบางนายเครียดหนักถืงขั้นเสียชีวิต

เหยื่อโครงการบริหารหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย

นางวรวีร์ โพธิ์ศรี ภรรยา ร้อยตำรวจเอกสมเผ่า โพธิ์ศรี รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรปากชม จังหวัดเลย พร้อมข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่ตกเป็นเหยื่อเข้าร่วมโครงการบริหารหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เข้ามอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจ พลตำรวจตรีสุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังนางวรวีร์ ทราบข่าวว่าจะมีตำรวจจากส่วนกลางลงมาสืบสวนทำคดีฉ้อโกงข้าราชการตำรวจและประชาชน

ทีมข่าวสปริงนิวส์ตามไปบ้านพักของนางวรวีร์ ในตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย พบว่าที่บ้านยังคงจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพร้อยตำรวจเอกสมเผ่า โดยมีเพื่อนข้าราชการตำรวจและญาติมาร่วมงาน นางวรวีร์กล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ร้อยตำรวจเอกสมเผ่า ซึ่งเป็นสามีหลงเชื่อคำชักชวนของพลตำรวจตรีสุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่มาชักชวนให้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการหนี้ตั้งแต่ต้นปี 2560 จึงไปกู้เงินมาเกือบ 2,000,000 บาท เพื่อเข้าร่วมโครงการเพราะหวังว่าชีวิตหลังเกษียณอายุราชการในปีนี้ จะใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวโดยไม่ลำบาก

แต่แล้วความฝันที่วาดไว้ก็ต้องพังทลาย เมื่อทราบว่าอดีตนายตำรวจที่ร้อยตำรวจเอกสมเผ่า เรียกว่า ”นาย” นำเงินกว่า 200,000,000 บาท ที่ได้จากลูกน้องไปลงทุนจนหมด ปล่อยให้ลูกน้องต้องเผชิญชะตากรรมรับสภาพทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่ที่เพิ่งกู้ยืมมาลงทุน จนท้ายที่สุดร้อยตำรวจเอกสมเผ่า เกิดความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา

มีบุคคลในกระบวนการยุติธรรมระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง

คดีนี้แม้ตำรวจภูธรภาค 4 จะสืบสวนทำคดีจนสามารถแจ้งข้อกล่าวหา พลตำรวจตรีสุทิพย์ และผู้เกี่ยวข้องได้ แต่จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้ไม่ใช่เครื่อข่ายเล็ก เพราะมีบุคคลในกระบวนการยุติธรรมระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโยลีสารสนเทศ เข้าร่วมสืบสวนทำคดีให้ถึงที่สุด

สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนในการสืบสวนทำคดีนี้คือตำรวจและ ปปง.ต้องเร่งติดตามยึดทรัพย์สินของเครื่อข่ายผู้ต้องหา เพื่อเข้าสู้กระบวนการตามกฎหมายยึดทรัพย์ และนำทรัพย์ทั้งหมดขายทอดตลาดเพื่อเยียวยาให้กับกลุ่มผู้เสียหาย ที่ในขณะนี้มีอีกหลายครอบครัวที่กำลังจะมีสภาพไม่ต่างจากครอบครัวโพธิ์ศรี ที่ต้องเผชิญชะตากรรมอยู่ในขณะนี้