"หนุ่มกัมพูชา" ขอโทษกุข่าวปลอม "บิ๊กตู่" ไล่ให้เติมน้ำเปล่าแทนดีเซล [คลิป]

17 ก.ย. 2561 เวลา 13:23 น.

ปอท.ส่งสำนวนคดี "หนุ่มกัมพูชา" ความผิด พรบ.คอมพ์ฯ นำข้อมูลเท็จ เผยแพร่ข่าวปลอมอ้างบิ๊กตู่ไล่เติมน้ำเปล่าแทนดีเซล ให้อัยการเพื่อพิจารณาสั่งคดีแล้ว

พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อม พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำ นายรัตนะ เฮง สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน อีกครั้ง ก่อนควบคุมตัวไปส่งฟ้องอัยการ พร้อมผู้ต้องหาชาวไทย 6 คนที่แชร์ข่าวปลอมพาดหัวว่า “บิ๊กตู่ฟิวขาดด่ากราด ไล่ให้เติมน้ำเปล่าแทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก”

สำหรับ นายรัตนะ เฮง ผู้ต้องหาชาวกัมพูชารายนี้ เป็นเจ้าของหรือแอดมินเว็บไซด์ Ratstas.com ที่มีการผลิตและนำเข้าสู่ระบบบิดเบือนสร้างข่าวปลอมว่าท่านนายกรัฐมนตรีไล่คนไทยไปเติมน้ำเปล่าแทนน้ำมันที่ราคาแพง ทาง บก.ปอท.ได้สืบสวนสอบสวนจนออกหมายจับนายรัตนะ เฮง และ นายหลุยส์ ชาวกัมพูชา ร่วมกับผลิตข่าวปลอมและนำเข้าสู่ระบบคอมพ์ฯ พร้อมกับได้ออกหมายเรียกคนไทย จำนวน 6 ราย ที่เป็นผู้แชร์ข่าวปลอมจากเว็บไซด์ดังกล่าว วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกและนำตัวนายรัตนะ เฮง และคนไทย 6 คน มาพบเพื่อไปส่งให้อัยการพร้อมสำนวนคดีให้ดำเนินการตามขึ้นตอนตามกฎหมายต่อไป

โดยการสอบสวน “นายรัตนะ” อ้างว่า เว็บไซต์ดังกล่าวจดทะเบียนในนามของตนจริงที่ประเทศกัมพูชา โดยเพื่อนชื่อหลุยส์ เป็นผู้ขอให้เปิดเว็บไซต์ดังกล่าวให้ โดยนายรัตนะไม่มีส่วนรู้เห็นกับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบแต่อย่างใด และขอโทษกับเรื่องราวที่สร้างความเสียหายให้กับทางรัฐบาล จากการตรวจสอบประวัติการเงินพบว่ามีรายได้เข้าบัญชีของนายรัตนะ ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการที่มีคนกดไลค์ กดแชร์ติดตามข่าวสาร รวมทั้งพบบทสนทนาระหว่างนายหลุยส์กับนายรัตนะพูดคุยกัน โดยที่นายหลุยส์ขอให้นายรัตนะ ทำการปิดเว็บไซต์หลังถูกทางการไทยติดตาม

พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ยัง ฝากเตือนผู้ใช้โซเชียลว่า การรับและส่งข้อมูลทางโซเชียลต้องรอบคอบคิดให้ดีก่อนส่งหรือแชร์ต่อ ควรตรวจสอบว่ามีความจริงมากน้อยเพียงใด สำหรับอัตราโทษคนแชร์ข่าวปลอมมีอัตราโทษสูงเท่ากับคนนำเข้าสู่ระบบ คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด