DSI เสนออัยการยุบมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ฟันผิดฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น [คลิป]

DSI มีความเห็นทางคดีพิเศษ ในคดีพิเศษที่ 24/2560 กรณีการกล่าวโทษมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) และกรรมการ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการดำเนินคดีอาญากับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหลอกลวงให้นำเงินมาฝากที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง และเมื่อประชาชนหลงเชื่อและได้นำเงินมาฝากแล้วได้มีการกระทำการทุจริตในสหกรณ์ มีการนำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ไปโดยไม่ชอบ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินคดีฟอกเงินต่อเนื่องอีกหลายคดี ซึ่งรวมถึงคดีวัดพระธรรมกายที่ได้สรุปสำนวนส่งสำนักงานอัยการคดีพิเศษและอัยการคดีพิเศษได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว นั้น

ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการฟอกเงินข้างต้น กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงินได้สอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2560 กรณีนายธรรมนูญ อัตโชติ กับพวก ร้องทุกข์/กล่าวโทษให้ดำเนินคดีฟอกเงินกับมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูงในพระอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) และกรรมการมูลนิธิฯ ที่ได้รับเงินจำนวน 125 ล้านบาท จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก กระทำทุจริต เซ็นต์เช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยไม่มีมูลหนี้ต่อกัน

ทางการสอบสวนมีข้อมูลเพียงพอแจ้งข้อกล่าวหานางวรรณา จิรกิติ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และนางสาวอารีพันธุ์ ตรีอนุสรณ์ (เสียชีวิต) กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ ผู้ถูกกล่าวหา ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (3), 5, 9 และ 60

ขณะที่ทางด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยว่า คดีพิเศษที่ 24/2560 นั้น คณะพนักงานสอบสวนเห็นควรกล่าวโทษมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และกรรมการ มีความผิดในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนั้น มูลนิธิฯ ยังดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ก่อตั้งมูลนิธิฯ จึงเสนอให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลสั่งให้ยุบมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และขอศาล สั่งให้ทรัพย์สินมูลนิธิฯ ตกเป็นของแผ่นดิน โดยทรัพย์สินบางส่วน ปปง.ได้ยึดอายัดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ด้านนางวรรณาฯ ผู้ถูกกล่าวหา ได้เข้าชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหาและยื่นพยานหลักฐานกับทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้ว โดยที่การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นทางคดี เพื่อจะได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ถูกกล่าวหาไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ พิจารณาดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

อนึ่ง เนื่องจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิว่ากระทำการขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจในการดำเนินการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 131 (2) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงเสนอเรื่องต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป