ข่าว

ออกหมายจับ! “บอส กระทิงเเดง” เบี้ยวพบอัยการ-ขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดน 

วันที่ 27 เม.ย.60 เวลา 14.00 น.ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงถึงคดีที่ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงเเดงขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่จราจร สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 เเละวันนี้ถึงกำหนดที่นายวรยุทธต้องมาพบอัยการว่า ขอเรียนให้ทราบว่าเรื่องนี้นั้น จนถึงวันนี้ (27 เม.ย.) ที่ได้นัดให้นายวรยุทธ มาพบพนักงานอัยการเพื่อส่งตัวฟ้องศาล เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2560 อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการกรุงเทพใต้ ได้ส่งสำนวนพร้อมผลการสอบสวนเพิ่มเติมพยานผู้เชี่ยวชาญจตามที่นายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรม ไปยังอัยการกิจการคดีพิเศษ   

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า ต่อมาวันที่ 21 เม.ย. 2560  อัยการสูงสุดเห็นว่าคดีนี้อยู่ในความสนใจ ประกอบกับอัยการได้ให้ความเป็นธรรมตลอดมา หากการพิจารณาสั่งคดียังล่าช้าอีก และเกิดความล่าช้าอีกและเป็นที่เคลือบแคลง จะกระทบภาพลักษณ์อัยการสูงสุด จึงมีความจำเป็นเพื่อให้การพิจารณาร้องขอความเป็นธรรมให้แล้วเสร็จ อัยการสูงสุดจึงสั่งให้สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด ส่งเอกสารทั้งหมดให้อัยการสูงสุดพิจารณาโดยด่วน และมีกรณีที่นายวรยุทธได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ลงวันที่ 6 มี.ค. 2560  โดยบอกว่าไม่ได้ขับรถโดยประมาท โดยอ้างผู้เชี่ยวชาญ และอ้างผลการศึกษากรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ  ขอให้พิจารณาสั่งไม่ฟ้อง 
 
โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. อัยการสูงสุดพิจารณาเห็นว่า เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน มีการเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง และความผิดบางฐานที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องไว้จะขาดอายุความ และกำหนดให้ส่งตัว วันที่27 เม.ย. จึงมีความจำเป็นในการพิจารณาเหตุร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหา  จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการ  พิจารณากรณีเหตุร้องขอความเป็ธรรม เห็นว่ามีพยานหลักฐานและการจัดทำรายงานของผู้เชี่ยวชาญ ที่เป็นข้อเท็จจริงใหม่ ที่ไม่เคยพิจารณาไว้ก่อน ขณะที่ส่วนอื่นเคยพิจารณาแล้วและได้ข้อยุติแล้ว  สำหรับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพยานหลักฐานใหม่ อัยการสูงสุดเห็นว่าไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานเดิม และให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม และให้อธิบดีอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ แจ้งให้อัยการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหา มาพร้อมตามคำสั่งฟ้องต่อไป 
 
   

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า  นอกจากนี้ อัยการสูงสุดกำชับไปยังอธิบดีอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้อีกว่าเนื่องจากปรากฎในสำนวนว่าผู้ต้องหาไม่ได้มาทราบนัดด้วยตัวเอง แต่ให้ทนายความมาเเทนตลอดและได้พิจารณาประเด็นต่างๆ อีก จึงไม่มีเหตุให้เลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหาอีก  

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า ท้ายที่สุดเมื่อบ่ายวันที่ 26 เม.ย. นายวรยุทธได้มอบอำนาจให้ทนายความขอเลื่อนคดีอีกอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วน เรื่องการไปทำธุรกิจในประเทศต่างๆ  อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีอีก เนื่องจากผู้ต้องหาขอเลื่อนในลักษณะนี้หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง  และสั่งให้ผู้ต้องหาให้มาพบตามนัดและให้มาพบในวันนี้ หากไม่มาหรือมีเจตนาประวิงคดีและหลบหนี และมีคำสั่งว่าจะดำเนิการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาต่อไป

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า ทนายความผู้รับมอบอำนาจได้รับทราบแล้ว สำนักงานอัยการพิเศษฯ ได้เตรียมคำฟ้องลงคำที่วันนี้ พร้อมที่จะนำคำฟ้องไปยื่นต่อศาลในวันนี้ หากผู้ต้องหามาตามคำสั่งของอธิบดีอัยการฯ แต่ถึงเวลานี้ปรากฏว่านายวรยุทธ ยังมิได้มาพบพนักงานอัยการเพื่อนำตัวไปฟ้องศาล  ดังนั้นหากปรากฏว่าวันนี้เมื่อหมดเวลาราชการ พนักงานอัยการไม่สามารถนำตัวไปฟ้องศาลได้ สำนักงานอัยการสูงสุด ก็จะส่งเรื่องให้ตำรวจ เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับ   ในกรณีที่อยู่ในประเทศไทยก็ให้ดำเนินการตามหมายจับได้ 

"แต่หากอยู่ต่างประเทศ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็จัดให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อนำเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม"โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลง