อาชญากรรม

ไม่ใช่เกมการเมือง “บิ๊กโจ๊ก” แจงคดีจับอดีต ส.ส.เพื่อไทย ปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย [คลิป]

“บิ๊กโจ๊ก” ยืนยันคดีจับอดีต ส.ส.เพื่อไทย จ.บุรีรัมย์ ปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมายไม่ใช่เกมการเมือง

ที่สภ.เมืองบุรีรัมย์ พล.ต.ท สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม .ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รองผกก.สน.ห้วยขวาง สนธิกำลังพล.ต.ท. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.บช.ภ.3 พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด พ.ต.ท.ธนารัตน์ มีทองหลาง รองผกก.สส.สภ.ชนบท ร่วมกันแถลงผลการสนธิกำลัง ศปอส.ตร. ปูพรมตรวจค้น 37 จุดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา,จังหวัดบุรีรัมย์,จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดขอนแก่น ตามยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าถูกนายทุนเงินกู้รายใหญ่ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจค้นจับกุมยึดอายัดทรัพย์ โดยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ปิดล้อมตรวจค้น 16 จุด ตรวจค้นนายทุน 5 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ3 รายในเขตอำเภอเมือง,อำเภอพระทองคำ,อำเภอพิมายและอำเภอด่านขุนทด ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ปิดล้อมตรวจค้น13 จุด นายทุน 4 ราย ในเขตอำเภอเมืองบุรีรัมย์,อำเภอกระสัง,อำเภอนางรอง,และอำเภอโนนดินแดง ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ตรวจค้นนายทุน4ราย 5จุดในเขตอำเภอเมืองสุรินทร์,อำเภอสังขระและอำเภอปราสาท และในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นตรวจค้นนายทุน3 ราย 3 จุดในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น
พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 ราย ประกอบไปด้วย นางสุภาภรณ์ นพวิชัย,น.ส.พรรณวิภา นพวิชัย, นายวิวัฒน์ เกตตะโกมล, นางเมธี กัลป์เจริญศรี, น.ส.ศิริอร รัตนมงคลกุล, นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และ น.ส.ผาวรินทร์ จรัสบวรพันธุ์ พร้อมยึดทรัพย์ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ และตึกแถว จำนวน 9 คูหา บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 3 หลัง เงินสด ซึ่งทั้งหมดเป็นธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 900,000 บาท  รวมมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 756 ฉบับมูลค่า 1356.5 ล้านบาท พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องทางคดีอีกหลายรายการ รวมมูลค่า 1446.5 ล้านบาท

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน (ศปฉช.ตร.) ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการถูกนายทุนเงินกู้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหลังการรับเรื่องทางพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานกับทางบช.ภ.3 ลงพื้นที่สืบสวนพบพฤติการณ์นายทุนบางรายเป็นอดีตนักการเมืองได้ทำธุรกิจเงินกู้มานานกว่า 20 ปี ลักษณะธุรกิจครอบครัว จัดตั้งบริษัท ลิสซิ่ง ติดประกาศรับจำนอง ขายฝากที่ดิน โดยให้กู้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน โดยทำการรับขายฝากหรือ จำนองที่ดินโดยมีการกำหนดสินไถ่สูงกว่ามูลหนี้หลายเท่า หรือบางครั้งชาวบ้านต้องการขายฝากหรือจำนองที่ดิน แต่กลุ่มนายใช้กลอุบาย โดยให้ชาวบ้านเซ็นรับรองสำเนาและหนังสือมอบอำนาจเปล่าทิ้งไว้ และกลุ่มนายทุนได้นำที่ดินดังกล่าวไปทำสัญญาขายที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งชาวบ้านมีความประสงค์แค่ยืมเงินไม่ได้ต้องการขายที่ดินของตนเองแต่อย่างใด โดยชาวบ้านยังหลงเชื่อว่าที่ดินของตนเอง เป็นแค่การขายฝากหรือจำนอง และยังมีการผ่อนชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่เรื่อยมา แต่ปรากฎว่าที่ดินมีการขายขาดทั้งหมด

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยืนยันการดำเนินคดีกับนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับฉ้อโกงประชาชนได้ ขณะหาเสียงเลือกตั้งที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทยระดับแถวหน้าอย่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะเป็นการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญ เร่งรัดขับเคลื่อนแก้ไข จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการปราบปรามทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายที่ดินคืนให้กับประชาชน

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

และในวันที่ 30 ม.ค.2562 ที่จะถึงนี้ ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหนี้นอกระบบและนายทุนดอกเบี้ยโหด ที่จ.นครราชสีมา ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 ต่อไป