“ทนายอันต์ชัย” ร้องกองปราบทำคดี “น้องต้าแง”

ทนายอันต์ชัย พร้อมครอบครัวมายื่นเรื่องต่อผู้บังคับการกองปราบปราบเพื่อให้ย้ายคดี ”น้องต้าแง” มายังกองปราบและเชื่อว่า สภ.สระยายโสมไม่มีความชอบธรรม

ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พานายนายฝน โดยมีญาติและเพื่อนบ้าน มาร้องขอความเป็นธรรม กรณีนายฝนถูกแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ คดีน้องต้าแง ที่กองบังคับการกองปราบปราม ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ในประเด็นการเสียชีวิตของ ด.ช.ซูลุยผิว หรือน้องต้าแง เด็กชายชาวเมียนมา วัย 2 ขวบ ที่หายเข้าไปในไร่อ้อยนาน 9 วัน ก่อนพบว่าน้องเสียชีวิตภายในร่องน้ำในไร่อ้อยดังกล่าวและตำรวจได้ออกหมายจับนายฝน ในข้อหาพรากผู้เยาว์ ในเรื่องนี้ตนตั้งข้อสังเกตุว่า พนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม จัวหวัด สุพรรณบุรีไม่มีความชอบธรรมในการดำเนินคดี ส่วนที่ตนมาช่วยคดีเพราะลูกชายของตนเองก็เป็นคนออทิสติก พิการด้านการเรียนรุ้ ซึ่งตนมีความเข้าใจเรื่องของนายฝนดี

โดยพฤติกรรมของนายฝนจะทำอะไรซ้ำๆเดิม อะไรที่สิ่งใหม่ๆ เขาจะไม่ทำ และพื้นที่เกิดเหตุเป็นป่า ไม่ใช่เส้นทางเคยชิน และไม่มีทางจะนำตัวเด็กมากับนายฝนได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่านายฝนยืนยันในจุดเกิดเหตุถึง 2 ครั้ง ซึ่งในเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ไม่สามารถเชื่อคำพูดของคนที่เป็นออทิสติกได้

โดยคดีนี้ ฝนถือว่าเป็นลูกและเดินให้จบ และเรื่องนี้ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ อย่างมากก็สั่งฟ้องและจำหน่ายคดี ยืนยันหากตำรวจจะสู้คดีตนก็พร้อมที่จะต่อสู้ด้วยเช่นกันโดยเอาอาชีพทนายตลอด 34 ปี เป็นประกันและวันนี้มายื่นเรื่องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการกองปราบ และขอให้กองปราบรื้อคดีใหม่ ขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวนมายังกองปราบ เพราะเรื่องนี้มีการจัดฉากขึ้นอย่างแน่นอน

โดยตั้งข้อสังเกตถว่าศพอาจจะเสียชีวิตที่อื่น โดยแพทย์ระบุว่าเด็กไม่ได้จมน้ำตาย แต่จุดเสียชีวิตอยู่ในน้ำ และให้ตำรวจท้องที่ดำเนินคดีกับเจ้าของไร่ที่นำแรงงานต่างด้าวมาทำงานอย่างผิดกฎหมายรวมถึงพ่อแม่ชาวเมียนม่าในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย เช่นกัน ไม่เช่นนั้นจะฟ้องมาตรา 157 ในข้อหาบะเว้นการปฏิบัติหน้าที่  ทาง สมจิต ฉิมมา อายุ 70 ปี บิดานายฝนกล่าววว่า รู้ดีว่าลูกตนเป็นไม่มีทางทำเช่นนี้ได้ และตลอดชีวิตไม่เคยออกนอกเส้นทาง จากบ้านมาวัด อยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกของตน.