
SHORT CUT
จากสัตวแพทย์สู่แคนดิเดตอธิการบดี 'ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม' กางแผนปั้น ม.เกษตรฯ เป็นที่พึ่งเกษตรกรไทย แก้โจทย์ซ้ำซากราคาตก-โลกเดือด ลบภาพจำความลำบากสู่อาชีพที่มั่นคงและกินดีอยู่ดี
จากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสุนัขและแมว สู่ผู้บริหารที่รับผิดชอบทิศทางการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยระดับประเทศ ‘ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม’ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อดีตเป็นสัตวแพทย์เฉพาะทาง สู่ผู้บริหารระดับสูง
โดยมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านวิชาการ ดูแลหลักสูตร รูปแบบการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการรับนักศึกษาผ่านระบบ TCAS และยังเป็นอาจารย์ให้กับนิสิตสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 4 และ 5 ผู้ลงสมัครแคนดิเดตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้พกเอาวิสัยทัศน์ที่อยากจะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการเกษตรไทยให้กลายเป็น ‘เกษตรสมัยใหม่’ ภายใต้การสนับสนุนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ไม่เพียงบริการวิชาการแต่นำเสนอทางออกให้สังคม
แก้โจทย์สินค้าเกษตรราคาตก อุดรอยรั่วด้วย Value Chain
สำหรับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ในระยะเร่งด่วน มหาวิทยาลัยสามารถช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตรไปสู่ผู้บริโภคเพื่อบรรเทาปัญหาได้ระดับหนึ่ง โดยใช้องค์ความรู้จากคณะ เข้ามาช่วยบริหารจัดการทั้งระบบแบบห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ระดับต้นน้ำที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีในการพยากรณ์แนวโน้มตลาด เพื่อชี้แนะเกษตรกรว่าควรผลิตสินค้าประเภทใดและปริมาณเท่าใดให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมถึงเตรียมรับมือกับวิกฤต (เช่น ภัยแล้ง) โดยการแนะนำสายพันธุ์พืชและสัตว์ที่ทนแล้งและทนโรค การถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้เกษตรกรที่มีฐานการผลิตเดิมอยู่แล้ว สามารถวางแผน ควบคุมปริมาณ คาดคะเนราคา และลดผลกระทบจากความผันผวนได้ กลางน้ำ มุ่งเน้นการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับราคาสินค้าให้สูงกว่าปกติ ปลายน้ำ ศึกษากลไกการตลาดและการกระจายสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ
โดยวางแผนให้ชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร จะนำสินค้าไปจำหน่ายที่ไหน และในช่วงเวลาใด ารประสานงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำนี้ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถคาดการณ์กลไกราคาและลดผลกระทบจากภาวะสินค้าล้นตลาดได้อย่างยั่งยืน
สู้ทุนต่างชาติฮุบตลาด สร้างทางรอดให้เกษตรกรไทย
นอกจากปัญหาเรื่องกลไกราคาแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในเรื่องของความกังวล เรื่องต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดสินค้าเกษตรไทย ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ มองว่า นอกเหนือจากการพึ่งพามาตรการหรือกฎหมายระดับประเทศเพื่อสงวนอาชีพบางประเภทไว้สำหรับคนไทยแล้ว กลไกการป้องกันที่เข้มแข็งที่สุดต้องเริ่มต้นจากตัวเกษตรกรเอง หากเกษตรกรไทยสามารถรวมกลุ่มกันได้อย่างเข้มแข็ง ร่วมกันผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน และสามารถเป็นผู้กำหนดกลไกตลาดได้ด้วยตนเอง การเข้ามาแทรกแซงจากกลุ่มทุนต่างชาติจะกระทำได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ เกษตรกรจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว และต้องมีศักยภาพในการปรับตัว เพื่อปรับเปลี่ยนแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะเดียวกัน ความท้าทายของการที่ต้องนำเทคโนโลยีไปพัฒนาคือการ ที่ต้องควบคุมเพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับเกษตรกรมากเกินไป วิธีการรับมือคืออาจต้องรวมกลุ่มทำเกษตรแปลงใหญ่หรือเปลี่ยนไปผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสูงเพื่อรองรับตลาดเฉพาะที่มีกำลังซื้อ
เปลี่ยนวิกฤตอากาศร้อน ให้เป็นโอกาสสร้างสินค้าคุณภาพสูง
นอกจากนี้ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณผลผลิตและการเกิดโรคระบาดในภาคเกษตรและปศุสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้นำเทคโนโลยีในการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศและปริมาณน้ำล่วงหน้า เช่น การประเมินผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ เพื่อเป็นข้อมูลแจ้งเตือนให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างเหมาะสม ในด้านการรับมือกับโรคระบาด มหาวิทยาลัยมีศักยภาพในการนำองค์ความรู้ลงสู่พื้นที่จริง เพื่อส่งเสริมการผลิตวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ในระดับราคาที่เกษตรกรเข้าถึงได้ รวมถึงการสนับสนุนการผลิตปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ภายในประเทศ เพื่อช่วยลดต้นทุนและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
อีกหนึ่งปัจจัยที่สภาวะอากาศร้อนจัดส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ‘ความเครียดในสัตว์’ ที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปริมาณผลผลิต เช่น หากวัวนมหรือไก่ไข่เผชิญกับความเครียดจากสภาพอากาศ ปริมาณการให้น้ำนมหรือการออกไข่จะลดลง นำไปสู่การส่งเสริมแนวคิดด้านสวัสดิภาพสัตว์ เช่น การเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีแบบปล่อยอิสระ ที่ไม่กักขังแบบหนาแน่น นอกจากจะช่วยลดความเครียดของสัตว์แล้ว ยังช่วยยกระดับผลผลิตให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม
ขับเคลื่อนองค์กร ‘ไซส์ XL’ สู่การเป็นที่พึ่งของเกษตรกรไทย
ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เปรียบเทียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เสมือนองค์กรขนาดใหญ่เหมือนกับเสื้อไซส์ XL ที่มีบุคลากรและนิสิตรวมกันกว่า 70,000 คน ความใหญ่โตนี้ถือเป็นพลังมหาศาลที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้ ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีการปรับตัวมาโดยตลอด โดยจะเน้นในเรื่องของความเป็นเกษตรที่จะนำความรู้ไปแก้ไขปัญหาได้จริง แต่ในขณะเดียวกัน หากขยับตัวช้าและไม่ปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจทำให้สถาบันดูถดถอย สิ่งที่สำคัญคือ การผลักดันให้มหาวิทยาลัยนำเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้ง AI และระบบดิจิทัล เข้ามาบูรณาการเพื่อทำให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งหลักที่เข้มแข็งของภาคการเกษตร
ม.เกษตรฯ = เสาหลักแห่งความกินดีอยู่ดี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการประเมินและจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) อันดับ 1 ของประเทศไทย ในมุมมองของ ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้ถูกชี้วัดเพียงแค่เพิ่มพื้นที่สีเขียว การประหยัดพลังงาน หรือการตั้งจุดคัดแยกขยะเพียงเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือการปลูกจิตสำนึก ตระหนักรู้ถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเด็กก้าวออกไปสู่โลกของการทำงานก็อยากให้สิ่งเหล่านี้ ติดตัวไปประยุกต์ใช้และส่งต่อแรงกระเพื่อมเชิงบวกนี้สู่สังคมแวดล้อมของตนเอง
ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ ยังเชื่ออีกว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะอยู่คู่กับประเทศไทยในฐานะของสถาบันที่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สุดของการดำรงชีวิตมนุษย์ไม่ว่าบริบทของโลกภายนอกจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็จะยังคงทำหน้าที่เป็น ‘เสาหลัก’ และเป็นที่พึ่งที่คอยตอบโจทย์เรื่องความ ‘กินดีอยู่ดี’ ของคนในชาติได้อย่างยั่งยืนเสมอ อีกทั้งยังอยากเห็นภาคการเกษตรและปศุสัตว์ไทย คือ ศักยภาพและความเร็วในการปรับตัว โลกทุกวันนี้หมุนไวและเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งความแปรปรวนของสภาพอากาศ เทคโนโลยี AI และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ภาคการเกษตรไทยจึงต้องมีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้ก้าวทันวิกฤต โดยมีมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นเสมือนเข็มทิศพยากรณ์และชี้นำทิศทางในอนาคต
อาชีพเกษตรกรยุคใหม่ ลบภาพจำความลำบากของอาชีพเกษตรกร
ปัญหาใหญ่คือเด็กรุ่นใหม่มองว่าเกษตรกรรมเป็นเรื่องล้าสมัยและเหนื่อยยาก หลายคนยังติดภาพจำแบบเดิมๆ ของอาชีพเกษตรไทยที่ต้องลงแรง และได้รายได้น้อย แต่ในขณะเดียวกันอาชีพเกษตรคืออาชีพที่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ วิธีที่จะเปลี่ยนความคิดนี้ได้คือการนำเอาเทคโนโลยีและนำความรู้มาทำให้วิธีการทำการเกษตรให้มีความสะดวกสบายมมากขึ้น โดยนำข้อมูล (Data) AI และสมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความแม่นยำและสะดวกสบายขึ้น รวมถึงต้องแก้จุดอ่อนเรื่องการทำการตลาดและบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า
“ความฝันของผมคือการทำให้เด็กไทยตั้งเป้าอยากเป็นเกษตรกร เพราะเป็นอาชีพที่มีความสุข สร้างรายได้ที่ดีและมั่นคง คล้ายกับเกษตรกรในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น”
เปิดห้องเรียนไร้ขีดจำกัด การเรียนรู้ตลอดชีวิตทำได้จริง
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ในยุคที่ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่น้อยลงและก้าวขาเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ ให้คำตอบว่า "ทำได้จริง และจำเป็นต้องทำอย่างยิ่ง" เมื่ออัตราการเกิดลดลง เราต้องยกระดับทักษะ ให้กับคนกลุ่มเดิมที่มีอายุมากขึ้น รวมถึงเกษตรกรที่ทำงานมานานนับสิบปี ให้เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ปัจจุบันรูปแบบการเรียนของมหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดแค่เด็กมัธยมมาเรียน 4 ปีจบแล้ว แต่เรามีระบบธนาคารหน่วยกิต และการเรียนเพื่อทักษะเฉพาะด้านแบบระยะสั้น เพื่อให้คนทุกช่วงวัยรวมถึงผู้สูงอายุได้เข้ามาอัปเกรดตัวเองได้ตลอดชีวิต
จากสัตวแพทย์ สู่แคนดิเดตอธิการ ม.เกษตรฯ
ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม เป็นที่รู้จักในฐานะนักบริหารและนักวิชาการผู้มีบทบาทสำคัญในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะก้าวมาสู่จุดนี้ก็เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการเป็นสัตวแพทย์ โดยสำเร็จการศึกษาระดับสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2539
หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สาขาเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2548 และ 2555 เริ่มต้นชีวิตการทำงานจากการเป็นสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยมีความถนัดเฉพาะด้านในฐานะหมอสูติ มุ่งเน้นดูแลเรื่องโรคและระบบสืบพันธุ์ในสัตว์เล็ก ก่อนจะย้ายเข้ามาปฏิบัติงานที่วิทยาเขตบางเขน ควบบทบาทการเป็นสัตวแพทย์และเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มีความสนใจเชี่ยวชาญและในงานวิจัยด้านการสืบพันธุ์สัตว์ ตลอดจนมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างยาวนาน ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารหน่วยงานของมหาวิทยาลัยหลายตำแหน่ง เคยดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหิน ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ และได้ปฏิบัติหน้าที่บริหารคณะอย่างยาวนานถึง 8 ปีเต็ม แม้ในปัจจุบันจะเข้ามาทำงานด้านบริหารและอาจารย์อย่างเต็มตัว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความตั้งใจจริงที่จะนำองค์ความรู้มาช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาสัตว์เลี้ยงในห้องตรวจ หรือการวางรากฐานเกษตรสมัยใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้น