อาชญากรรม

รออีกอย่างน้อย 6เดือน “ใบขับขี่ดิจิทัล” ตำรวจแจงแล้วยังขัดต่อกฏหมายพรบ.จราจร

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา (รอง ผบช.ศ.) ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีที่กรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศใช้ระบบใบขับขี่ดิจิทัล ผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน DLT QR Lincence ซึ่งจะเริ่มใช้วันนี้เป็นวันแรก ว่า ทางตำรวจมีความเห็นด้วยที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาใช้ในระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้เมื่อได้เปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นแล้ว ก็สามารถนำใบขับขี่ดิจิทัลมาแสดงควบคู่กับบัตรเดิมได้ แต่ทั้งนี้ ผู้ใช้รถยังคงต้องพกใบขับขี่แบบเดิมไปก่อนจนกว่ากฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก จะประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยในวันที่ 17 มกราคมนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะนำเข้าสู่ที่ประชุมในวาระแรกเพื่อแจ้งให้ทราบ ก่อนที่จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนจะเสร็จสิ้น

 

พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเรียกตรวจใบขับขี่นั้น จะสามารถปฏิบัติได้ตาม มาตรา 140 วรรค 3 เพื่อกล่าวตักเตือน หรือ ออกใบสั่งให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำผิดภายในเวลา 7 วัน แต่หากผู้ขับขี่รายนั้นปฏิเสธไม่ทำตาม หรือไม่มีใบขับขี่แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ ก็จะเข้าข่ายความผิดในมาตรา 142 วรรค 2 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตามมาตรา 154 โดยในขั้นตอนทั้งหมดนี้ จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่

 

เมื่อถามว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะสามารถรองรับประชาชนทั้งในเมือง หรือต่างจังหวัดได้ทั้งหมดหรือไม่ พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ขอเพียงมีใบขับขี่และบัตรประชาชน ตำรวจก็จะสามารถตรวจสอบข้อมูลในระบบได้ว่า บุคคลนั้นมีสถานะใบขับขี่อย่างไร หมดอายุแล้วหรือไม่ หรือมีใบสั่งค้างติดตัวอย่างไร ไม่จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่แบบใหม่ก็ได้ ส่วนการสวมบัตรของผู้อื่นมาใช้นั้นเป็นไปได้ยาก เพราะจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับบัตรประชาชนตามเลข 13 หลัก และทางตำรวจก็จะต้องตรวจสอบซ้ำว่า ใบขับขี่ที่แสดง เป็นบุคคลเดียวกันกับที่ปรากฏในระบบด้วยหรือไม่

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

 

ไม่ต้องกลัวลืม! ดีเดย์กลาง ม.ค.62 ขนส่ง เริ่มใช้ใบขับขี่ดิจิทัล