ชะลออายัดศพ “พ่อเลี้ยงแอ๊ด” แห่งปางช้างแม่สา

ตำรวจชะลอส่งศพพ่อเลี้ยงปางช้างผ่าพิสูจน์ รอทนายความประจำตระกูลเจรจาไกล่เกลี่ยหย่าศึกสายเลือด เชื่อทุกอย่างจบด้วยดี เตรียมเก็บศพไว้ 5 ปี ก่อนทำพิธีทางศาสนา

วานนี้ (31 ม.ค) พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่ริม นำกำลังตำรวจเดินทางไปที่โบสถ์เซนต์นิโกลาส บ้านโต้งหลวง ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สถานที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ ( มิซซา) นายชูชาติ กัลมาพิจิตร อายุ 79 ปี หรือ พ่อเลี้ยงแอ๊ด ผู้ก่อตั้งเจ้าของปางช้างแม่สา ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เพื่อนำหนังสือคำสั่งขออายัดศพไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ หลังจากนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุญณราช อายุ 51 ปี บุตรสาวคนโต เข้าแจ้งความเพื่อขออายัดศพบิดาไปผ่าพิสูจน์ เนื่องจากแคลงใจที่หลังเสียชีวิตไม่มีการแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบและขอออกใบมรณบัตรภายใน 24 ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด

โดยเจ้าหน้าที่ได้เจรจากับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ภรรยาคนปัจจุบันของนายชูชาติ และนายพงศ์ สุภาวสิทธิ์ ที่ปรึกษากฏหมายปางช้างแม่สา นานกว่า 1 ชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายศพนายชูชาติจากโบสถ์ไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อผ่าพิสูจน์แต่อย่างใด

พ.ต.อ. บุญส่งวิทย์ ระบุว่า เบื้องต้นทางญาติได้มอบหมายให้ทนายความที่คนในครอบครัวไว้วางใจไปพูดคุยทำความเข้าใจทั้งฝ่ายที่ต้องการให้นำศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต และฝ่ายที่ไม่ต้องการให้เคลื่อนย้ายศพ รวมทั้งขั้นตอนของการเปิดพินัยกรรม ส่วนการอายัดศพก็จะหาห้วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง

ด้าน นายพงศ์ สุภาวสิทธิ์ ที่ปรึกษากฏหมายปางช้างแม่สา ยอมรับว่าขั้นตอนการแจ้งตายเพื่อขอออกใบมรณะบัตรล่าช้า เนื่องจากมีเหตุขัดข้องบางประการ หลังนายชูชาติเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 27 มกราคม แต่ได้ไปแจ้งตายในวันที่ 30 มกราคม หลังจากนี้ตนเองจะไปพูดคุยทำความเข้าใจกับแม่ ลูกสาวคนโต และ ลูกชายคนเล็กของครอบครัว เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ส่วนภรรยาคนปัจจุบันไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนการส่งศพไปผ่าพิสูจน์ตามขั้นตอนของกฏหมายหลังการพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว จะให้ทางครอบครัวไปหารือกันอีกครั้งว่าจะส่งศพไปผ่าพิสูจน์หรือไม่อย่างไร โดยศพของนายชูชาติ หลังการสวดอภิธรรมตามประเพณีทางศาสนาแล้ว ก็จะบรรจุศพเก็บไว้ 5 ปี จากนั้นจะทำพิธีเผาเพื่อนำอัฐิไปโปรยต่อไป