ข่าว

ไทม์ไลน์คดีเสือดำ กว่า 1ปีก่อนถึงวันพิพากษา 19 มี.ค. 62

ก่อนจะถึงวันพิพากษาคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ( คดีล่าเสือดำ ) สปริงนิวส์จะย้อนลำดับเหตุการณ์ของคดีว่าตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่เกิดมาเกิดอะไรขึ้นบ้างกับคดีนี้

ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ที่ผ่านมาคงไม่มีใครไม่รู้จักคดีเสือดำ เพราะคดีนี้ไม่ใช่คดีล่าสัตว์ป่าคดีแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่คดีนี้เป็นคดีที่มีคนรวยระดับเจ้าสัวเมืองไทย ตกเป็นผู้ต้องหา เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจและติดตามว่าบทสุดท้ายของคดีนี้จะจบลงอย่างไร แต่ก่อนที่จะมีคำพิพากษาของศาลในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ที่จะถึงนี้ สปริงนิวส์จะย้อนลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าตลอดระยะเวลากว่า1 ปีที่ผ่านมาคดีนี้มีความเป็นมาเป็นไรอย่างไร

3 ก.พ. 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด และกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อม นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ รวม 4 คน เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยมีจุดหมายเข้าไปพักแรม

4 ก.พ. 2561 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชรายงานว่า คณะของนายเปรมชัย ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ และได้ตรวจพบอาวุธปืนพบซากไก่ฟ้าหลังเทากับเนื้อเก้งที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง กลางดึกจึงนำตัวนายเปรมชัยกับพวกมาที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามอำนาจเจ้าหน้าที่

5 ก.พ. 2561 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตรวจพื้นที่ตั้งแคมป์เพิ่มเติม พบหนังเสือดำถูกถนอมซากโดยการทาเกลือ ยังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายบริเวณแคมป์ที่พัก

 

6 ก.พ.2561 นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำนายเปรมชัยและพวก เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พร้อมนำหลักฐานบันทึกการจับกุม แจ้ง 9 ข้อกล่าวหา กับนายเปรมชัยและพวก แต่นายเปรมชัยและพวกให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง โดยได้ประกันตัวออกมาในวงเงินคนละ 150,000 บาท แต่ต้องมารายงานตัวตามกำหนดฝากขัง 7 ครั้ง

7 ก.พ. 2561 พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่วิทยาการเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บหลักฐานตามจุดที่นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. นำตำรวจ ปทส.พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าฯ เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเปรมชัยที่ซอยศูนย์วิจัย 3 กรุงเทพฯ ตามหมายค้นศาลอาญา เลขที่ 49/2561 ตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายภายในบ้าน ตรวจพบอาวุธปืน 43 กระบอก และงาช้าง 4 กิ่ง แต่ไม่พบตัวนายเปรมชัย

8 ก.พ. 2561 หน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานฯ รับชิ้นเนื้อสัตว์ป่าในที่เกิดเหตุมาตรวจสอบ DNA ว่าเป็นของสัตว์ชนิดใด

9 – 28 ก.พ. 2561 พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ และชุดพญาเสือ ลงพื้นที่ตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ขณะเดียวกันกองนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานแห่งชาติ เริ่มตรวจหา DNA จากชิ้นเนื้อที่พนักงานสอบสวนส่งมาให้ตรวจสอบ ก่อนจะพบว่าเนื้อทั้งหมดเป็นเสือดำตัวเดียวกันและเป็นเสือดำตัวเมีย นอกจากนี้ยังพบร่องรอยกระสุนจำนวน 8 รู บนหนังเสือดำและกะโหลกเสือดำ

ในระหว่างนั้นมีการตั้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา แต่ได้หลุดไปเนื่องจากพิจารณานิยามคำว่า “สัตว์” พบว่าไม่เข้าตามคำนิยามของตามพ.ร.บ.การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 โดยสัตว์ป่าที่อยู่ในป่ามีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ใช้บังคับอยู่แล้ว ซึ่งต่างจากสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงทั่วไป

2 มี.ค. 2561 นายเปรมชัย และพวกอีก 3 คน เดินทางมาให้ปากคำครั้งแรกที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก่อนถึงกำหนดหมายเรียกวันที่ 5 มี.ค. 2561 เนื่องจากตัวนายเปรมชัย และลูกน้องอีก 3 คน ได้เลื่อนนัดรายงานตัวมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.พ. และครั้งที่ 2 คือวันที่ 22 ก.พ. ถือเป็นการขัดหมายเรียกระหว่างได้รับประกันตัว ซึ่งหากนายเปรมชัยไม่มาตามหมายเรียกในวันที่ 5 มี.ค. นี้ พนักงานสอบสวนจะทำหนังสือถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อขอถอนประกันต่อไป

13 มี.ค. 2561 ตำรวจ สรุปสำนวนส่งให้อัยการภาค 7 มีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูตร และพวกรวม 4 คน ใน 9 ข้อหา ตามคดีหมายเลขดำที่ ฝ.34/2561 มีข้อกล่าวหาดังนี้ 1.ความผิดฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง 3.ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง 4.ฐานร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่า 6.ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับการล่าสัตว์เข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 7.ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 8.ฐานร่วมกันเก็บของป่าในเขตป่าสงวน และ 9.ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน

ตลอดเดือน มี.ค. 2561 อัยการภาค 7 พิจารณาสำนวนคดีนายเปรมชัยและพวก ก่อนจะมีการขอให้พนักงานสอบสวนสอบสวนเพิ่มเติมใน 3 ประเด็น ที่ยังเป็นข้อสงสัย คือ พฤติการณ์ รายงานการตรวจบางฉบับที่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ส่งเข้ามา โดยอัยการกำชับเร่งรัดให้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมภายใน วันที่ 26 มีนาคม เพื่อให้เกิดความรอบครอบรัดกุม เนื่องจากผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมเรียกนายเปรมชัยและพวก รวมถึงนายวิเชียรผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษมาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย

30 เม.ย. 2561 อัยการภาค 7 ได้แถลงผลการพิจารณาคดี นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก รวม 4 คน ตามคำชี้ขาดอัยการสูงสุด ประกอบด้วย สั่งฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 6 ข้อหา นายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 จำนวน 7 ข้อหา นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 จำนวน 5 ข้อหา และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 จำนวน 8 ข้อหา ในส่วนที่มีเพิ่มเติมเข้ามานั้น ครั้งนี้ อัยการภาค 7 ได้เพิ่มค่าเสียหายทางอาญา จากเดิมที่ให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 ชดใช้ จำนวน 462,000 บาท เพิ่มเป็น 3,012,000 บาท โดยใช้วิธีคิดจากราคาจัดซื้อเสือดำของสวนสัตว์ไนท์ซาฟารี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2549 บวกกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพื่อนำเสือดำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดย ในวันนี้ 2 พฤษภาคม นายเปรมชัยและพวก ต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตามครบกำหนดผลัดฟ้องฝากขังผัดสุดท้าย และศาลจะนัดสืบพยานทั้งฝ่ายโจทย์และจำเลย เพื่อไต่สวนมูลฟ้องต่อไป

2 พ.ค. 2561 นายเปรมชัย พร้อมพวก เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตามกำหนดฝากขังผลัดที่ 7 (ครั้งสุดท้าย) นายเปรมชัยและพวก จำเลยทั้ง 4 คน ได้เข้ารับฟังการพิจารณาคดีภายในห้องพิจารณาคดี 1 ทางศาลได้สอบคำให้การ โดยอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยทั้ง 4 คนฟังว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ หากรับสารภาพศาลก็จะสามารถดำเนินการตัดสินคดี จำเลยทั้ง 4 คน ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจำเลยทั้ง 4 คน ไม่ได้มีการแต่งตั้งทนายความ ศาลจึงได้นัดจำเลยทั้ง 4 คน เดินทางมาฟังการแถลงคดีอีกครั้งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2561

21 พ.ค. 2561 คดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้เดินทางมาถึงกระบวนขั้นตอนในชั้นศาล นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก ประกอบด้วย นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ จำเลย ที่ 1 – 4 พร้อมด้วยนายวิฑูรย์ พรายแย้ม ทนายความ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตามหมายนัดสืบพยาน การนัดหมาย ทางศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดมาเพื่อสืบพยานหลักฐาน สอบคำให้การ และตรวจพยานเอกสาร แต่ทนายความของจำเลยที่ 2 และ 4 ไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดว่าความคดีอื่น จำเลยจึงขอเลื่อนเวลาออกไป ซึ่งศาลได้นัดตรวจพยานออกไปเป็นวันที่ 6 มิถุนายน 2561

6 มิ.ย. 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก 4 คน จำเลย เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ ศาลทองผาภูมิได้นัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐาน แต่ทนายความของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องโดยอ้างว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ถูกฟ้องในคดีอาญา ทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 (ร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน) ซึ่งได้แถลงว่าคดีนี้น่าจะเกี่ยวพันกับคดีดังกล่าว จึงขอให้ศาลส่งคดีนี้ไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลดังกล่าวหรือไม่ ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้ส่งคดีนี้ไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก่อน จึงให้เลื่อนนัดพร้อมไปเป็นวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ซึ่งจะนัดโจทก์และจำเลยมาพร้อมกัน เพื่อรอฟังผลวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง

27 ส.ค. 2561 ประธานศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่าคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดทองผาภูมิ ดังนั้นศาลจังหวัดทองผาภูมิ จะได้นัดวันสืบพยานต่อไป โดยนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน ระบุว่าศาลจะเริ่มนัดสืบพยานโจกท์วันที่ 27 พฤศจิกายน จนกระทั่งแล้วเสร็จจึงจะสืบทางด้านจำเลยต่อให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 27 ธันวาคม

27 พ.ย. – 18 ธ.ค. 2561 ศาลจังหวัดทองผาภูมินัดสืบพยานโจทก์ ทั้งหมด 32 ปาก รวม 10 นัด ตั้งแต่วันที่ 27-30 พ.ย. 2561 วันที่ 6-7 ธ.ค. 2561 วันที่ 11-13 ธ.ค. 2561 และวันที่ 18 ธ.ค. 2561 โดยในระหว่างการสืบพยานฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย ทางด้านศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้มีการวางข้อกำหนดเอาไว้ว่า ห้ามฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ นำข้อมูลต่างๆ ในห้องพิจารณาคดีออกมาเผยแพร่ภายนอกโดยเด็ดขาด

19 – 26 ธ.ค. 2561 นัดสืบพยานจำเลย เดิมกำหนดนัดสืบพยานจำเลยทั้งหมด 17 ปาก แต่จากที่ได้สืบพยานโจทก์ไปก่อนหน้านี้และเพราะมีบ้างปากซ้ำกับพยานของฝ่ายโจทก์ โดยทนายความฝ่ายจำเลยได้ซักค้านไปแล้ว จึงได้ข้อสรุปว่าจะเหลือการสืบพยานจำเลยเพียง 6 ปาก อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 4 คนในคดี ได้สืบพยานจำเลยเพียง 3 คน เท่านั้น โดยจำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ ไม่ได้ขึ้นสืบพยาน เนื่องจากป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเวียนศีรษะไม่สามารถเบิกความได้

25 ม.ค. 2562 ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี ก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 มี.ค. 2562 ที่จะถึงนี้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนจะมีคำพิพากษาในคดีนี้ สังคมยิ่งให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ในยุคสังคมออนไลน์ มีการแชร์ข้อมูลกันไปอย่างกว้างขวาง และพบว่ามีการแชร์ข้อมูลที่เป็นเท็๋จเกี่ยวกับบทสรุปของคดี จนทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องออกมาเตือนสติสังคม ให้เสพข่าวอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะข่าวทางโซเซียลมีเดีย ที่มีการพยายามปล่อยข่าวทำลายความน่าเชื่อถึอของกระบวนการยุติธรรม เพราะจนถึงวินาทีนี้ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายทั้งตำรวจและอัยการยังคงมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีว่าจะสามารถทำให้ศาลพิจารณาลงโทษผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน แต่สุดท้ายแล้วคำพิพากษาของศาลที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม 2562 จะเป็นตัวตัดสิน และแม้คำพิพากษาจะออกมาในทิศทางใดนั่นก็เป็นเพียงบทสุรปแรกของคดีเท่าน้น เพราะหากคู่ความในคดีไม่เห็นด้วยกับคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ยังสามารถต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฏีกา