
SHORT CUT
การไฟฟ้าฯ ชี้แจง 5 ประเด็นสำคัญ “ค่าไฟใหม่“ ใครได้รับผลกระทบบ้าง ยืนยันไม่กระทบ วัด โรงพยาบาล โรงเรียน ธุรกิจ SMEs ชี้ยังไม่เริ่มในรอบบิลหน้า ต้องรออนุมัติอีกครั้ง
หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงสร้าง ค่าไฟฟ้าใหม่ โดยเน้นช่วยเหลือครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟ 200 หน่วยแรกให้อยู่ที่ ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เพื่อลดค่าครองชีพ โดยประมาณ 90% ของครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ แต่หากใช้ไฟเกิน 500 หน่วยต่อเดือนมีแนวโน้มต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น
จากประเด็นดรามาเกี่ยวกับค่าไฟอัตราใหม่ที่รัฐบาลเพิ่งประกาศ ยังมีความเข้าใจสับสน ซึ่งทางการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ชี้แจงกับทางเนชั่น โดยระบุว่า
กลุ่มที่ใช้ค่าไฟอัตราใหม่ คือกลุ่ม “ที่อยู่อาศัย” เท่านั้น ซึ่งตรวจสอบง่ายๆ จากบิลค่าไฟ จะขึ้นต้นด้วย “เลข 1” กลุ่มอื่นยังเป็นอัตราเดิม ไม่เกี่ยวข้องใดๆ
ข้อเท็จจริง หากใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน จะเสียค่าไฟถูกลง เนื่องจากคิดอัตราใหม่สำหรับ 1-200 หน่วยแรก ที่ลดเหลือหน่วยละ 3 บาทด้วย / อัตราค่าไฟนี้ ทุกกลุ่มจะได้ประโยชน์
เมื่อนำมาคำนวณรวมกันแล้ว จุดตัดจะอยู่ที่ราวๆ 500 หน่วย หากใช้ไฟเกินกว่านี้ จึงจะมีแนวโน้มจ่ายค่าไฟแพงขึ้นกว่าเดิม
ที่อยู่อาศัยที่มีเครื่องปรับอากาศ 2 ตัว และเปิดเฉพาะเวลากลางคืน โดยเฉลี่ยอัตราการใช้ไฟฟ้าจะไม่เกิน 500 หน่วย
กลุ่มนี้โดยมากจะจดทะเบียนผู้ใช้ไฟประเภท 2 คือ “กิจการขนาดเล็ก” อยู่แล้ว และจำนวนมากยังเป้นกลุ่ม 2.1.2 คือ แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ ซึ่งจะจ่ายค่าไฟในอัตราต่ำอยู่แล้วด้วย
กลุ่มเหล่านี้จะยังจ่ายค่าไฟอัตราเดิม ไม่มีคิอัตราก้าวหน้า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
กลุ่มที่อยู่อาศัยที่มีความจำเป็นเฉพาะ ต้องใช้ไฟฟ้ามาก เช่น ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง โดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา
ต้องดูแลผู้ป่วยที่ต้องใช้ยา ต้องใช้อุปกรณ์ทำความเย็นตลอดเวลา
หรือที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้ปานกลาง แต่ต้องอยู่รวมกันหลายคน จึงใช้ไฟฟ้ามาก
กลุ่มเหล่านี้ คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังหาทางช่วยเหลือบรรเทาโดยเร็วที่สุด
ย้ำว่า ค่าไฟอัตราใหม่ยังไม่ได้เริ่มใช้ จึงยังมีเวลา และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยแสดงความเห็นด้วยความห่วงใย
ที่มา : เนชั่นทีวี