
SHORT CUT
นับถอยหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 28 มิ.ย. 69 เมื่อ "ชัชชาติ" เตรียมรักษาแชมป์ เจอ "ดร.โจ" จากพรรคประชาชนท้าชิง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เปลี่ยนไป ใครจะคว้าชัยในศึกนี้
ไทม์ไลน์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 18 ปรากฏชัดตามกฎหมาย โดยมีหมุดหมายสำคัญกำหนดหย่อนบัตรในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นวันชี้ชะตา โดยทันทีที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครบวาระในวันที่ 21 พฤษภาคม จะเข้าสู่ช่วง 45 วันอันตราย เริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมเป็นต้นไป การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากเพราะจะได้เลือกทั้ง "คนคุมนโยบาย" และ "ส.ก." ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบไปพร้อมกัน
ผู้ว่าฯ คนปัจจุบันยังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง และมีแนวโน้มสูงมากว่าจะลงสมัครในนาม "อิสระ" อีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่ประกาศตัวทางการเพราะขอลุยงานให้เต็มที่ก่อน แต่เป้าหมายชัดเจนคือสานต่อเรื่องความโปร่งใสและแก้ปัญหาปากท้องคนกรุง
สำหรับผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. คาดว่าน่าจะเป็นตัวแทนของ พรรคประชาชน ที่ไม่เพียงแต่จะส่งผู้สมัคร แต่รอบนี้มาด้วยเป้าหมาย “กวาดเรียบ” ทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก.
ชื่อของ “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ถูกยกขึ้นมาเป็นแคนดิเดตหลักด้วยภาพลักษณ์นักบริหารสายเทคโนแครต มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ในเมืองหลวง
โดยได้นัดเปิดตัวในวันที่ 5 พฤษภาคม ณ มิวเซียมสยาม ภายใต้สโลแกน “ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากแค่ไหนสำหรับคุณ?” เตรียมพบแคนดิเดตผู้ว่าประชาชน พร้อมทีมงานที่จะมาเสนอแผนการสร้างกรุงเทพ ที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
รอบนี้พรรคเพื่อไทยมีมติไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค แต่ปล่อยให้ ส.ก. เดิมทำงานในรูปแบบ "นักรบอิสระ" ผ่านกลุ่มการเมืองท้องถิ่นและสายบ้านใหญ่ เพื่อความคล่องตัวในการรักษาพื้นที่
สนามนี้ไม่ง่ายสำหรับค่ายสีฟ้า เพราะแชมป์เก่าแข็งแกร่งมาก ตอนนี้อยู่ในช่วงพิจารณาตัวผู้สมัครคนสุดท้ายที่เหมาะสม คาดว่าจะเปิดตัวได้เร็วๆ นี้
นอกจากนี้ยังมีผู้สมัครอย่าง "เต้ มงคลกิตติ์" ที่เสนอนโยบายแหวกแนวอย่าง กทม. ไม่หลับ 24 ชม. มาสร้างแรงกระเพื่อมในโซเชียลอีกด้วย
นอกจากนั้นยังมี มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และคมสัน พันธุ์วิชาติกุล อดีตผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ ที่ได้เคลื่อนไหวเตรียมลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เช่นกัน
ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. 2569 ไม่ใช่เพียงการเลือกผู้บริหารเมือง แต่เป็นการวัดกระแสการเมืองระดับชาติ การชิงฐานเสียงเมืองหลวง และ การทดลองโมเดล “อิสระ vs พรรคการเมือง”
ที่มา : thansettakij