ข่าว

“บิ๊กใหม่” แถลงกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลางกว่า 1.1 พันล้านบาท

“บิ๊กใหม่” แถลงจับขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ 8 คดี รวบผู้ต้องหา 7 ราย มูลค่าของกลางรวมกว่า 1.1 พันล้านบาท จ่อออกหมายจับเครือข่ายรถบรรทุกขนไอซ์อีก 4 ราย

วันนี้ (15 ต.ค. 2562) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และตำรวจกองบัญชาการตำรวจยาเสพติด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ 8 คดี มีผู้ต้องหา 7 คน พร้อมของกลางยาบ้า 7,102,000 เม็ด เฮโรอีน 105 กิโลกรัม ไอซ์ 700 กรัม โคคาอีน 2 กิโลกรัม เคตามีน 300 กิโลกรัม ยาอี(เอ็กซ์ตาซี่) 32,000 เม็ด รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้กว่า 1,100,000,000 บาท

โดยคดีแรกจับกุม นายสิรวุฒิ หรือชัย หาญสกุลหงส์ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดแพร่ พร้อมของกลางยาบ้า 7 ล้านเม็ด รถยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากนายทุน จากพื้นที่ทางภาคเหนือตอนบน ส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง อยู่เป็นประจำ

โดยใช้เส้นทาง จากพื้นที่ จ.เชียงราย ถึงจ.นครสวรรค์ จึงดักสกัดจับกุมได้ที่อุโมงค์ลอดทางแยกเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ถนนสายนครสวรรค์-โกรกพระ ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์  พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 7,000,000 เม็ด ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต และนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นคดีเก่าที่ได้ขยายผลติดตามมานานมากพอสมควร ซึ่งพฤติการณ์ที่พบจะมีขบวนรถนำและรถตามรวมถึงเลือกใช้เส้นทางรองเพื่อหลีกหนีด่านมาหลายครั้งโดยได้รับนโยบายจากรองผบ.ตร.เพื่อปรับแนวทางการตั้งด่านสกัดเพิ่มเติม ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างว่าทำครั้งแรกปลายทางคาดว่าจะไปส่งลูกค้าทางภาคใต้แต่เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลการสืบสวนพร้อมติดตามยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม

คดีที่ 2 จับกุมนายเกียนฌองวี(Mr.Gnagne Jean Yves) อายุ 38 ปีชาวไอวอรี่โคสต์พร้อม โคคาอีน จำนวน 93 ก้อน น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัมซุกซ่อนไว้ในช่องท้องจึงจับกุมแจ้งข้อหา“นำยาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, และมียาเสพติดให้โทษประเภท2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงจับกุมพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 3 จับกุมนางพิไลวรรณ โอโกโร่ อายุ 36 ปี พร้อมยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี่ ประมาณ 28,000 เม็ด จับกุมได้ที่อาคารพีพีเพลสซ.รังสิต-นครนายก20 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังชุดจับกุมได้ตรวจยึดพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศต้นทางจากประเทศฝรั่งเศสภายในมียาอีจำนวน 4,200 เม็ด ก่อนขยายผลจับกุมนางพิไลวรรณและได้นำตัวไปตรวจค้นยังที่พักอีก 3 แห่งพบยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด ยาอี 23,800 เม็ดน้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัมจึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4 จับกุมนายณัฐวุฒิสังข์เลิศได้บริเวณต.หมูสีอ.ปากช่องจ.นครราชสีมาพร้อมเฮโรอีนจำนวน278 แท่งน้ำหนักประมาณ105 กิโลกรัมเคตามีนประมาณ300 กิโลกรัมและรถยนต์โตโยต้ารุ่นฟอร์จูนเนอร์สีดำทะเบียน2กอ1802 ตรวจยึดได้บริเวณถนนสายด่านขุนทด-ชัยบาดาลต.ห้วยบงอ.ด่านขุนทดจ.นครราชสีมาก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมนางฝน กมมะวง อายุ 31 ปี ชาวลาวและนายศักดิ์ดา หรือเหลิม สร้อยเสนา อายุ 44 ปีชาวไทยพร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 100,000 เม็ด,รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสันสีบรอนเงินทะเบียน กข 3139 ร้อยเอ็ด และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ภายหลังนายอรรถชัยได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อวางแผนล่อซื้อดังกล่าวกระทั่งจับกุมได้ริมถนนเลียบคลองชลประทาน(ข้างวัดป่าศรีโพธิ์ทอง) ต.ธัญญา อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ก่อนเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา“ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดไอซ์ประมาณ 600 กรัมซุกซ่อนในพัสดุต้องสงสัยที่กำลังจะถูกส่งออกไปประเทศอินโดนีเซียผ่านบริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศตรวจสอบพบต้นทางผู้ส่งจากร้านรับฝากบริเวณซอยนานาถ.สุขุมวิทพร้อมกันนี้ยังมีพัสดุต้องสงสัยอีกชิ้นที่เตรียมถูกนำส่งประเทศฝรั่งเศสพบยาอี4,000 เม็ดจึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ส่งตรวจสอบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

พล.ต.อ.สุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมีปริมาณผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นแต่ทุกหน่วยงานได้ประสานความร่วมมือกันได้ด้วยดีจนมีผลการจับกุมตามที่เสนอไปหลายครั้งไม่ใช่ผลงานของหน่วยใดหน่วยหนึ่งขณะที่เครือข่ายผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้ปรับรูปแบบการขนยาเรื่อยมาซึ่งตำรวจก็ต้องเปลี่ยนวิธีการสกัดกั้นเพื่อรับมือ

ขณะที่พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวถึงคดีที่มีสองพ่อลูกรับจ้างขับรถบรรทุกขนไอซ์กว่า 467 กิโลกรัมก่อนเกิดเหตุพลิกคว่ำบริเวณจ.เพชรบุรีว่าขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุดเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า4 คน ซึ่งเป็นนายทุน 3 คน1 คนเป็นผู้ลำเลียงและหากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบกันต่อไปทั้งนี้ฝากเรียนว่าของกลางยาเสพติดทั้งหมดที่ตำรวจจับกุมได้จะถูกนำส่งกระทรวงสาธารณสุขไปเก็บรักษาไว้เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับน้ำมันกัญชายังจัดเป็นยาเสพติดประเภท5 ที่ยังผิดกฎหมายอยู่โดยผู้ซื้อต้องมีแพทย์รับรองสั่งจ่ายให้หากไปซื้อด้วยตัวเองจะยังเป็นอันตรายหากนำมาใช้คู่กับบุหรี่ไฟฟ้าก็ถือว่าผิดกฎหมาย