ข่าว

“กองปราบ” รวบอดีตตชด. พัวพันคดีสวมบัตรประชาชนให้ชาวเขา

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.บก.ป.,พ.ต.อ.พุฒิเดช  บุญกระพือ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.,พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง,พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล,พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน รอง ผกก.๒ บก.ป. นำโดย พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.๒ บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.๒ บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายหรือด.ต.วีรยันต์ ดวงจิต อายุ 49 ปี ที่อยู่ 143/1 หมู่ที่ 12 ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก จ.ตาก

ในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ และฐานเป็นผู้สนับสนุนการปลอมบัตรประจำตัวประชาชน ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน” ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ที่ จอท.4/2562 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562

พฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยกองบังคับการปราบปรามได้รับประสานงานจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่า ด.ต.วีรยันต์ ดวงจิต อายุ 49 ปี อดีต ตชด. จ.ตาก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 จอท.5/2562 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ได้หลบหนีการจับกุมมาทำงานและพักอาศัยอยู่ที่ ซ.สาทร 21 แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ ทราบว่า ด.ต.วีรยันต์ ฯ ได้มาพักอยู่ที่อพาร์ทเม้น (ไม่มีชื่อ) กลางซ.สาทร 21 และทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งและจะออกไปทำงานทุกวันตอนเช้า จึงได้วางกำลังเข้าจับกุม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2562 เวลาประมาณ 06.30 น. พบด.ต.วีรยันต์ เดินออกมาจากหลังหอพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าแสดงหมายจับให้ดูแจ้งว่าจะต้องถูกจับและอ่านสิทธิและข้อความในหมายจับให้ทราบ ด.ต.วีรยันต์ ฯ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน จึงได้ควบคุมตัวมาจัดทำบันทึกการจับกุมจากนั้นนำตัวส่งไปยัง อัยการสูงสุด (สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 6) เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

จากการสอบถาม ด.ต.วีรยันต์ ดวงจิต ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุตนเองสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ของอำเภอรายหนึ่งในลักษณะชู้สาว เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมักขอให้ตนไปช่วยงาน ณ ที่ว่าการอำเภอ โดยให้ไปช่วยถ่ายรูปทำบัตรประชาชน ซึ่งตนเองไม่ทราบมาก่อนว่าจะเป็นการสวมบัตรประชาชนของผู้อื่น และยืนยันว่าไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นทรัพย์สิน หรือสิ่งอื่นใด