
SHORT CUT
'Scream Club' เทรนด์ใหม่ของคนเมืองที่ชวนกันกรีดร้องกลางแจ้ง เพื่อปล่อยความเครียดและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ทุกคนมักมีวิธีรับมือกับความเครียดในแบบของตัวเอง บางคนหันไปหาการนั่งสมาธิ บางคนเชื่อในพลังของการออกกำลังกาย แต่ในเวลานี้ เทรนด์ใหม่อย่าง Scream Club กลับได้รับความสนใจมากขึ้น มันคือกิจกรรมที่ชวนผู้คนมารวมตัวกันในพื้นที่เปิดโล่ง เพื่อหายใจลึกๆแล้วกรีดร้องไปด้วยกัน ราวกับเป็นการปล่อยสิ่งที่อัดแน่นอยู่ข้างในให้หลุดออกไปพร้อมๆ กัน
จุดเริ่มต้นของ Scream Club มาจาก แมนนี เฮอร์นานเดซ (Manny Hernandez) และ เอเลนา โซโบเลวา (Elena Soboleva) คู่รักที่กำลังเผชิญช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของชีวิต ทั้งการอยู่ห่างไกลกันเป็นเวลานาน การย้ายเมือง และแรงกดดันจากการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ในชิคาโก เรื่องของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนธรรมดาวันหนึ่งริมทะเลสาบ เมื่อแมนนี ผู้สนใจเรื่องการหายใจและการปลดปล่อยอารมณ์ผ่านเสียง ชวนเอเลนามายืนรับลม สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วกรีดร้องออกไปสุดเสียง ช่วงเวลาสั้นๆนั้นกลับทำให้ทั้งคู่รู้สึกราวกับได้ปลดเปลื้องความหนักอึ้งบางอย่างที่เก็บค้างอยู่ในใจ และยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก เมื่อมีคนแถวนั้นเข้าร่วมโดยไม่ได้นัดหมาย ราวกับว่าทุกคนต่างอยากตะโกนระบายความอัดอั้นของตัวเองไม่ต่างกัน
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ก็พัฒนาเป็นกิจกรรมที่มีรูปแบบชัดเจนมากขึ้น กลายเป็น Scream Club ที่มีการออกแบบบรรยากาศให้ผู้เข้าร่วมค่อยๆผ่อนคลายและปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยกิจกรรมมักเริ่มจากการให้แต่ละคนเขียนสิ่งที่อยากปล่อยวางลงบนกระดาษ ก่อนเข้าสู่ช่วงฝึกหายใจ วอร์มเสียง และปิดท้ายด้วยการกรีดร้องพร้อมกันหลายครั้ง
สถานที่จัดส่วนใหญ่มักเป็นพื้นที่เปิด เช่น สวนสาธารณะ ริมน้ำ หรือชายหาด เพราะนอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อคนรอบข้างแล้ว ยังทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกโล่ง ปลอดภัย และกล้าแสดงความรู้สึกมากขึ้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า อย่างน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น พวกเขาสามารถปล่อยความเครียดและซื่อสัตย์กับอารมณ์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่
แม้ Scream Club จะเริ่มต้นในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ แต่ไม่นานกิจกรรมนี้ก็ขยายตัวไปยังเมืองอื่น ๆ ในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน เมืองออสติน รัฐเท็กซัส เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน และเมืองซานฮวน ในเปอร์โตริโก ก่อนที่แนวคิดลักษณะเดียวกันนี้จะเริ่มปรากฏในเมืองอื่นนอกสหรัฐอเมริกาด้วย
สิ่งที่ทำให้ Scream Club เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีเพียงความแปลกใหม่หรือกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่เป็นเพราะมันตอบความรู้สึกของผู้คนในยุคนี้ได้อย่างตรงจุด หลายคนไม่ได้ต้องการคำอธิบายซับซ้อน หรือพิธีการที่ยุ่งยาก แต่อยากได้เพียงพื้นที่สักแห่ง ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ปล่อยความอัดอั้นและความเหนื่อยล้าในใจออกมาจริง ๆ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ตาม
เทคนิคของ Scream Club มีรากมาจากแนวคิดที่เรียกว่า Primal Scream Therapy หรือการบำบัดด้วยการกรีดร้อง ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย อาร์เธอร์ จานอฟ (Arthur Janov) นักจิตวิเคราะห์ในลอสแอนเจลิส เมื่อช่วงทศวรรษ 1960 . จานอฟเชื่อว่า บาดแผลทางใจจากวัยเด็กสามารถสะสมอยู่ภายในและกลายเป็นปัญหาทางอารมณ์หรือความทุกข์ทางจิตใจในตอนโตได้ และหนึ่งในวิธีปลดปล่อยความเจ็บปวดนั้น คือการดึงอารมณ์ที่กดทับไว้ออกมา ผ่านการกรีดร้องและร้องไห้ ภายใต้การดูแลของนักบำบัด
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยตลอดหลายสิบปีหลังจากนั้นยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่า การบำบัดด้วยการกรีดร้องเป็นวิธีรักษาปัญหาสุขภาพจิตที่ได้ผลโดยตรง แต่โดยทั่วไปก็ถือเป็นวิธี ระบายความเครียดเบื้องต้นได้ดีมาก
แมนนี เฮอร์นานเดซ ผู้ก่อตั้ง ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศว่า โดยปกติ Scream Club จะไม่ขอให้ผู้เข้าร่วมเปิดเผยต่อสาธารณะว่าพวกเขามาด้วยเหตุผลอะไร แต่หลังจบกิจกรรม หลายคนมักยังยืนคุยกันต่อและค่อย ๆ เปิดใจเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ บางคนเพิ่งสูญเสียคนรัก บางคนต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเป็นครั้งที่สอง ขณะที่อีกหลายคนกำลังเผชิญปัญหาในความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มาด้วยความเศร้าหรือความเครียด เพราะบางคนก็มาร่วมกรีดร้องด้วยความยินดีเช่นกัน
สำหรับกลุ่มในซีแอตเทิล พวกเขามักนัดพบกันในช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก เพื่อให้หลังจากปลดปล่อยเสียงกรีดร้องออกไปแล้ว ทุกคนได้ยืนมองดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบน้ำร่วมกัน ช่วงเวลานั้นจึงเปรียบเสมือนการวางทุกสิ่งที่แบกไว้ลงชั่วคราว และรับรู้พร้อมกันว่าเรื่องราวเหล่านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมเปิดทางให้การเริ่มต้นใหม่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ที่มา : apnews
ข่าวที่เกี่ยวข้อง