ข่าว

จับหนุ่มปลอม FB หลอกเด็ก 15 ถ่ายคลิปโป๊ ประวัติโชกโชนทำมากว่า 20 ครั้ง

ผบช.ภาค 5 แถลงจับกุมหนุ่มเชียงใหม่ วัย 22 ปี ปลอมเฟซบุ๊กเป็นผู้หญิง หลอกเหยื่อเด็กสาว 15 ถ่ายคลิปโป๊ ข่มขู่หากไม่ทำตามจะเผยแพร่คลิป พบประวัติโชกโชนก่อเหตุประมาณ 20 ราย เบื้องต้นมีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 3 ราย

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จัดแถลงผลการปฏิบัติงานการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจาร โดย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายฤทธิเดช ลีศิริขุนกลาง หรือเดช อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว่ สีดำ โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง สีทอง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อเอซุส สีดำ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องทุกข์จากผู้ปกครองของเด็กหญิง จำนวน 2 ราย ให้ทำการให้ทำการสืบสวนหาคนร้าย ที่ได้ทำการสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา โดยใช้โปรไฟล์เป็นภาพผู้หญิง เพื่อหลอกลวงเด็กหญิงผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ให้ส่งภาพอนาจาร โดยพฤติกรรมจะพูดคุยกันทางเฟซบุ๊ค จนเกิดความสนิทสนม และเชื่อใจกัน จากนั้นได้ออกอุบายให้ส่งภาพและคลิปโป๊ส่วนตัวมาแลกเปลี่ยนกัน จนเหยื่อหลงเชื่อยอมส่งภาพ หรือคลิปให้

ก่อนข่มขู่ให้ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ถ่ายคลิปโป๊ให้เพิ่มเติม โดยหากไม่ทำตามจะทำการปล่อยภาพหรือคลิปวีดีโอของผู้เสียหายในโลกออนไลน์กลุ่มต่างๆ จนผู้เสียหายเกิดความกลัวและได้ยอมถ่ายคลิปวีดีโอส่งให้คนร้ายไป แต่คนร้ายยังคงจะให้กระทำซ้ำแบบเดิมอีก กระทั่งผู้เสียหายได้แจ้งผู้ปกครอง จากนั้นจึงมาร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนจนได้พยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า นายฤทธิเดช ลีศิริขุนกลาง หรือ เดช เป็นผู้ที่ได้หลอกลวงและข่มขู่ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย โดยได้ใช้ห้องพักหมายเลข 309 หอพักนฤมลคอร์ท เลขที่ 433 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นสถานที่ในการเล่นเฟซบุ๊กหรือสื่อออนไลน์ต่างๆ และมีความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายอีก 1 ราย ที่เข้ามาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และขอศาลเพื่อออกหมายค้น

ต่อมาวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5, ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่ห้องพักดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด คือ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง , คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง

เมื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นภายในอุปกรณ์ดังกล่าวทั้งหมด พบว่ามีภาพและคลิปวีดีโอของผู้เสียหายปรากฏอยู่ในโทรศัพท์มือถือ และยังพบการสนทนากับผู้เสียหาย ในสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก, ไลน์, ทวิตเตอร์ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังพบภาพและคลิปวีดีโอของผู้หญิงอีกจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นภาพเด็กหญิงช่วงอายุ 10-20 ปี เบื้องต้นนายฤทธิเดช ยอมรับว่าได้ใช้กลอุบาย หลอกลวง ผู้เสียหายทั้ง 3 รายจริง

พร้อมได้ทำการข่มขู่ให้ผู้เสียหายส่งภาพหรือคลิปโป๊มาให้ตนเพิ่มเติมจริง อีกทั้งยังได้นำภาพหรือคลิปวีดีโอไปโพสต์ในสื่อออนไลน์จริง เมื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงถือว่าการกระทำของนายฤทธิเดช เป็นความผิดข้อหา “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.287/1

จากนั้นจึงได้นำตัวนายฤทธิเดช ส่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบต่อไป และจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลการกระทำผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย ถ้าหากภายหลังตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆเพิ่มเติมแล้วพบว่าเป็นความผิดจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามขั้นตอนต่อไป

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า จากการสอบวนผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพได้ดำเนินการหลอกลวงเด็กหญิงให้ถ่ายภาพโป๊ส่งให้จริง เบื้องต้นได้มีผู้เข้ามาแจ้งความจำนวน 3 ราย ซึ่ง 1 ใน 3 เป็นเด็กอายุ 15 ปี แต่ผู้ต้องหายอมรับว่าได้ดำเนินการในลักษณะนี้มาประมาณ 20 ราย

จึงอยากแจ้งให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเพิ่ม เพื่อให้ผู้ต้องหาได้รับโทษเพิ่มมากขึ้น อยากขอแจ้งเตือน ผู้ที่ใช้โซเซียล ให้มีความระมัดระวังในการใช้ เนื่องจากคนร้ายมักใช้ช่องทางดังกล่าวในการหลอกลวง โดยการปลอมเฟซบุ๊ก เพื่อหลอกล่อให้เกิดความเสียหาย หาดพบเห็นให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบ

ขณะนี้ได้แจ้งข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.287/1 ส่วนข้อหาอื่นกำลังอยู่ระหว่างการขยายผล เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าการกระทำทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่คลิปที่ได้มาไปยังที่อื่น อย่างไรก็ตามจะทำการสืบสวนขยายผลต่อไป สำหรับโทษการกระทำความผิดคือจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาทต่อ 1 การกระทำความผิด เบื้องต้นมีการแจ้งความไว้ 3 ราย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นายฤทธิเดช ลีศิริขุนกลาง ผู้ต้องหากล่าวว่า สิ่งที่ทำลงไปได้สำนึกผิดแล้ว และหลงผิดไป เป็นเรื่องที่ไม่ดีไม่อยากให้คนอื่นกระทำการแบบเดียวกับที่ตนเองได้กระทำไว้ ไม่อยากให้ทุกคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ โดยยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำผิดไป ฝากขอโทษผู้เสียหายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป