
SHORT CUT
สภาพัฒน์ ชี้ แรงงานไทยเตรียมรับมือพิษสงครามยืดเยื้อ ถูกลดเวลาทำงาน กระทบรายได้หนัก พบ Q1 ปี 2569 คนว่างงานแฝงพุ่ง 2.2 แสนคน อาชีพอิสระเสี่ยงสุดๆ
สถานการณ์ตลาดแรงงานไทยในปี 2569 กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ล่าสุด ‘ดนุชา พิชยนันท์’ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 รายงานสัญญาณที่น่าจับตามองคือ ภาคธุรกิจเริ่มใช้มาตรการ "ลดจำนวนชั่วโมงการทำงาน" เพื่อลดต้นทุนและประคองกิจการภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม กระแสการปลดคนออกหรือการเลย์ออฟในภาพรวมยังถือว่ามีไม่มากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการพยายามรักษาการจ้างงานไว้ด้วยการจำกัดชั่วโมงงานแทน
โดยกลุ่มที่น่ากังวลที่สุดคือกลุ่มอาชีพอิสระที่พบว่ามีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องในส่วนของภาคอุตสาหกรรม กลุ่มท่องเที่ยว เป็นเซกเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้อาจไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์ไว้
ขณะที่ อุตสาหกรรมยานยนต์ แม้จะเผชิญกับการรุกคืบของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ผลกระทบต่อการจ้างงานในปัจจุบันยังไม่รุนแรงอย่างที่คิด เนื่องจากผู้ประกอบการดั้งเดิมมีการปรับตัวไปสู่การผลิตรถยนต์ Hybrid และ Plug-in Hybrid มากขึ้น แต่ทั้งนี้แรงงานยังจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวในอนาคต
นอกจากนี้ ประเด็นการนำ AI เข้ามาใช้ถูกยกระดับเป็นวาระสำคัญ โดยรัฐบาลเน้นไปที่การ Reskill และ Upskill แรงงาน รวมถึงการปรับหลักสูตรในมหาวิทยาลัยเพื่อให้เด็กจบใหม่มีทักษะที่ทำงานร่วมกับ AI ได้อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยใช้ AI (เช่น เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลการขาย) เพื่อช่วยให้ทราบพฤติกรรมผู้บริโภคและลดต้นทุนในการค้าขายท่ามกลางความท้าทายนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมหาศาล
พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่อง "ความฉลาดทางด้านการเงิน" (Financial Literacy) ในยุค Virtual Bank เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกู้ยืมเงินไปเพื่อการสร้างอาชีพมากกว่าการบริโภคเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันปัญหาหนี้เสียในระยะยาว