“บังดุล”สารภาพตระเวนชิงทรัพย์ หาเงินซื้อใบกระท่อม

21 ม.ค. 2563 เวลา 9:21 น.

บังดุล วัย19 ปีรับสารภาพตระเวนก่อเหตุชิงทรัพย์เหยื่อตามสะพานลอย ทำมาแล้ว 4 ครั้ง อ้างนำเงินไปเลี้ยงดูน้อง ตร.ตรวจสอบที่แท้ติดใบกระท่อม

วันนี้ (21 ม.ค.63) ตำรวจ สน.บางนา นำตัว นายมัรวาน ตีโม หรือบังดุล อายุ19ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้มีดจี้ชิงทรัพย์สินจากหญิงรายหนึ่งบนสะพานลอย ย่านบางนา เมื่อวันที่15 ม.ค.ที่ผ่านมา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากกลางดึกวันที่ 20ม.ค. ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวได้บริเวณ ถ.เทพารักษ์ ย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อก และเสื้อผ้าชุดที่ใช้ก่อเหตุ

 

 

จากการสอบปากคำ บังดุล รับสารภาพว่า วันเกิดเหตุหยิบมีดจากที่บ้าน จากนั้นขับรถจักรยานยนต์ มาตาม ถ.บางนา-ตราด ก่อนจะมาจอดบริเวณเชิงสะพานลอยที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นเหยื่อ เขาจึงรีบเดินขึ้นสะพานลอย ใช้มีดจี้ให้ส่งทรัพย์สินมา ก่อนรีบวิ่งกลับมาที่รถจักรยานยนต์แล้วขับหนี จากนั้นไปจอดในปั๊มน้ำมัน ซ.อุดมสุข 18 และเข้าไปในห้องน้ำ นำไฟแช็กมาจุดลนทองคำ ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็นไหม้ เชื่อว่าเป็นทองปลอม จึงนำทิ้งชักโครกทันที

 

 

เขายอมรับอีกว่า ปกติทำงานเป็นพนักงานขนสินค้าในบริษัทหนึ่ง แต่เงินไม่พอใช้ จึงตระเวนก่อเหตุเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และยอมรับว่าติดยาเสพติดใบกระท่อม โดยที่ไม่ได้นำเงินไปเลี้ยงแม่และน้องแต่อย่างใด

 

 

หลังจากสอบปากคำแล้วเสร็จตำรวจคุมตัวบังดุล ไปที่ปั๊มน้ำมัน ในซ.อุดมสุข18 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาซื้อไฟแช็กจากร้านค้าภายในปั๊ม นำมาจุดลนทองทดสอบว่าเป็นทองคำจริงหรือไม่

 

 

จากนั้นไปยังจุดที่2 บริเวณสะพานลอยที่ก่อเหตุ บังดุลให้การว่า เห็นเหยื่อลงรถและกำลังเดินขึ้นสะพาน จึงเดินตาม จนถึงบริเวณกลางสะพานลอย ได้เข้าประชิดตัวและใช้มีดจี้ไปที่เอว พร้อมกับขู่ให้นำทรัพย์สินมาให้ เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วรีบวิ่งขึ้นรถจักรยานต์ที่จอดอยู่ขับหลบหนีไปทันที

 

 

ด้านผู้เสียหายได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมและชี้ตัวคนร้าย เปิดใจกบัทีมข่าวว่ายังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะปกติแล้วจะใช้เส้นทางนี้บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะมาช่วงเสาร์-อาทิตย์ แต่ในวันเกิดเหตุเป็นวันพุธ ช่วงกลางวัน ไม่ค่อยมีคนเดิน ประกอบกับตอนนั้นชะล่าใจ ไม่ระวังตัวให้ดี รู้ว่ามีคนเดินตาม แต่ไม่ได้สนใจอะไร มารู้ตัวอีกทีคนร้ายก็เอามีดมาจี้เอาทรัพย์ไป ซึ่งเธอได้ให้ทรัพย์สินไปเพราะกลัวและต้องรักษาชีวิตไว้

 

 

ขณะที่การสืบสวนตำรวจพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้งโดยครั้งนี้เป็นครั้งที่4 เลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง เบื้องต้นทางตำรวจแจ้งข้อหา "ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยเปิดเผยโดยไม่มีเหตุสมควร"