แรงงานหลั่งไหลออกจาก จ.ภูเก็ต ขอกลับบ้านเกิดดีกว่าอดตาย(มีคลิป)

06 พ.ค. 2563 เวลา 7:13 น.

เจ้าหน้าที่ จ.ตรัง ตรวจเข้มแรงงานที่ทยอยเดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต เพื่อกลับภูมิลำเนา เนื่องจากพิษโควิด 19 ส่วนใหญ่ยอมกักตัวเอง 14 วัน ก่อนหางานใหม่เพราะอยู่ภูเก็ตไปก็อาจอดตาย

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 63 ที่จุดคัดกรองการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต.ควนกุน อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง จ.ตรังกับ จ.กระบี่ ยังคงมีคนภูเก็ตเดินทางเข้าสู่ จ.ตรังอย่างต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 4 แล้ว ส่วนมากมากันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก และใช้รถจักรยานยนต์ขับมาตั้งแต่ จ.ภูเก็ต ผ่าน จ.พังงาและจ.กระบี่ก่อนเข้าสู่ จ.ตรัง

เนื่องจากไม่มีรถโดยสารประจำทาง จึงต้องใช้รถส่วนตัวเป็นพาหนะ พร้อมหอบหิ้วสัมภาระที่จำเป็นเท่าที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์จะบรรทุกได้ นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มคนที่เดินทางมาจาก จ.ภูเก็ตเพื่อใช้ จ.ตรังเป็นเส้นทางผ่านไปยัง จ.สงขลา สตูลและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าคนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ จ.ตรัง ซึ่งได้ลงทะเบียนไว้แค่ 1,964 คน

โดยผู้ที่เดินทาง เปิดเผยว่า ได้รับความสะดวกในการเข้าพื้นที่ จ.ตรัง รอไม่นานและพร้อมกักตัว 14 วัน ซึ่งส่วนใหญ่ตกงาน โรงแรมปิดยาวถึง 6 เดือนทำให้ขาดรายได้จึงต้องกลับไปอยู่บ้านจนกว่ากิจการจะเปิดหรือเรียกตัวกลับไปทำงานอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง หลังประชาชนร้องเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่น้อยทำให้รอคิวนาน วันนี้ ได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ มากขึ้น ทำให้การคัดกรองเป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น และสร้างความพอใจให้กับผู้เดินทางเป็นอย่างมาก

โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนจาก จ.ภูเก็ตทะลักเข้าสู่ จ.ตรังทั้งที่เป็นชาว จ.ตรังและจังหวัดอื่น ๆ แล้วกว่า 5,000 คนหรือวันละไม่ต่ำกว่า 2,000 คน โดยจ.ตรังเป็นจังหวัดที่ปลอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาเป็นวันที่ 27 แล้ว ซึ่งการเดินทางส่วนใหญ่ราบรื่นดี

ส่วนทางด้าน พ.ต.ท ภูมินพเดช อริยะตระกูลวงศ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.สิเกา จ.ตรัง หัวหน้าด่านคัดกรองควนกุน เล่าว่า จากที่สอบถามเหตุผลส่วนมากจะหนีภาวะตกงานเพราะภูเก็ตปิดตายมาเป็นเดือนไม่มีงานทำ บางคนต้องคืนที่พักและบ้านเช่า ซึ่งทาง จ.ตรังมีการดูแลการจัดการโดยเพิ่มกำลังขึ้นเป็น 2 เท่าจากปกติน่าจะมีประชาชนออกมาอีกเยอะไม่ต่ำกว่า 5,000 คนเป็นอย่างต่ำ ซึ่ง 3 วันที่ผ่านมาน่าจะประมาณ 5,000 คนได้แล้ว