ข่าว

ส่อบานปลาย คดีตำรวจอุ้มรีดเงินภรรยา-ลูก เสนอเงินปิดปาก 1.5 ล้าน

คดีตำรวจอุ้มรีดเงินภรรยาลูกเจ้าของร้านอาหารส่อเค้าบานปลาย ผู้ใหญ่เสนอเงิน ปิดปาก 1.5 ล้าน ให้เปลี่ยนคำให้การ ผู้เสียหายรุดสอบถามความคืบหน้าหลังร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่

นายฐานะพล เสาวคนธ์ เจ้าของร้านอาหารในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และภรรยาที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรีดเงิน 3 แสนบาทคาป้อมตำรวจ ในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ขณะที่ภรรยาเดินทางกลับจากงานแต่งญาติที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ต่อมาทางผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนสื่อมวลชน เดินทางผู้บังคับบัญชา ได้เรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาให้ผู้เสียหายชี้ตัวและถูกสั่งให้ออกจากราชการ ตั้งแต่หัวหน้าชุดยศ ร.ต.อ.ลงมา ตามที่เป็นข่าว ไปแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ (13 พ.ค.) นายฐานะพล เสาวคนธ์ พร้อมภรรยาได้เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่เจ้าตัวยังไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากว่าเงินจำนวน 3 แสนบาท ที่ถูกตำรวจชุดจับกุมยึดไปนั้นยังไม่ได้คืน โดยได้เขียนป้ายข้อความประท้วงว่า “โควิดคิดว่าแย่ แต่ถ้าเจอตำรวจรีดทรัพย์ยิ่งแย่กว่า เงินสามแสนผมอยู่ไหนครับ”

ขณะเดียวกัน ได้มีบุคคลคนหนึ่ง อ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่หลายคน ได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาเสนอเงินให้ 1.5 ล้านบาท เพื่อให้กลับคำให้การ ซึ่งตนและภรรยาไม่ยินยอมและอยากให้ทางตำรวจดำเนินคดี กับตำรวจชุดจับกุมเพิ่มอีก 2 นาย ที่ยังลอยนวล เพราะได้ร่วมกระทำผิดด้วยกันทั้งหมด 7 นาย

นายฐานะพล เสาวคนธ์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองเดินทางมาตามเรื่องที่ตนร้องเรียนไว้ กรณีถูกตำรวจแม่อายอุ้มรีดทรัพย์ โดยภายหลังมีการร่างกลับคำให้การตนเองเพื่อแลกกับเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท ตนเองไม่ยอมเรื่องดังกล่าว ตนเองอยากได้เงินตนเองที่ถูกเอาไปจำนวน 3 แสนบาทที่ถูกต้องเท่านั้น คนที่เกี่ยวข้องอยู่สบายตนเองก็ลำบาก อยากฝากถึงผู้บังคับบัญชาทุกท่านว่าที่บอกว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ความเป็นธรรมยังมาไม่ถึงตนเองเลย

“ตอนนี้ผมลำบากมาก ทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะเรื่องสถานการณ์โควิด ลูกผมก็ยังเล็กอยู่ เงินทุนก็มีอยู่ก้อนหนึ่งแต่ถูกตำรวจเอาไป ที่ผมต้องการคือได้เงินสามแสนคืน คนที่กระทำผิดก็ดำเนินคดีไปไม่ต้องมายุ่งกับผมแล้ว เกือบ 4 เดือนมาแล้วยังไม่มีหมายเรียกหมายจับอะไรเลยทั้งๆที่หลักฐานชัดเจน”นายฐานะพล กล่าว

ภายหลังได้สอบถามความคืบหน้าจากศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่แล้วแจ้งว่า เรื่องที่ร้องเรียน อยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ในกระบวนการรอให้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเซ็นต์อนุญาตให้เข้าร่วมการสอบสวนครั้งนี้ อีกทางหนึ่งได้ส่งเรื่องไปที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ให้ร่วมดำเนินการเรื่องดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะกรณีของอดีตแม่หลวงที่พัวพันเรื่องนี้