ข่าว

“ชายอ้างเป็นตำรวจ”จับพ่อค้ารับซื้อลูกหอยแครงก่อนเรียกเงิน 5 ล้าน

ชาวบ้านแห่ล้อมรถ “ชายอ้างเป็นตำรวจ” เข้าจับกุมพ่อค้ารับซื้อลูกหอยแครง เรียกเงิน 5 ล้าน แลกกับไม่ถูกดำเนินคดี

ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุจากกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ชุมชนบ้านสำโรง หมู่ 4 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ว่ามีผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปจับกุมตัวนายอนุชา บินมุซา อายุ 46 ปี ชาวประมงพื้นบ้านพร้อมข่มขู่เรียกเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี แต่ถูกกลุ่มชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงได้รวมตัวกว่า 300 คนปิดล้อมรถยนต์คันดังกล่าวไว้ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.

ต่อมา พ.ต.อ.ทักษิณ ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยโทสมชาย เรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ได้นำกำลังเข้าระงับเหตุ โดยนายอนุชา บินมุซา ได้ให้รายละเอียดว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.มีชาย 3 คน ใช้รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว อ้างตัวเป็นตำรวจ ใช้ปืนบุกเข้าจี้บังคับนายอนุชา และคนงานอีก 2 คนที่กำลังรับซื้อลูกหอยแครงจากชาวประมงพื้นบ้าน ที่ลงไปจับลูกหอยแครงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในพื้นที่อนุรักษ์เขตชายฝั่ง 1,000 เมตรที่ทางนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เปิดพื้นที่เขตอนุรักษ์บริเวณตำบลคลองฉนาก-ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง ให้กลุ่มชาวประมงเข้าไปจับมาขายเพื่อสร้างรายได้ในสถานการณ์โควิด-19

นายอนุชา บอกว่า ชายทั้ง 3 คนใช้ปืนจี้บังคับและยึดลูกหอยแครงอายุประมาณ 1 เดือนจำนวน 23 กระสอบน้ำหนัก 700 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 5 แสนบาท อ้างว่าผิดกฎหมายและบังคับให้ขึ้นรถพร้อมขู่บังคับเรียกร้องเงินจำนวน 5 ล้านบาทเพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ถูกดำเนินคดี ทำให้กลุ่มชาวประมงนับ100คนที่กำลังนำลูกหอยแครงมาขายเห็นเหตุการณ์เกิดความไม่พอใจ

ทำให้ชายทั้ง 3 คนหลบหนีขึ้นรถยนต์ แต่ทางชาวบ้านทำการปิดล้อมไม่ยอมให้ขับออกจากที่เกิดเหตุและเรียกร้องทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ หากเป็นตำรวจจริงขอให้ทางผู้บังคับบัญชาสั่งย้ายออกจากพื้นที่และขอให้สอบสวนดำเนินการทางวินัยต่อตำรวจทั้ง 3 นาย ซึ่งทางนายอำเภอและ ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์รับปากจะดำเนินการให้แต่ทางชาวบ้านไม่ไว้ใจจึงเรียกร้องขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีลงมาเคลียร์

ต่อมานายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว กำนันตำบลทุ่งกง อดีตนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นคนที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านให้ความเคารพนับถือได้ลงมาเจรจาขอให้ชาวบ้านปล่อยตัวตำรวจทั้ง 3 นายออกจากพื้นที่ พร้อมรับปากจะดำเนินการประสานทางผู้บังคับบัญชาของตำรวจทั้ง 3 นายให้ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง นายอนุชาผู้เสียหายและชาวบ้านพอใจยอมปล่อยตัวตำรวจทั้ง 3 นาย แต่ขณะที่กำลังให้รถยนต์ของตำรวจทั้ง 3 นายที่อยู่ภายในรถเคลื่อนตัวออกจากจุดที่ถูกปิดล้อมชาวบ้านบางส่วนไม่รู้คิดว่าจะขับรถหลบหนีจึงได้กรูเข้ามาทุบตีและเขย่ารถจนเกิดความชุลมุนอีกครั้ง และในที่สุดทุกอย่างก็คลี่คลาย โดยชาวบ้านขอให้ผู้ที่อยู่ในรถยนต์เปิดไฟในรถพร้อม ขอให้ถอดหน้ากากอนามัยและหมวกเพื่อให้ทุกคนเห็นหน้าตำรวจทั้ง 3 นายและจำไว้เพื่อป้องกันเหตุร้ายในวันข้างหน้า