บรรยิน เครียดหนักผูกคอในคุก หลังเครียดจัดถูกเปิดโปงเรื่องแหกคุก

19 มิ.ย. 2020 เวลา 12:26 น.

พ.ต.ท.บรรยิน เครียดหนักผูกคอในคุก เจ้าหน้าที่ช่วยได้ทัน รอดเงื้อมมือพญามัจจุราช เหตุถูกเปิดโปงแผนแหกคุกจากนักโทษในเรือนจำเดียวกัน

บรรยิน  มีรายงานจากกรมราชทัณฑ์ว่า ภายหลังจากแผนการแหกคุกเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา และคดีเกี่ยวกับการโอนหุ้นที่โด่งดังก่อน ได้ถูกเปิดโปงจากผู้ที่รับงาน คือ นักโทษในเรือนจำเดียวกับพ.ต.ท.บรรยิน โดยถูกตำรวจกองปราบตามจับตัว และเค้นสอบปากคำจนรับสารภาพในการวางแผนแหกคุกนั้น

ทางพ.ต.ท.บรรยินกิดอาการเครียดอย่างหนักจนทำให้คิดสั้นตัดสินใจพยายามผูกคอตายในเรือนจำ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือได้ทัน

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ รายงานข่าวแจ้งต่อว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ชุดสืบสวนกองปราบปราม ได้จับกุมตัวนายโจ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ ได้ที่ซอยลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ หลังได้รับการประกันตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ยังคงมีหมายจับค้างเก่าติดตัวอีก 1 หมาย

เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวก่อนจะนำมาสอบปากคำ เบื้องต้นนายโจ ให้การรับสารภาพ ว่าที่ได้ประกันตัวออกมาเป็นเพราะ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ที่รู้จักกันในเรือนจำฯ ได้ให้ทนายความส่วนตัวติดต่อทนายความอีกคนให้มาประกันตัวออกจากเรือนจำ

พร้อมทั้งยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า สาเหตุที่พ.ต.ท.บรรยิน ช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นเพราะรู้จักกันในเรือนจำ โดย พ.ต.ท.บรรยิน มีคำสั่งให้ตนทำงานให้ 2 ข้อ ข้อแรก คือ

ให้หาทางชิงตัวพ.ต.ท.บรรยิน ออกจากคุก แต่ถ้าข้อแรกทำไม่สำเร็จให้ลักพาตัวภรรยาของผบ.เรือนจำ มาให้ได้เพื่อไว้ใช้ในการต่อรอกับผบ.เรือนจำ เรื่องการงการหนีออกจากคุก พร้อมทั้งยังให้เบอร์โทรติดต่อไปหา สส.จังหวัดนครสวรรค์ ที่เคยเป็นลูกน้องของพ.ต.ท.บรรยิน เพื่อร่วมกันวางแผน ครั้งแรกโทรติดต่อไปหา ส.ส.ที่พ.ต.ท.บรรยิน ให้เบอร์มาแต่ฝ่ายนั้นไม่เอาด้วย เว้นระยะเวลาไป2-3 วัน ได้โทรไปหาอีกครั้งเพื่อขอเงิน แต่ไม่ได้ ชุดสืบสวนกองปราบปรามจึงได้จับกุมดำเนินคดีในข้อหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สน.หัวหมาก

ผู้สื่อข่ายรายงานอีกว่า หลังจากทราบเรื่องดังกล่าว ชุดสืบสวนกองปราบปราม ได้เข้าไปสืบสวนหาข่าวจากเจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำ จนทราบว่า นอกจากนายโจ ที่ถูกพ.ต.ท.บรรยิน สั่งทำงานแล้ว ยังมีนายท๊อป อายุ 30 ปี ผู้ต้องหากรรโชกทรัพย์ ชาวจังหวัดนครสวรรค์ บ้านเดียวกันกับพ.ต.ท.บรรยิน อีกคน

โดยแหล่งข่าวภายในเรือนจำแจ้งว่า ระหว่างที่ทั้งคู่ถูกคมขังได้มีความสนิทกับ พ.ต.ท.บรรยิน เป็นอย่างมาก จากนั้นได้รับการปล่อยตัวออกมาจากการประกันตัว

หลังทราบเรื่องชุดสืบสวนกองปราบปราม ได้ตรวจสอบหาเบาะแสจนสามารถจับกุมตัวนายท็อป ได้บริเวณหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนนำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียด โดยนายท็อป ให้การรับว่า รู้จักกับพ.ต.ท.บรรยิน ในเรือนจำจริง ส่วนเรื่องการประกันตัวออกมาเป็นญาติหาเงินมาประกัน

นอกจากนี้ยังให้การว่า ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำพ.ต.ท.บรรยิน ได้สั่งให้หาทางช่วยเหลืออกจากคุกเช่นเดียวกับนายโจ โดยบอกว่า พ.ต.ท.บรรยิน ได้เล่ารายละเอียดในการวางแผน ว่า จะมีคนมาวางระเบิดข้างเรือนจำ จากนั้นจะล้มเสาธงชาติกลางลานสนามหญ้า เพื่อใช้ปีนหนี เมื่อออกมาได้จะมีเฮลิคอปเตอร์มารับตัวอีกที หลังจากสอบสวนเสร็จสิ้น จึงได้แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวไปดำเนินคดีที่ จ.นครสวรรค์

โดยหลังจากมีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ชุดสืบสวนกองปราบปราม ได้ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อหาเบาะแสต่างๆอยู่ ตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด