แพทย์ชี้ “น้องมิ้นท์” ช็อกดับมีเลือดออกในปอด รุ่นพี่อ้างแค่เป็นลม

21 ส.ค. 2563 เวลา 7:30 น.

แพทย์ชันสูตรเผยสาเหตุเสียชีวิตของน้องมิ้นท์ ช็อกจนเสียชีวิต และมีเลือดออกในปอด หลังถูกรุ่นพี่ทำโทษซ้อมลีดช้า

กรณีต่อเนื่องจากที่ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดดำ นักศึกษาชั้นปี 1 สาขาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เสียชีวิตจากการช็อกหมดสติ โดยได้รับข้อมูลจากเพื่อผู้ตายว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุดังกล่าวเธอถูกรุ่นพี่ลงโทษ เพราะมาซ้อมลีดช้า จนเป็นลมและช็อกหมดสติก่อนเสียชีวิตในเวลาถัดมา

 

สลด! รุ่นพี่ ม.ดัง สั่งทำโทษรุ่นน้อง วิ่งจนช็อกดับ

 

โดยล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันนี้ที่ สภ.เมืองภูเก็ต บรรดาญาติๆของ นางสาวพรพิพัฒน์ ผู้เสียชีวิต นำโดย น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ ซึ่งเป็นพี่สาว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชน สุทธิมาศ รองผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันพร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตนางสาวพรพิพัฒน์ หลังพบว่าข้อมูลจากที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตแจ้ง กับ ข้อมูลที่ได้ๆจากเพื่อนๆผู้เสียชีวิต ไม่สอดคล้องกัน

น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ พี่สาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยฯ ได้แจ้งกับครอบครัวว่า น้องเป็นลมและได้นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ทางครอบครัวจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบว่าน้องอยู่ในห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีหมอและพยาบาลให้การช่วยเหลืออยู่

โดยทางหมอแจ้งว่าว่าน้องมีอาการหนัก ซึ่งขัดแย้งกับอาการเป็นลม และทางหมอแจ้งว่าน้องมีเลือดออกในช่องปอด ซึ่งอาการนี้มันยังหาสาเหตุไม่ได้ตามที่ทางมหาวิทยาลัยฯแจ้งว่าเกิดจากอาการเป็นลม จากนั้นวันที่ 20 ส.ค.หมอก็ยังสอบถามว่าสาเหตุของน้องเกิดจากอะไรกันแน่ และในวันนั้น เพื่อนๆ รุ่นพี่และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยได้เดินทางมาถึง ทางเราจึงได้สอบถามว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรซึ่งดูจากอาการแล้วไม่น่าจะใช่เป็นลม

ทางอาจารย์ได้แจ้งว่าก่อนเกิดเหตุน้องได้ไปซ้อมหลีด ซึ่งก่อนการซ้อมลีดจะมีการวิ่งวอร์มร่างกายซึ่งน้องวิ่งได้เพียง 1 รอบก็เกิดอาการเป็นลม จากนั้นเพื่อนๆเลยนำน้องมาส่งทางโรงพยาบาล ซึ่งอาจารย์และรุ่นพี่น้องๆ เพื่อนๆ เล่าข้อมูลมาเพียงเท่านี้ กระทั่งเมื่อเวลา 18.20 น วานนี้(20 ส.ค.63) น้องได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ทั้งนี้ น.ส.วิลาวรรณ เอียดคำ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่พบในเพจต่างๆเเละจากการสอบถามความจริงกับเพื่อนๆของน้อง พบว่ามีข้อมูลที่ขัดแย้งกับอาการเป็นลมที่ระบุ ซึ่งเพื่อนของน้องให้ข้อมูลว่าน้องได้ถูกทำโทษ หลังจากที่น้องได้มาซ้อมหลีดสาย เนื่องจากต้องทำงานอยู่ที่อีกตึกหนึ่ง โดยรุ่นพี่ได้สั่งให้วิ่งจำนวน 8 รอบ ซึ่งน้องวิ่งได้ในรอบที่ 7 ก่อนจะมีอาการช็อก ตาเหลือก ตาค้าง

อย่างไรก็ตามในตอนนี้น้องเสียชีวิตไปแล้ว ก็ต้องทำใจ ทางครอบครัวเองและทางญาติพี่น้องไม่ได้ต้องการให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง แต่ยังติดใจว่าทำไมทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับทางครอบครัวและหมอ เพื่อเป็นประโยชน์การรักษา วันนี้จึงเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อต้องการข้อเท็จจริงจากปากของอาจารย์และรุ่นพี่ โดยอยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สุดท้ายของน้องๆ และไม่อยากให้มีการกระทำเช่นนี้ก็อีก เพราะบุตรหลานใคร ใครก็รัก

ทั้งนี้ น.ส.วิลาวรรณ ยืนยันว่า น้องสาวเป็นคนที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถม จนเข้ามหาวิทยาลัยชั้นปีหนึ่ง หลังจากที่เราเสียชีวิตทางมหาวิทยาลัยได้ติดต่อมาขอจัดการในเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำศพซึ่งตอนนี้ศพของน้องยังอยู่ที่โรงพยาบาลคาดว่าจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าเรือ อำเภอถลางจังหวัดภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในเวลา 11.00 น. ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ก็ได้มีการเปิดแถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าว ซึ่งจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด