วิกฤตแฮก Coldcard สูญ $116 ล้าน วิธีเก็บ Bitcoin อย่างไรให้ปลอดภัย

วิกฤตแฮก Coldcard สูญ $116 ล้าน วิธีเก็บ Bitcoin อย่างไรให้ปลอดภัย

ช่องโหว่ของกระเป๋าเงิน Coldcard ทำผู้ใช้สูญ Bitcoin กว่า 116 ล้านดอลลาร์ สะเทือนวงการคริปโต ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่าเราควรเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

SHORT CUT

  • การสูญเสียกว่า 116 ล้านดอลลาร์ เกิดจากความผิดพลาดในการสุ่มสร้าง Seed Phrase ของเฟิร์มแวร์ Coldcard ตั้งแต่ปี 2021 ทำให้แฮกเกอร์คาดเดารหัสและขโมยเงินได้โดยไม่ต้องสัมผัสอุปกรณ์
  • แฮกเกอร์ใช้เวลาโจมตีเป็นระลอก กวาด Bitcoin ไปกว่า 1,816 เหรียญ (116 ล้านดอลลาร์) โดยกวาดไปได้มากสุดถึง 38 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 25 นาที
  • เหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง การเก็บเหรียญด้วยตัวเอง ที่ต้องรับความเสี่ยงทางเทคนิค 100% กับการฝากไว้บนกระดานเทรดใหญ่ๆ ที่แลกมากับการยอมให้บุคคลที่สามดูแลสินทรัพย์

ช่องโหว่ของกระเป๋าเงิน Coldcard ทำผู้ใช้สูญ Bitcoin กว่า 116 ล้านดอลลาร์ สะเทือนวงการคริปโต ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่าเราควรเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญอีกครั้ง เมื่อแฮกเกอร์สามารถเจาะระบบและขโมย Bitcoin ไปได้ถึง 1,816 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า 116 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องถึง 4 ระลอก และส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินดิจิทัลกว่า 5,200 รายการ

ตัวอย่างเคสหนึ่งในผู้เสียหายคือ 'DuckDuckMoss' นักลงทุนวัย 39 ปี ที่สูญเสีย Bitcoin จำนวน 2 BTC (มูลค่ากว่า 4.2 ล้านบาท) ซึ่งเป็นเงินเก็บตลอด 8 ปีของเขา

เหตุการณ์นี้ทำให้ความเชื่อมั่นในเรื่อง 'การถือครองสินทรัพย์ด้วยตนเอง' สั่นคลอนอย่างหนัก และตอกย้ำว่าแม้แต่อุปกรณ์ที่ถูกขนานนามว่าปลอดภัยที่สุดก็อาจมีจุดอ่อนได้

กระเป๋า 'Cold Wallet' คืออะไร? ทำไมถึงโดนแฮกได้

Coldcard เป็นฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัยสูง เพราะออกแบบมาให้ทำงานแบบออฟไลน์ (Cold Storage) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดจากการอัปเดตซอฟต์แวร์เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2021

บริษัท Block และการวิเคราะห์เครือข่ายพบว่า ซอฟต์แวร์เวอร์ชันดังกล่าวมีข้อผิดพลาดในการกู้คืน โดยระบบหันไปใช้กระบวนการสุ่มตัวเลขทางซอฟต์แวร์ที่สามารถคาดเดาได้ แทนที่จะใช้ฮาร์ดแวร์สุ่มตัวเลข ตามที่ควรจะเป็น

เมื่อแฮกเกอร์ล่วงรู้รูปแบบนี้ พวกเขาก็สามารถจำลองกระบวนการบนคอมพิวเตอร์เพื่อสุ่มเดา Seed Phrase และโอนเงินออกไปได้โดยไม่ต้องเข้าถึงอุปกรณ์จริง

เก็บ Bitcoin อย่างไรให้ปลอดภัย?

  • การเก็บรักษาด้วยตัวเอง : แม้จะมอบอิสรภาพและอำนาจเบ็ดเสร็จให้ผู้ถือครอง แต่ Changpeng Zhao (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance ได้ให้ความเห็นว่า "ผมเชื่อมั่นในการเก็บสินทรัพย์ด้วยตัวเอง แต่มันก็ผลักภาระและความรับผิดชอบทั้งหมดมาที่คุณเช่นกัน"

CREDIT : REUTERS

ผู้ใช้ที่เก็บเหรียญเองต้องหมั่นติดตามข่าวสาร อัปเดตเฟิร์มแวร์อย่างระมัดระวัง และกระจายความเสี่ยงไม่เก็บเงินทั้งหมดไว้ในอุปกรณ์เดียว

  • การพึ่งพากระดานเทรด : นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองว่า แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง Binance หรือ Coinbase อาจมีความปลอดภัยและเรียบง่ายกว่า เนื่องจากมีทีมรักษาความปลอดภัยระดับองค์กรคอยดูแลระบบ

การถือครองผ่าน Spot Bitcoin ETF ช่วยตัดความกังวลเรื่องการทำรหัสผ่านสูญหายหรือถูกแฮกอุปกรณ์ แต่ต้องแลกมากับการเสียค่าธรรมเนียมการจัดการและไม่ได้ถือครองสิทธิ์ในตัวเหรียญอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สร้าง Seed Phrase ผ่านกระดาน Coldcard ในช่วงเวลาที่มีช่องโหว่ (ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา) ทางบริษัท Coinkite ได้ออกประกาศเตือนอย่างเร่งด่วนให้ 'ย้ายสินทรัพย์ออกโดยเร็วที่สุด'

CREDIT : Coinkite

ท้ายที่สุดแล้ว ความสูญเสียนักลงทุนนับพันราย เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าในโลกของคริปโตเคอร์เรนซี 'ความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ' อาจไม่มีอยู่จริง 

ที่มา : Yahoo FinanceFinance Yahoo, Reddit 

related