svasdssvasds

First Jobbers พร้อมจ่ายเพื่อบุคลิกภาพ ดันตลาดความงามโต ออปติมาแอสเทติค ลุยชิงเค้ก

First Jobbers พร้อมจ่ายเพื่อบุคลิกภาพ ดันตลาดความงามโต ออปติมาแอสเทติค ลุยชิงเค้ก

เปิดอินไซต์ผู้บริโภคธุรกิจความงามไทย ออปติมาแอสเทติค เผยว่า กลุ่ม First Jobbers ไทยพร้อมจ่ายเพื่อบุคลิกภาพ ดันตลาดความงามโต-ยกกระชับผิว 8 พันล้าน โต

ในวันที่บุคลิกภาพกลายเป็นหนึ่งในทุนทางสังคมของคนทำงาน คนรุ่นใหม่และกลุ่ม First Jobbers จึงไม่ได้มองความงามเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุนเพื่อโอกาสในชีวิต ตั้งแต่ภาพลักษณ์ในการทำงาน ความมั่นใจ ไปจนถึงการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ชัดเจนและพร้อมจ่าย หากสินค้าและบริการตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ราคา และคุณค่าที่สะท้อนตัวตน นี่จึงทำให้คนรุ่นใหม่กลายเป็นตลาดหัวใจหลักของธุรกิจความงามไทย ที่แบรนด์ไม่อาจมองข้าม และกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบัน

พามาดูความเคลื่อนไหวธุรกิจความงามไทยในปี2569 ว่ามีความคึกคักมากน้อยเพียงใด โดย นพ.ฐิติคมน์ ลิ้มรัตนเมฆา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออปติมาแอสเทติค จํากัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องมือยกกระชับผิวในประเทศไทยมีสัญญาณการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในตลาดเครื่องมือยกกระชับผิว ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงถึง 8,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มพุ่งทะยานทะลุ 10,000 ล้านบาท ในเร็วๆนี้ โดยกลุ่มเป้าหมายที่น่าจับตามองที่สุดไม่ใช่กลุ่มผู้สูงวัยอีกต่อไป แต่เป็นกลุ่ม New Customer ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป หรือคนที่เริ่มทำงาน โดยกลุ่มอายุ 25+  หรือ First Jobbers เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อพร้อมจ่ายเพื่อบุคลิกภาพ

จากการวิเคราะห์อินไซต์ผู้บริโภค พบว่า กลุ่มคนวัย 25 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มเริ่มทำงานกำลังกลายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหลักและพร้อมจ่ายเพื่อให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ โดยคนกลุ่มนี้มักจะประสบปัญหาไขมันส่วนเกินบนใบหน้า (Facial Fat) หรือที่เรียกว่าหน้าอ้วนแต่ตัวผอม และจะมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันและคงสภาพความอ่อนเยาว์ (Maintenance) ให้ดูดีเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางสังคมเป็นตัวกระตุ้นเมื่อเห็นเพื่อนรอบข้างดูดีขึ้นจากการเข้าคลินิก ก็เกิดความต้องการที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองเพื่อความมั่นใจและการเข้าสังคม

สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยตามกาลเวลามีหลากหลายปัจจัย ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่าง ฝุ่นควันและมลภาวะแม้จะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อความหย่อนคล้อย แต่ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อสภาพผิว (Skin Quality)

นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การพักผ่อนน้อย และการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สุขภาพผิวแย่ลง ก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนัง เช่น สิวอักเสบ หรือหลุมสิวตามมา ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือยกกระชับรุ่นใหม่ๆ ถูกออกแบบมาให้ปรับแต่งการรักษาได้หลากหลาย ทั้งงานยกกระชับ สลายไขมัน และงานฟื้นฟูผิวในเครื่องเดียว เพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย

จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นได้ว่าตลาดมีทิศทางเติบโตจึงทำให้แบรนด์เริ่มขยับ เช่น ‘ออปติมาแอสเทติค’ ได้มีการประกาศความสำเร็จเครื่องยกกระชับผิว ‘ดูโบล้ทู’ (Doublo 2.0) หลังรุกตลาดไทยครบ 1 ปี ขึ้นแท่นนวัตกรรมยกกระชับที่ครองใจคลินิกชั้นนำกว่า 100 แห่ง ชูจุดเด่น Synergy Dotting หนึ่งเดียวในโลกที่ผสานพลังงาน RF และ MFU (HIFU ที่มีความเสถียร แม่นยำ และปลอดภัยกว่า) ในช็อตเดียว มอบผลลัพธ์เหนือชั้นแต่เจ็บน้อยกว่า ทำน้อยครั้ง ผลลัพธ์ชัดเจน อยู่ได้นาน พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ ‘ใหม่ ดาวิกา’ ตอกย้ำภาพลักษณ์ความอินเตอร์ มั่นใจ ทันสมัย ปักธงขยายฐานลูกค้าทั่วไทย 300 เครื่องในปีนี้

First Jobbers พร้อมจ่ายเพื่อบุคลิกภาพ ดันตลาดความงามโต ออปติมาแอสเทติค ลุยชิงเค้ก

นพ.ฐิติคมน์ ลิ้มรัตนเมฆา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออปติมาแอสเทติค จํากัด เปิดเผยว่า ธุรกิจเวชศาสตร์ความงาม (Aesthetic Medicine) ในประเทศไทยเติบโตสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปัจจัยมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ความอ่อนเยาว์ และการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ผ่าตัด ที่ได้รับความนิยมมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อที่สูง รวมถึงความเชื่อมั่นในแพทย์ และคลินิกความงามที่มีความพร้อม

ปัจจุบันตลาดเครื่องมือยกกระชับผิวในไทยมีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี HIFU, RF และเทคโนโลยีแบบผสมผสาน มีแนวโน้มเติบโต 8-12% ต่อปี โดยมีปัจจัยจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่และเพศชาย ซึ่งปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้บริการหลักอยู่ในช่วงอายุ 30-55 ปี แต่เริ่มมีแนวโน้มที่กลุ่มอายุ 25-30 ปี จะหันมาใช้บริการมากขึ้น ขณะเดียวกัน สัดส่วนของผู้ใช้บริการเพศชายมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 10%

First Jobbers พร้อมจ่ายเพื่อบุคลิกภาพ ดันตลาดความงามโต ออปติมาแอสเทติค ลุยชิงเค้ก

แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัดนั้นยังเป็น Affordable Luxury หรือความหรูหราที่เข้าถึงได้ จึงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าการทำศัลยกรรมใหญ่ จากเทรนด์การเติบโตดังกล่าว เราจึงนำเครื่องยกกระชับผิว ‘ดูโบล้ทู’ เข้ามาจำหน่ายในไทยเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเกินคาดจากแพทย์และคลินิกความงามกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เนื่องจาก ‘ดูโบล้ทู’ มอบความคุ้มค่าและประสิทธิภาพที่โดดเด่นกว่าเครื่องยกกระชับทั่วไป ไม่เพียงความคุ้มค่าสำหรับคลินิกเท่านั้น แต่ยังมอบผลลัพธ์ที่คุ้มค่าให้ผู้ใช้บริการด้วย สำหรับปีนี้ เรามีแผนรุกตลาดต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าจำหน่ายเพิ่มอีก 200 เครื่อง นพ.ฐิติคมน์ กล่าว

สำหรับความโดดเด่นที่ทำให้เครื่องยกกระชับ ‘ดูโบล้ทู’ ประสบความสำเร็จ คือ การเป็นนวัตกรรมแรกของโลกที่รวมเทคโนโลยีพลังงาน RF (Radio Frequency) และ MFU (Microfocused Ultrasound) เข้าไว้ด้วยกันในหนึ่งเดียว ภายใต้เทคนิค Synergy Dotting ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะครั้งแรกของโลกโดย Hironic บริษัทชั้นนำด้านเครื่องมือเวชศาสตร์ความงามจากเกาหลีใต้ ที่ผ่านการรับรอง KFDA, CE และมาตรฐานทางการแพทย์สากล โดยใน 1 ช็อตของการรักษา เครื่องจะปล่อยพลังงาน RF เพื่ออุ่นผิวชั้นบน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับ รูขุมขน ก่อนจะส่งพลังงาน MFU ลงไปลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า การทำงาน

ร่วมกันนี้ช่วยสร้างความร้อนในชั้นผิวได้ครอบคลุมกว่าการใช้ HIFU เพียงอย่างเดียวถึง 1.8 เท่า และเห็นความเปลี่ยนแปลงได้สูงสุดถึง 13.3 เท่า ในบางกรณี นอกจากประสิทธิภาพที่เหนือกว่าแล้ว ‘ดูโบล้ทู’ ยังมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะเรื่องความเจ็บที่เหลือเพียงระดับ 4-5 ในขณะที่เครื่องยกกระชับทั่วไปสร้างความเจ็บได้ถึงระดับ 7-9 ทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกสบายขึ้น และเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำ

นอกจากนี้ ‘ดูโบล้ทู’ ยังมาพร้อมกับ 3 หัวหัตถการ (3 Handpieces) ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคลินิกในเครื่องเดียว จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อหลายเครื่องเพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งหัวหัตถการทั้ง 3 ได้แก่

•SD (Synergy Dotting) Handpiece ที่ผสาน RF เพื่อลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า พร้อม MFU ที่ช่วยยกกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้แพทย์ผสมผสานการลดไขมันและยกกระชับได้ในคราวเดียว,

•FL (Focused Linear) Handpiece ที่ยิงพลังงานได้ทั้งแบบ Linear และ Dot ในหัวเดียว สำหรับเคสที่ต้องการยกกระชับโดยไม่สลายไขมัน และ

•RM Handpiece ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Microneedle RF รุ่นล่าสุดที่สามารถปรับจำนวน Pulse ได้ละเอียด เพื่อสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นตื้น พร้อมทำให้หัตถการสมบูรณ์เพื่องานผิวโดยเฉพาะ โดยมีอัตราค่าใช้บริการเริ่มต้นเพียง 8,000 บาท ขึ้นอยู่กับโปรแกรมและโปรโมชันของแต่ละคลินิก ซึ่งหากเทียบกับเทคโนโลยียกกระชับโดยไม่ผ่าตัดในตลาดแล้ว นับว่าเป็นราคาที่จับต้องได้มากกว่าสำหรับผู้ใช้บริการ

First Jobbers พร้อมจ่ายเพื่อบุคลิกภาพ ดันตลาดความงามโต ออปติมาแอสเทติค ลุยชิงเค้ก

นพ.ฐิติคมน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ออปติมาแอสเทติค ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับแพทย์และคลินิกความงามผ่านงานวิจัยและผลการทดสอบทางคลินิกที่แสดงให้เห็นว่า ‘ดูโบล้ทู’ ช่วยให้

•ร่องแก้มดีขึ้นถึง 83%

•กรอบหน้าชัดเจนขึ้น 29%

•ความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น 22%

•รูขุมขนกระชับขึ้น 24%

•ผิวชั้นนอกชุ่มชื้นขึ้น 35%

•และความหนาแน่นของผิวชั้นในเพิ่มขึ้น 25%

และยังมีงานวิจัยร่วมกับสถาบันอื่น ๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงศูนย์วิจัยการแพทย์ศิริราช (SiMR) ซึ่งกำลังทำวิจัยผลลัพธ์จากการทำหัตถการที่ผสมผสาน SD, FL และ RM ในเครื่องเดียว โดยพิจารณาเรื่องประสิทธิภาพการยกกระชับ การสร้างคอลลาเจนในระยะยาว และความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งข้อมูลทางวิชาการเหล่านี้จะเป็นหัวใจในการสื่อสารกับกลุ่ม B2B ทั้งแพทย์และคลินิกความงามเปิดใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ ‘ดูโบล้ทู’

สำหรับคลินิคเวชกรรม ความงามที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเครื่องยกกระชับ ‘ดูโบล้ทู’ ได้ที่ https://optimaaesthetic.com หรือ FB: Optima Aesthetic จำหน่ายเครื่องมือแพทย์ ส่วนกลุ่มเป้าหมาย B2C ออปติมาแอสเทติค จะเน้นการสื่อสารไปที่ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่น (Brand Trust) และการรับรู้ (Awareness) ในวงกว้าง โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัว ใหม่ ดาวิกา   โฮร์เน่ เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสะท้อนความงามระดับสากล ความมั่นใจ และความทันสมัย ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์  ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเครื่องยกกระชับสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://newdoublo2.com/ หรือ FB: Doublo Thailand

 

related