svasdssvasds

SCBX ผงาดเวทีโลก! ติด Top 10% ดัชนีความยั่งยืน S&P Global Sustainability ปี 2026

SCBX ผงาดเวทีโลก! ติด Top 10% ดัชนีความยั่งยืน S&P Global Sustainability ปี 2026

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ผงาดเวทีความยั่งยืนระดับโลก ติดระดับคะแนนสูงสุด 10% (Top 10) ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 และได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย ย้ำภาพยานแม่ Fintech สาย ESG

SHORT CUT

  • SCBX ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 10% ของ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ด้วยคะแนนประเมินความยั่งยืน 88/100 ซึ่งสูงสุดในกลุ่มธนาคารไทย
  • ความสำเร็จเกิดจากการสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกว่า 2.2 แสนล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานได้ 25%
  • บริษัทมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินผ่านนวัตกรรมสินเชื่อดิจิทัล เพื่อช่วยให้กลุ่มผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved) สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ผงาดเวทีความยั่งยืนระดับโลก ติดระดับคะแนนสูงสุด 10% (Top 10) ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 และได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย ย้ำภาพยานแม่ Fintech สาย ESG

ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คำว่า ESG (Environment, Social, Governance) ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์หรือการทำ CSR เพื่อความสวยงามอีกต่อไป แต่มันคือ "เกณฑ์มาตรฐาน" ที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ตัดสินใจว่าจะฝากอนาคตไว้กับบริษัทไหน

ล่าสุด SCBX (เอสซีบี เอกซ์) เพิ่งสร้างชื่อบนเวทีโลกด้วยการติดอันดับ Top 10% ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 เป็นผลจากบริษัทได้รับคะแนน 88/100 จากการประเมินของ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นระดับคะแนนสูงสุด 10% ของหมวดธุรกิจธนาคารทั่วโลก และสูงสุดในอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย

และได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนระดับโลกดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) ทั้งในกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Index) ประจำปี 2568 หมวดธุรกิจธนาคาร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9

SCBX ผงาดเวทีโลก! ติด Top 10% ดัชนีความยั่งยืน S&P Global Sustainability ปี 2026

เจาะตัวเลข ความสำเร็จที่วัดผลได้จริง

SCBX ไม่ได้แค่พูด แต่มีผลลัพธ์ที่จับต้องและวัดผลได้ ยืนยันความแข็งแกร่งใน 3 มิติหลัก

 

1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเงินที่ยั่งยืน

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low‑carbon Economy) ผ่าน การเงินเพื่อความยั่งยืน รวมกว่า 223,487 ล้านบาท ในช่วงเวลา 3 ปี (2566–2568) ซึ่ง สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนบทบาทของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวนในบริบทโลก

ขณะเดียวกัน กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2) ได้ร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566  ผ่านมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงาน (Operational Net Zero) ภายในปี 2573

2. การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์มุ่งพัฒนาบริการสินเชื่อดิจิทัลที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Underserved) เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสม โปร่งใส และรับผิดชอบ โดยมีผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มหลักภายใต้กลุ่ม ดังนี้

  • ‘เงินไชโย’ โดย บริษัท ออโต้ เอกซ์ จำกัด (AutoX) – สินเชื่อมีหลักประกัน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ประชาชนในชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล ผู้มีภาวะสุขภาพหรือความบกพร่องทางร่างกาย และลูกค้าผู้สูงอายุ เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ปี 2568 มีลูกค้าทั้งหมด 344,500 ราย ยอดสินเชื่อรวม 47.7 พันล้านบาท
  • แพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ ‘มันนี่ทันเดอร์ (MoneyThunder)’ โดย บริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด (ABACUS digital) – นำเทคโนโลยี AI และโมเดล Machine Learning รวมถึงการวิเคราะห์ Alternative Data มาช่วยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขสินเชื่อจากธนาคารทั่วไปและมักพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ ปี 2568 มีฐานลูกค้ารวม 4.7 ล้านคน ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 7.3 พันล้านบาท
  • บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านแอป ‘ฟินนิกซ์ (FINNIX)’ โดย บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) – ฟินเทคสตาร์ทอัปร่วมทุนระดับสากลระหว่างกลุ่มเอสซีบีเอกซ์และ Abakus Group จากประเทศจีน ช่วยให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงระบบการเงิน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือไม่มีเอกสารทางการเงิน สามารถเข้าถึงสินเชื่อที่ถูกกฎหมายอย่างรับผิดชอบ ปี 2568 มีฐานลูกค้ารวม 1,093,902 คน และยอดสินเชื่อรวมกว่า 17.3 พันล้านบาท

3. การยกระดับการกำกับดูแลเทคโนโลยี ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ระบบดิจิทัลขององค์กรมีความมั่นคง เสถียร และรองรับการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล และการหยุดชะงักของระบบ โดยกำหนด โครงสร้างการกำกับดูแลตามแนวทาง Three Lines of Defense ระบุบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับระดับการกำกับดูแล เพื่อให้การดำเนินงานตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียต่อระบบเทคโนโลยีขององค์กร

เราเชื่อว่านวัตกรรมเทคโนโลยีและการเงินต้องเดินเคียงคู่ไปกับความรับผิดชอบ

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX กล่าวว่า การที่กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ได้รับการจัดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 รวมถึงคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นติดอันดับโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนเข้าไปในการดำเนินธุรกิจ โดยเดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้แก่สังคมและโลกในระยะยาว”

related