
SHORT CUT
ฝ่ากระแสดราม่า พาทำความรู้ e-Savings คืออะไร? ต่างจากออมทรัพย์ทั่วไปยังไง? ผ่านแอปฯมือถือ ไม่ต้องไปสาขา-ไม่มีสมุดบัญชี
ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การเดินเข้าไปที่สาขาธนาคารเพื่อเปิดบัญชีพร้อมรับสมุดเงินฝาก หรือที่เรียกว่า Passbook เริ่มไม่ใช่ภาพที่คุ้นตาเหมือนในอดีตอีกต่อไป เพราะปัจจุบันธนาคารหันมาพัฒนาบริการ 'บัญชี e-Saving' หรือบัญชีเงินฝากดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และการจัดการเงินผ่านสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว
บัญชีรูปแบบใหม่นี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมออนไลน์ ตั้งแต่การเปิดบัญชี โอนเงิน ไปจนถึงตรวจสอบยอดเงิน สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องถือสมุดบัญชีเหมือนในอดีต
อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามจากผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยว่า ในเมื่อทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ก็ใช้ Mobile Banking ทำธุรกรรมอยู่แล้ว บัญชี e-Saving ที่ธนาคารนำเสนอเพิ่มขึ้นมานั้น แตกต่างจากบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปที่เราใช้ผ่านแอปอย่างไร และเหตุใดธนาคารจึงผลักดันบัญชีรูปแบบดิจิทัลนี้มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ล่าสุดมีประเด็นร้อนเกิดขึ้นในสังคมไทย และโลกออนไลน์วิจารณ์สนั่นเมื่อ…ธนาคารกรุงเทพได้มีการประกาศปรับเงื่อนไขบัญชีเงินฝาก e-Savings โดยกำหนดให้ต้องมียอดเงินคงเหลือขั้นต่ำ 2,000 บาท เริ่มมีผลวันที่ 9 เมษายน 2569 หากทำธุรกรรมแล้วเงินต่ำกว่าเกณฑ์ ระบบจะไม่อนุญาตให้ถอนหรือโอนเงิน ยกเว้นการหักบัญชีอัตโนมัติและการถอนเงินเพื่อปิดบัญชีที่สาขาธนาคาร จนเกิดกระแสดราม่าขึ้น
จนล่าสุดธนาคารกรุงเทพ ได้มีการเลื่อนการกำหนดยอดเงินคงค้าง บัญชีดิจิทัลขั้นต่ำ 2,000 บาท ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ชี้ หวังป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
สำหรับบัญชี e-Saving (Electronic Savings Account) เป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์รูปแบบออนไลน์ 100% ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking เฉพาะเจาะลง มีจุดเด่น คือ ไม่ต้องมีสมุดคู่ฝาก”มาพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์แบบปกติหลายเท่าตัว
จุดเด่นสำคัญของบัญชีประเภทนี้คือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปที่บางแห่งให้ดอกเบี้ยไม่ถึง 0.5% ต่อปี ขณะที่บัญชี e-Saving ของหลายธนาคารเสนอผลตอบแทนประมาณ 1.5% – 2% ต่อปี และในบางช่วงโปรโมชั่นอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 5.5% สำหรับเงินฝากภายในวงเงินที่กำหนด
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ e-Saving ได้รับความนิยม คือ ขั้นตอนเปิดบัญชีที่ง่ายและรวดเร็ว ผู้ใช้งานสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารได้ทันทีจากที่บ้าน เพียงทำขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านจุดบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ หรือเครื่อง ATM ก็สามารถเริ่มใช้งานบัญชีได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสาขา นอกจากนี้หลายธนาคารยังเปิดโอกาสให้เริ่มต้นออมเงินได้ง่ายขึ้น ด้วยการกำหนด เงินฝากเริ่มต้นตั้งแต่ 0 บาท เหมาะกับคนที่ต้องการทดลองออม หรือแยกบัญชีไว้บริหารเงินส่วนต่าง ๆ เช่น เงินสำรองฉุกเฉิน หรือเงินเก็บระยะสั้น
ด้านความปลอดภัย บัญชี e-Saving ใช้ระบบ Biometrics เช่น การสแกนใบหน้า หรือสแกนลายนิ้วมือ ในการยืนยันตัวตน ทำให้การทำธุรกรรมมีความปลอดภัยมากขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องการพกพาหรือทำสมุดบัญชีสูญหาย
อย่างไรก็ตามก่อนเปิดบัญชี ผู้ฝากเงินควรศึกษาเงื่อนไขให้ละเอียด โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่มักกำหนดวงเงินสูงสุด เช่น ดอกเบี้ยสูงจะใช้กับเงินฝากช่วงแรก เช่น 100,000 บาท หรือ 1,000,000 บาทแรก ส่วนเงินที่เกินจากนั้นอาจได้รับดอกเบี้ยในระดับใกล้เคียงกับบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป
อีกประเด็นหนึ่งคือ ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก หากผู้ฝากเงินได้รับดอกเบี้ยรวมจากทุกบัญชีและทุกธนาคารเกิน 20,000 บาทต่อปี จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน เนื่องจากบัญชี e-Saving เป็นบัญชีดิจิทัลเต็มรูปแบบ จึง ไม่มีสมุดบัญชีแบบเดิม หากต้องใช้เอกสารทางการเงิน เช่น การยื่นขอวีซ่าหรือสมัครงาน ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลด E-Passbook จากแอปของธนาคารเพื่อนำไปใช้แทนได้ โดยสรุปแล้ว บัญชี e-Saving เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ พักเงินระยะสั้น หรือเก็บเงินสำรองที่สามารถถอนใช้ได้ทันที พร้อมรับดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป
อย่างไรก็ตามหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าบัญชี e-Saving คือบัญชีออมทรัพย์ปกติที่ใช้งานผ่านแอปธนาคาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองประเภทแตกต่างกัน เพราะบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปยังมีสมุดบัญชีและดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ ขณะที่ e-Saving เป็นบัญชีออนไลน์ 100% ที่เน้นความคล่องตัวและผลตอบแทนที่สูงกว่าในยุคการเงินดิจิทัล