กลยุทธ์การตลาด Ray-Ban ขาย ‘ความเรียล’ เป็นตัวเอง ทรงพลังกว่าแค่แฟชั่นกระแส

กลยุทธ์การตลาด Ray-Ban ขาย ‘ความเรียล’ เป็นตัวเอง ทรงพลังกว่าแค่แฟชั่นกระแส

ทำไมแคมเปญล่าสุดของแว่นตา Ray-Ban ถึงดึงดูดกลุ่ม Gen Z ได้สำเร็จ? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การใช้ 'Jennie Effect' กลยุทธ์การตลาดความมั่นใจที่จับต้องได้ ค้นพบตัวตนผ่านกรอบแว่น

SHORT CUT

  • Ray-Ban ใช้กลยุทธ์การตลาดชูแนวคิด ‘ความเรียล’ และการเป็นตัวของตัวเอง ผ่านแคมเปญ "Frame Your True Self" เพื่อสร้างตัวตนที่ทรงพลังกว่าแฟชั่นตามกระแส
  • ใช้กลยุทธ์ Local Talents โดยดึง 6 เซเลบริตี้ไทยที่มีความแตกต่าง มาถ่ายทอดสไตล์ของตนเอง เพื่อสื่อสารว่าทุกคนสามารถดูดีได้ในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
  • เน้นย้ำจุดเด่นด้านดีไซน์ที่เหนือกาลเวลาและใช้งานได้หลากหลาย ทำให้แว่นตาเป็นมากกว่าเครื่องประดับ แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสวมใส่ได้ทุกวัน

ทำไมแคมเปญล่าสุดของแว่นตา Ray-Ban ถึงดึงดูดกลุ่ม Gen Z ได้สำเร็จ? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การใช้ 'Jennie Effect' กลยุทธ์การตลาดความมั่นใจที่จับต้องได้ ค้นพบตัวตนผ่านกรอบแว่น

การขยับตัวล่าสุดของแว่นตา Ray-Ban ในแคมเปญ Frame Your True Self  ที่ดึงตัวท็อป 6 เซเลบริตี้ชาวไทยมาประชันลุคเดียวกับ Jennie Kim Global Ambassador ระดับไอคอนิกผู้ที่ทำให้คำว่า ‘เรียบง่าย’ ไม่ได้แปลว่าธรรมดา แต่คือความหรูหราแบบไม่ต้องตะโกน ไม่ต้องพยายาม แต่กลับจำได้ทันที หรือที่เรียกว่า effortless sophistication นิยามของความมั่นใจ ความเป็นตัวเอง และสไตล์ที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ‘Jennie Effect’ จึงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ และกลุ่ม GEN Z

3 กลยุทธ์การตลาด Ray-Ban กับ ‘Jennie Effect’

1. กระจายศูนย์กลางความเท่

การเลือกใช้กลยุทธ์กระจายการมองเห็นผ่าน 'Local Talents' 6 เซเลบริตี้ชาวไทยที่มีบุคลิกแตกต่างกัน ทั้งเอมี่ ทสร มาร์ค ภาคิน แจ๊คกี้ จักริน เอม ภูมิภัทร และ แฟร์รี่ กิรณา มาถ่ายทอด ถ่ายทอดตัวตนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยมั่นใจ และจริงใจในแบบของตนเอง เพื่อบอกว่า "คุณไม่ต้องเป็น Jennie คุณก็เท่ได้" เป็นการสลายกำแพงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงงานออกแบบของแว่นตาไอคอนิกในเชิงดีไซน์ที่สวยงาม ลึกซึ้งและมีเอกลักษณ์เฉพาะ

กลยุทธ์การตลาด Ray-Ban ขาย ‘ความเรียล’ เป็นตัวเอง ทรงพลังกว่าแค่แฟชั่นกระแส

2. แว่นตาที่เป็นมากกว่าแค่เครื่องประดับ

การชูจุดเด่นของ แว่นตา Ray-Ban ด้วยดีไซน์เหนือกาลเวลา งานออกแบบที่พิถีพิถัน และความหลากหลายในการใช้งาน ตั้งแต่กรอบอะซิเตทที่มีโครงสร้างชัดเจน ไปจนถึงดีเทลโลหะที่ประณีต สามารถสวมใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและลุคที่โดดเด่นพิเศษ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจบีบคั้น ผู้บริโภคฉลาดเลือกมากขึ้น สินค้าที่เป็นเหมือน Layer หนึ่งของร่างกายที่ใส่ไปไหนก็ได้คือทางรอด การชูรุ่นคลาสสิกอย่าง DADDY-O คือการขายความ Timeless ที่ตอบโจทย์ Low-Involvement Purchase คือดีไซน์ที่คุ้มค่า และใส่ได้ทุกวัน

3. ‘ความ Real’ อาวุธใหม่ในสงครามการตลาด

แคมเปญ ‘Frame Your True Self’ ไม่ได้ล็อกผู้สวมใส่ไว้กับภาพจำแบบเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนตีความใหม่ได้อย่างอิสระ สะท้อนผ่านกลุ่มเซเลบริตี้ไทยที่สวมใส่ Ray-Ban ผ่านเฟรมเดียวกัน แต่สไตล์ออกมาแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นลุคสตรีตที่ดูเป็นธรรมชาติ ลุคพอร์ตเทรต หรือลุคเรียบ ๆ ที่มีความเท่ซ่อนอยู่ แว่นตาสามารถบอกอารมณ์ของภาพได้ชัดเจน

กลยุทธ์การตลาด Ray-Ban ขาย ‘ความเรียล’ เป็นตัวเอง ทรงพลังกว่าแค่แฟชั่นกระแส

แคมเปญล่าสุดของ แว่นตา Ray-Ban ไม่ได้ใช้ภาพ Studio Shot ที่จัดจ้านจนเกินจริง แต่ใช้ความ Authentic มาเป็นอาวุธ เพื่อซื้อใจกลุ่มลูกค้าที่โหยหาความจริงใจ มากกว่าความสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่และ Gen Z ปี 2026

บางคนสวมแล้วดูเท่ขึ้น บางคนดูนิ่งขึ้น บางคนดูนุ่มนวลขึ้น แต่ทั้งหมดมีจุดร่วมเดียวกัน คือความมั่นใจที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ฝืน ไม่ประดิษฐ์ และไม่ต้องพยายามเป็นใคร

สไตล์ที่ดีอาจไม่ใช่การแต่งตัวให้โดดเด่นที่สุด แต่เป็นการเลือกเฟรมที่ทำให้เราเห็นตัวเองชัดขึ้น เรียบง่าย แต่มีพลังแบบที่ไม่ต้องพูดเยอะ และนั่นคือเสน่ห์ของ Ray-Ban ในแบบที่ Jennie Kim ทำให้โลกเห็น

related