แพลตฟอร์ม LinkedIn พบคอนเทนต์ขยะ ถูกเขียนด้วย AI มากถึง '40%'

แพลตฟอร์ม LinkedIn พบคอนเทนต์ขยะ ถูกเขียนด้วย AI มากถึง '40%'

ปัญหาโพสต์ AI (AI Slop) เกลื่อนเน็ตทำผู้ใช้เอือม ล่าสุด LinkedIn ขยับตัวสู้กลับ ใช้ระบบตรวจจับคอนเทนต์ขยะ หวังกระตุ้นผู้ใช้ให้เน้นความเป็นมนุษย์ในการโพสต์

SHORT CUT

  • เนื้อหาบนแพลตฟอร์ม LinkedIn ขนาดยาวกว่า 40% กลายเป็นผลงานอัตโนมัติจาก AI ที่มีรูปแบบซ้ำซากจนเกิดเป็นปัญหาเชิงธุรกิจ
  • การผสานพลังระหว่างผู้ใช้งาน LinkedIn ที่กดปุ่มรายงานเนื้อหาขยะที่สร้างด้วย AI หรือ AI Slop ทะลุ 1 ล้านครั้ง และระบบคัดกรองเนื้อหาแบบใหม่ ส่งผลให้ยอดวิวคอนเทนต์ขยะลดลงไปแล้วถึง 40%
  • แพลตฟอร์ม LinkedIn กำลังสนับสนุนให้ 'ใช้งาน AI เป็นเพียงผู้ช่วย' แต่นักสร้างคอนเทนต์ต้องใส่ความเป็นตัวเองและยอมรับ 'ความไม่สมบูรณ์แบบ' ของเนื้อหาที่เราสร้างขึ้นเอง

ปัญหาโพสต์ AI (AI Slop) เกลื่อนเน็ตทำผู้ใช้เอือม ล่าสุด LinkedIn ขยับตัวสู้กลับ ใช้ระบบตรวจจับคอนเทนต์ขยะ หวังกระตุ้นผู้ใช้ให้เน้นความเป็นมนุษย์ในการโพสต์

โซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์มกำลังเผชิญกับปัญหา 'AI Slop' หรือคอนเทนต์ขยะที่สร้างขึ้นจาก 'AI' ซึ่งผลิตได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ แพลตฟอร์มต่างๆ อย่าง YouTube, Pinterest และ Spotify ต่างพยายามจำกัดเนื้อหาสแปมเหล่านี้ แต่สำหรับ LinkedIn ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

แพลตฟอร์ม LinkedIn พบคอนเทนต์ขยะ ถูกเขียนด้วย AI มากถึง '40%'

สถาบันวิจัย Pangram พบว่า โพสต์ขนาดยาวบน LinkedIn กว่า 40% ถูกสร้างขึ้นด้วย AI ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าแพลตฟอร์มอย่าง X และ Medium (ราว 30%) รวมถึง Reddit และ Substack ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องเผชิญกับโพสต์ที่ใช้สัญลักษณ์อีโมจิ การจัดหัวข้อย่อยแบบสำเร็จรูป และการตบท้ายด้วยการขอให้กดติดตาม

Dan Roth บรรณาธิการบริหารของ LinkedIn ระบุว่า โพสต์ที่ใช้รูปแบบสำเร็จรูปเหล่านี้อาจดูถูกต้องตามทฤษฎี แต่สิ่งที่สร้างการมีส่วนร่วมได้จริงคือ 'ความเป็นมนุษย์' 

แม้ว่า LinkedIn จะอยู่ภายใต้เครือ Microsoft ที่สนับสนุนการใช้ AI และเคยนำเสนอเครื่องมือช่วยเขียน แต่โพสต์ AI ด้อยคุณภาพกำลังเป็นปัญหาทางธุรกิจ เนื่องจากทำให้เนื้อหาบนแพลตฟอร์มดูซ้ำซากและขาดมิติที่ลึกซึ้ง

แพลตฟอร์ม LinkedIn พบคอนเทนต์ขยะ ถูกเขียนด้วย AI มากถึง '40%'

เพื่อจัดการปัญหานี้ LinkedIn ได้เปิดตัวปุ่มให้ผู้ใช้รายงานโพสต์ที่ 'ดูเหมือนขยะ AI' (Seems like AI slop) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งถูกกดใช้งานกว่า '1 ล้านครั้งในเวลาเพียง 2 สัปดาห์แรก'

พร้อมกันนี้ บริษัทยังจัดตั้งทีมงานพิเศษที่ประกอบด้วยอดีตนักข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย เพื่อประเมินเนื้อหาและใช้ข้อมูลฝึกฝนระบบ AI ของแพลตฟอร์ม หากระบบประเมินว่าโพสต์ใดเป็นงาน AI ด้อยคุณภาพ โพสต์นั้นจะถูกลดการมองเห็นและจำกัดการกระจายเนื้อหาออกไปนอกกลุ่มผู้ติดตามโดยตรง

แพลตฟอร์ม LinkedIn พบคอนเทนต์ขยะ ถูกเขียนด้วย AI มากถึง '40%'

นอกจากมาตรการทางเทคนิค ทีมบริหารจัดการครีเอเตอร์ยังทำหน้าที่เสมือน 'นักบำบัดคอนเทนต์' คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ใช้งานที่สร้างโพสต์ด้วยเครื่องมืออย่าง Claude หรือ Gemini แล้วพบว่ายอดเข้าชมต่ำ ทีมงานจะกระตุ้นให้ทบทวนว่าเนื้อหานั้นสะท้อนตัวตนหรือไม่

พร้อมสนับสนุนให้ผู้ใช้ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ เช่น การโพสต์วิดีโอแบบตั้งกล้องง่ายๆ หรือการเขียนบทสนทนาที่เน้นความเป็นธรรมชาติ มากกว่าความสมบูรณ์แบบที่ปราศจากจิตวิญญาณ

ความพยายามดังกล่าวเริ่มเห็นผลเชิงบวก โดยยอดการมองเห็นคอนเทนต์ที่ถูกจัดเป็น 'ขยะ AI' ลดลงถึง 40% ในเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ LinkedIn ไม่ได้ต่อต้านการใช้งาน AI อย่างสิ้นเชิง เพราะระบบเหล่านี้ยังช่วยผู้ที่ไม่ถนัดด้านการสื่อสารได้ แต่ผู้เขียนจำเป็นต้องปรับแต่งเนื้อหาและใส่ความเป็นส่วนตัวลงไป เพื่อฝ่าฟันกระแสข้อมูลที่ล้นหลามและเข้าถึงผู้ชมในวงกว้างได้อย่างแท้จริง

ที่มา : CNN

related