svasdssvasds

Apple กำลังตกเทรนด์? ยอมทุ่มเงิน 36,000 ล้านบาท เพื่อตาม ChatGPT ให้ทัน

Apple กำลังตกเทรนด์? ยอมทุ่มเงิน 36,000 ล้านบาท เพื่อตาม ChatGPT ให้ทัน

Apple ยังคงสานต่อการลงทุนทำ AI เพื่อตามเทรนด์เทคโนโลยีและสู้กับคู่แข่งให้ทัน เพื่อปรับปรุง Siri, iMessages และ Music ให้ทันสมัยขึ้น

Tim Cook เคยประกาศว่าจะเดินหน้าเทคโนโลยี AI เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์นวัตกรรมใหม่ๆ แต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI เจนเนอเรชั่นใหม่ๆ ทำให้ Apple ต้องไม่ยอมแพ้ และทุ่มเงินเพิ่มอีกปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อตามคู่แข่งให้ทัน

อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าพัฒนา Generative AI จะเน้นไปที่การปรับปรุง Siri ที่แม้จะเปลี่ยนเอา Alexa ของ Amazon มาเสริมแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งานของลูกค้า ทำให้ Tim Cook ต้องปั้นทีมใหม่เพื่อเจาะลึก AI ให้มากกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังปรับปรุง AI สำหรับการพิมพ์ข้อความสื่อสารบน iMessages และ การคัดเลือกเพลงที่ตรงตามความรู้สึกของผู้ฟังมากขึ้น บน Apple Music ด้วย

โดยเม็ดเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นมาจากงบเดิมที่ใช้ไปแล้ว 3,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมุ่งหวังว่าจะพัฒนาให้ทันคู่แข่งที่เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ เช่น Google, Microsoft และ Amazon

Apple ยังไม่ได้บอกว่าจะใช้ AI ในรูปแบบใดหรือใส่เพิ่มเข้าไปในสินค้าตัวไหนบ้าง เพราะยังไม่ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน AI ได้ตรงตัวแบบ ChatGPT ของ OpenAI หรือ Bard ของ Google นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า Apple จะใช้ AI ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เช่น การปรับปรุงรูปภาพ และการแก้ไขข้อความอัตโนมัติ

จนถึงตอนนี้ Apple ได้สร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLM เป็นของตนเอง ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กที่เรียกว่า Ajax เช่นเดียวกับแชทบอทที่รู้กันภายในองค์กรว่าชื่อ AppleGPT แต่ยังไม่ได้รวมอยู่ในผลิตภัณฑ์ใดๆ ของบริษัท 

Apple Music

ทั้งนี้ ทีมบริหารของ Apple ที่เป็นผู้ริเริ่มด้าน AI ประกอบด้วย John Giannandrea รองประธานอาวุโสฝ่ายการเรียนรู้ของเครื่องและกลยุทธ์ AI, Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และ Eddy Cue หัวหน้าฝ่ายบริการ

โดยในส่วนงานที่พวกเขากำลังพัฒนา AI นั้น คาดว่าจะใส่เข้าไปใน Siri, iMessages และ Music โดยในส่วนของ Music นั้นคาดหวังว่าจะสร้างเพลย์ลิสต์ได้อัตโนมัติเหมือนที่ Spotify ทำได้ดีขึ้นหลังร่วมมือกับ OpenAI ในการคัดเลือกเพลงได้ตามความชอบหรืออารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น รวมทั้งมีการคาดการณ์ว่าหรือ Apple จะนำ AI ไปใส่ใน Xcode เพื่อช่วยเหลือนักพัฒนาแอปให้สร้างสรรค์นวัตกรรมได้ดีกว่าเดิม แม้จะช้ากว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ไปมากแล้วก็ตาม

 

ที่มา : CNBC

ภาพ : Reuters, Apple

อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม

related