svasdssvasds

NOAA เตือนพายุแม่เหล็กโลก G4 วันนี้ ยันไม่กระทบไทย แม้รุนแรงติดอันดับ 3 ในรอบ 50 ปี

NOAA เตือนพายุแม่เหล็กโลก G4 วันนี้ ยันไม่กระทบไทย แม้รุนแรงติดอันดับ 3 ในรอบ 50 ปี

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ออกประกาศเตือนภัยพายุแม่เหล็กโลกระดับ "รุนแรงมาก" (G4) ยันไม่กระทบไทย แม้ความรุนแรงติดอันดับ 3 ในรอบ 50 ปี

SHORT CUT

 

  • NOAA ประกาศเตือนภัยพายุแม่เหล็กโลกระดับรุนแรงมาก (G4) ซึ่งมีความรุนแรงเป็นอันดับ 3 ในรอบ 50 ปี แต่ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย
  • พายุนี้เกิดจากการปะทุของดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือแสงใต้ (Aurora) ในพื้นที่ละติจูดต่ำกว่าปกติในซีกโลกอื่น
  • แม้คนจะไม่ได้รับอันตรายโดยตรง แต่พายุระดับนี้อาจสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า การสื่อสารผ่านดาวเทียม ระบบนำทาง GPS และการปฏิบัติงานของดาวเทียมทั่วโลก

 

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ออกประกาศเตือนภัยพายุแม่เหล็กโลกระดับ "รุนแรงมาก" (G4) ยันไม่กระทบไทย แม้ความรุนแรงติดอันดับ 3 ในรอบ 50 ปี

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ออกประกาศเตือนภัยพายุแม่เหล็กโลกระดับ "รุนแรงมาก" (G4) ที่จะส่งผลกระทบต่อโลกในวันนี้ (20 ม.ค.) ด้านสมาคมดาราศาสตร์ไทยยืนยัน เหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในประเทศไทย แม้สถิติจะชี้ว่าเป็นความรุนแรงสูงสุดอันดับ 3 นับตั้งแต่มีการบันทึกมาในปี 2519 ก็ตาม

ศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศ (SWPC) ของ NOAA รายงานสถานการณ์พายุแม่เหล็กโลกระดับ G4 ในวันนี้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปะทุของเปลวสุริยะ (Solar Flare) ระดับ X1.95 บนดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา การปะทุดังกล่าวได้ปลดปล่อยมวลโคโรนา (CME) จำนวนมหาศาลเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อวินาที พุ่งตรงเข้าปะทะชั้นบรรยากาศของโลก
 

ไทยรอดพ้นผลกระทบ แต่ซีกโลกอื่นต้องเฝ้าระวัง

สมาคมดาราศาสตร์ไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลเพื่อคลายความกังวลแก่ประชาชน โดยระบุชัดเจนว่า "กรณีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย"

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ละติจูดสูงและประเทศทางซีกโลกอื่น ผลกระทบจากพายุระดับ G4 นั้นชัดเจนและรุนแรง โดยปรากฏการณ์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ "แสงเหนือแสงใต้" (Aurora) ที่จะลามลงมาถึงละติจูดแม่เหล็ก 45 องศา ซึ่งต่ำกว่าปกติมาก

เปิดสาเหตุและความหมายของระดับ "G4"  

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) อธิบายถึงมาตรวัดความรุนแรงของพายุสนามแม่เหล็กโลก หรือ NOAA G-Scale ว่ามีการแบ่งระดับตั้งแต่ G1 (น้อยที่สุด) ไปจนถึง G5 (รุนแรงที่สุด)

สำหรับระดับ G4 (Severe) ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นระดับ "รุนแรงมาก" ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่มวลสารและรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์พุ่งชนสนามแม่เหล็กโลกอย่างจัง ทำให้เกิดการรบกวนสภาพอวกาศรอบโลกอย่างหนัก ทางเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญกำลังใช้แบบจำลองพยากรณ์และเครื่องมือตรวจวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน เพื่อแจ้งเตือนและลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี

เจาะลึกผลกระทบ: เมื่อพายุแม่เหล็กโลกคุกคามโครงสร้างพื้นฐานมนุษย์

แม้มนุษย์จะไม่ได้รับอันตรายทางกายภาพโดยตรงจากพายุแม่เหล็กโลก แต่ในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี "สภาพอวกาศ" (Space Weather) ที่แปรปรวนจากพายุระดับ G4 สามารถสร้างความเสียหายต่อระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญได้อย่างมหาศาล ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศ (NOAA) สรุปผลกระทบสำคัญไว้ 4 ด้าน ดังนี้:

1. ระบบไฟฟ้าและพลังงาน (Electric Power) นี่คือจุดเปราะบางที่สุด พายุแม่เหล็กโลกสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าส่วนเกินในสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและหม้อแปลงไฟฟ้า

ผลกระทบ: อาจเกิดความเสียหายในพื้นที่กว้าง ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าอาจขัดข้อง และในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจนำไปสู่การเกิดไฟฟ้าดับ (Blackout) ในระดับภูมิภาค

2. ระบบสื่อสารและวิทยุ (Radio Communications)

วิทยุความถี่สูง (HF): เป็นด่านแรกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ในฝั่งของโลกที่หันรับแสงอาทิตย์อาจเผชิญกับภาวะ "Radio Blackout" หรือสัญญาณขาดหายเป็นระยะ ทำให้การสื่อสารการบินและการเดินเรือที่ใช้วิทยุคลื่นสั้นได้รับผลกระทบ

การสื่อสารผ่านดาวเทียม: โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมโลกอาจเกิดการติดขัด หรือสัญญาณรบกวน

3. ระบบนำทางและระบุพิกัด (Navigation & GPS) ความแม่นยำคือหัวใจของระบบ GPS แต่พายุแม่เหล็กโลกจะรบกวนชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ที่สัญญาณดาวเทียมต้องเดินทางผ่าน

ผลกระทบ: ตำแหน่งที่ระบุได้อาจคลาดเคลื่อน (Error) หรือสัญญาณอาจหายไปชั่วขณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนำร่องของเครื่องบิน การเดินเรือ และระบบขนส่งที่ใช้เทคโนโลยีความแม่นยำสูง

4. การปฏิบัติงานของดาวเทียม (Satellite Operations) นอกเหนือจากปัญหาสัญญาณแล้ว สภาพอวกาศที่แปรปรวนยังทำให้บรรยากาศโลกขยายตัว

ผลกระทบ: เกิด "แรงต้านอากาศ" (Satellite Drag) เพิ่มขึ้น ทำให้ดาวเทียมในวงโคจรต่ำเคลื่อนที่ช้าลงและเสียระดับความสูงเร็วกว่ากำหนด วิศวกรต้องคอยปรับแก้ทิศทางและวงโคจรเพื่อป้องกันความเสียหาย รวมถึงยานอวกาศอาจเกิดการสะสมประจุไฟฟ้าบนพื้นผิวซึ่งเสี่ยงต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายใน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วโลก ทั้งภาคการบิน โรงไฟฟ้า และระบบสื่อสารฉุกเฉิน ต่างกำลังเฝ้าระวังผ่านแดชบอร์ดข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากธรรมชาตินอกโลกครั้งนี้

ที่มา : swpc.noaa.gov

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

related