
SHORT CUT
องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ออกประกาศเตือนภัยพายุแม่เหล็กโลกระดับ "รุนแรงมาก" (G4) ยันไม่กระทบไทย แม้ความรุนแรงติดอันดับ 3 ในรอบ 50 ปี
องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ออกประกาศเตือนภัยพายุแม่เหล็กโลกระดับ "รุนแรงมาก" (G4) ที่จะส่งผลกระทบต่อโลกในวันนี้ (20 ม.ค.) ด้านสมาคมดาราศาสตร์ไทยยืนยัน เหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในประเทศไทย แม้สถิติจะชี้ว่าเป็นความรุนแรงสูงสุดอันดับ 3 นับตั้งแต่มีการบันทึกมาในปี 2519 ก็ตาม
ศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศ (SWPC) ของ NOAA รายงานสถานการณ์พายุแม่เหล็กโลกระดับ G4 ในวันนี้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปะทุของเปลวสุริยะ (Solar Flare) ระดับ X1.95 บนดวงอาทิตย์เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา การปะทุดังกล่าวได้ปลดปล่อยมวลโคโรนา (CME) จำนวนมหาศาลเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อวินาที พุ่งตรงเข้าปะทะชั้นบรรยากาศของโลก
สมาคมดาราศาสตร์ไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลเพื่อคลายความกังวลแก่ประชาชน โดยระบุชัดเจนว่า "กรณีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย"
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ละติจูดสูงและประเทศทางซีกโลกอื่น ผลกระทบจากพายุระดับ G4 นั้นชัดเจนและรุนแรง โดยปรากฏการณ์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ "แสงเหนือแสงใต้" (Aurora) ที่จะลามลงมาถึงละติจูดแม่เหล็ก 45 องศา ซึ่งต่ำกว่าปกติมาก
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) อธิบายถึงมาตรวัดความรุนแรงของพายุสนามแม่เหล็กโลก หรือ NOAA G-Scale ว่ามีการแบ่งระดับตั้งแต่ G1 (น้อยที่สุด) ไปจนถึง G5 (รุนแรงที่สุด)
สำหรับระดับ G4 (Severe) ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นระดับ "รุนแรงมาก" ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่มวลสารและรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์พุ่งชนสนามแม่เหล็กโลกอย่างจัง ทำให้เกิดการรบกวนสภาพอวกาศรอบโลกอย่างหนัก ทางเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญกำลังใช้แบบจำลองพยากรณ์และเครื่องมือตรวจวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน เพื่อแจ้งเตือนและลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี
แม้มนุษย์จะไม่ได้รับอันตรายทางกายภาพโดยตรงจากพายุแม่เหล็กโลก แต่ในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี "สภาพอวกาศ" (Space Weather) ที่แปรปรวนจากพายุระดับ G4 สามารถสร้างความเสียหายต่อระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญได้อย่างมหาศาล ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศ (NOAA) สรุปผลกระทบสำคัญไว้ 4 ด้าน ดังนี้:
1. ระบบไฟฟ้าและพลังงาน (Electric Power) นี่คือจุดเปราะบางที่สุด พายุแม่เหล็กโลกสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าส่วนเกินในสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและหม้อแปลงไฟฟ้า
ผลกระทบ: อาจเกิดความเสียหายในพื้นที่กว้าง ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าอาจขัดข้อง และในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจนำไปสู่การเกิดไฟฟ้าดับ (Blackout) ในระดับภูมิภาค
2. ระบบสื่อสารและวิทยุ (Radio Communications)
วิทยุความถี่สูง (HF): เป็นด่านแรกที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ในฝั่งของโลกที่หันรับแสงอาทิตย์อาจเผชิญกับภาวะ "Radio Blackout" หรือสัญญาณขาดหายเป็นระยะ ทำให้การสื่อสารการบินและการเดินเรือที่ใช้วิทยุคลื่นสั้นได้รับผลกระทบ
การสื่อสารผ่านดาวเทียม: โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมโลกอาจเกิดการติดขัด หรือสัญญาณรบกวน
3. ระบบนำทางและระบุพิกัด (Navigation & GPS) ความแม่นยำคือหัวใจของระบบ GPS แต่พายุแม่เหล็กโลกจะรบกวนชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ที่สัญญาณดาวเทียมต้องเดินทางผ่าน
ผลกระทบ: ตำแหน่งที่ระบุได้อาจคลาดเคลื่อน (Error) หรือสัญญาณอาจหายไปชั่วขณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนำร่องของเครื่องบิน การเดินเรือ และระบบขนส่งที่ใช้เทคโนโลยีความแม่นยำสูง
4. การปฏิบัติงานของดาวเทียม (Satellite Operations) นอกเหนือจากปัญหาสัญญาณแล้ว สภาพอวกาศที่แปรปรวนยังทำให้บรรยากาศโลกขยายตัว
ผลกระทบ: เกิด "แรงต้านอากาศ" (Satellite Drag) เพิ่มขึ้น ทำให้ดาวเทียมในวงโคจรต่ำเคลื่อนที่ช้าลงและเสียระดับความสูงเร็วกว่ากำหนด วิศวกรต้องคอยปรับแก้ทิศทางและวงโคจรเพื่อป้องกันความเสียหาย รวมถึงยานอวกาศอาจเกิดการสะสมประจุไฟฟ้าบนพื้นผิวซึ่งเสี่ยงต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายใน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วโลก ทั้งภาคการบิน โรงไฟฟ้า และระบบสื่อสารฉุกเฉิน ต่างกำลังเฝ้าระวังผ่านแดชบอร์ดข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากธรรมชาตินอกโลกครั้งนี้
ที่มา : swpc.noaa.gov
ข่าวที่เกี่ยวข้อง