svasdssvasds

ภัยไซเบอร์พุ่ง! ข้อมูลรั่วไหลไม่หยุด NT เตือนระวัง AI เลียนเสียง-ลุยรักษาอธิปไตยข้อมูล

ภัยไซเบอร์พุ่ง! ข้อมูลรั่วไหลไม่หยุด NT เตือนระวัง AI เลียนเสียง-ลุยรักษาอธิปไตยข้อมูล

NT เผยเทรนด์ภัยไซเบอร์พุ่ง! ชี้เป้า ‘ขโมยข้อมูล’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 เตือนระวัง AI เลียนเสียงเสริมทัพสแกมเมอร์ กางแผนรับมือภัยไซเบอร์ปี 69 ชูยุทธศาสตร์รวมศูนย์ข้อมูลรัฐ มุ่งรักษา ‘อธิปไตยทางข้อมูล’

SHORT CUT

  • Data Leak ขึ้นแท่นภัยไซเบอร์อันดับ 1 รูปแบบการโจมตีเปลี่ยนจากแฮกระบบมาเน้นขโมยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำไปต่อยอดสแกมเมอร์ โดยมี AI และ Voice Cloning เป็นตัวเร่งความเสียหาย
  • ความปลอดภัยไซเบอร์ ต้องคิดเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ซื้ออุปกรณ์
    การป้องกันยุคใหม่ต้องวาง Framework และ Data Governance ที่ถูกต้อง ลดการลงทุนเกินจำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลข้อมูล
  • NT ชูบทบาทที่ปรึกษา Neutral Cloud รักษาอธิปไตยข้อมูลไทยยึดมาตรฐานสากล เสนอรวมศูนย์ข้อมูลภาครัฐ ลดต้นทุนความปลอดภัย พร้อมย้ำดูแลข้อมูลอ่อนไหวระดับสูงเพื่อคุ้มครอง Data Sovereignty ของประเทศ

NT เผยเทรนด์ภัยไซเบอร์พุ่ง! ชี้เป้า ‘ขโมยข้อมูล’ ขึ้นแท่นอันดับ 1 เตือนระวัง AI เลียนเสียงเสริมทัพสแกมเมอร์ กางแผนรับมือภัยไซเบอร์ปี 69 ชูยุทธศาสตร์รวมศูนย์ข้อมูลรัฐ มุ่งรักษา ‘อธิปไตยทางข้อมูล’

ในยุคที่โลกหมุนไปบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้กลายเป็นความเสี่ยงใกล้ตัวที่ทุกประเทศต้องเผชิญ รวมถึงประเทศไทยที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางกระแสการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การเจาะระบบหน่วยงานรัฐและเอกชน ไปจนถึงการคุกคามทรัพย์สินทางดิจิทัล ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งยกระดับมาตรการป้องกัน ทำงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดความเสียหายและรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้

ล่าสุด พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยถึงสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าในอดีตเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์คือการโจมตีเว็บไซต์ภาครัฐเพื่อเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ (Web Defacement) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การทำลายชื่อเสียงเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการโจมตีในลักษณะที่ทำให้ระบบไม่สามารถใช้งานได้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ DDoS ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรอย่างมาก

ภัยไซเบอร์พุ่ง! ข้อมูลรั่วไหลไม่หยุด NT เตือนระวัง AI เลียนเสียง-ลุยรักษาอธิปไตยข้อมูล

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาพบว่าเทรนด์การโจมตีได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Leak) ได้กลายเป็นภัยคุกคามอันดับ 1 ในปัจจุบัน ข้อมูลที่ถูกขโมยไปเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ต่อยอดในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) เพื่อล่อลวงผู้เสียหาย ซึ่งความเสียหายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณเนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ที่มีความสามารถในการปลอมแปลงและเลียนเสียง (Voice Cloning) รวมถึงการข้ามผ่านระบบยืนยันตัวตน (Verification) ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามขอเสนอแนะว่า การป้องกันภัยไซเบอร์ในยุคนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการ "ซื้ออุปกรณ์" เพียงอย่างเดียว เช่น การซื้อไฟร์วอลล์ (Firewall) มาติดตั้ง เพราะนอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมดแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดต้นทุนที่มหาศาลโดยไม่จำเป็น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำความเข้าใจบริบท องค์ประกอบของปัญหา และการวางโครงสร้างการทำงานหรือเฟรมเวิร์ก (Framework) ด้านความปลอดภัยที่ถูกต้อง

ภัยไซเบอร์พุ่ง! ข้อมูลรั่วไหลไม่หยุด NT เตือนระวัง AI เลียนเสียง-ลุยรักษาอธิปไตยข้อมูล

ทั้งนี้ NT พร้อมแสดงบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการวางแผนรับมือภัยไซเบอร์อย่างเป็นขั้นตอน โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเพื่อเริ่มสร้างระบบป้องกันอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังได้ทิ้งท้ายถึงข้อกังวลสำคัญ โดยระบุว่ากลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ที่แฮกเกอร์เลือกโจมตีมากที่สุดในขณะนี้ คือกลุ่มที่อยู่ในภาคส่วนของกลุ่มผู้ฟังในงานดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักและเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเร่งด่วน

สำหรับแผนการดำเนินงานของ NT ในปี2569 ยังคงต้องเร่งปรับตัวและให้ความสำคัญกับเรื่อง Governance ของข้อมูล (Data Governance) ซึ่งเป็นกระแสสำคัญอย่างมากในด้าน Security หรือความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบัน โดยภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ที่เปลี่ยนไปจากการแฮกหน้าเว็บสู่ ข้อมูลรั่วไหล ซึ่งสถานการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ในปี 2024 พบว่า รูปแบบการโจมตีเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

  • 40% เป็นเรื่องของข้อมูลรั่วไหล (Data Leak) ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นมากจากปีก่อนหน้า
  • 40% เป็นเรื่องของการโจมตีระบบ (Attack)
  • ประมาณ 10% กว่า เป็นประเด็นอื่นๆ เช่น ความเสียหายต่อระบบ

ในอดีตภัยไซเบอร์มักเป็นการแฮกเพื่อเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์หรือทำให้ระบบใช้งานไม่ได้ แต่ในปัจจุบันมุ่งเป้าไปที่ ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นหลัก

สำหรับยุทธศาสตร์ NT ยังคงยึดมาตรฐานสากลและการลดต้นทุนด้านความปลอดภัย ในส่วนของความพร้อม NT ยืนยันว่าระบบมีเข้มแข็งเพียงพอและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เช่น ISO และสอดคล้องกับมาตรฐานที่ กมช. (สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ) กำหนด และ NT ยังเสนอแนวทางการจัดการข้อมูลภาครัฐเพื่อความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ โดยมองว่าหน่วยงานรัฐควร บูรณาการข้อมูล (Data Integration) ให้มาอยู่ที่เดียวกัน เพื่อลดต้นทุนด้านการดูแลความปลอดภัย เปรียบเสมือนการมีที่ดินหลายแปลงที่ต้องจ้างยามหลายคน หากรวมที่ดินเป็นผืนเดียวก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายและดูแลได้ทั่วถึงกว่า โดยขั้นตอนที่ควรทำคือ 1. บูรณาการข้อมูล 2. ปรับปรุงกระบวนการและบุคลากรเชี่ยวชาญ และ 3. นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้

ภัยไซเบอร์พุ่ง! ข้อมูลรั่วไหลไม่หยุด NT เตือนระวัง AI เลียนเสียง-ลุยรักษาอธิปไตยข้อมูล

พร้อมกันนี้จะชูบทบาท Neutral Cloud และการรักษาอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) สำหรับการแข่งขันในตลาด Cloud NT วางตัวเป็น Neutral Cloud (คลาวด์ที่เป็นกลาง) โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เช่น Google, AWS, Huawei และค่ายต่างๆ ในไทย ผ่านแพลตฟอร์ม Content Cloud Management Platform ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีทางเลือกในการใช้งานตามความต้องการและงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม NT ได้ประกาศจุดยืนสำคัญในการดูแล ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง (Sensitive Data) เช่น ข้อมูลในระดับ Class 4 และ Class 5 โดยย้ำว่ากลุ่มข้อมูลเหล่านี้ NT จะต้องเป็นผู้ดูแลหลักเพื่อรักษา ‘อธิปไตยทางข้อมูล’ (Data Sovereignty) ของประเทศ ไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related