
SHORT CUT
รัฐบาลสเปนประกาศแผนออกกฎหมายแบนสื่อสังคมออนไลน์ในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี พร้อมบังคับใช้ระบบยืนยันอายุอย่างเข้มงวด และเอาผิดแพลตฟอร์มที่ปล่อยเนื้อหาผิดกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ กล่าวในการประชุม World Governments Summit ในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า จะปกป้องเด็กและเยาวชนจากโลกดิจิทัลอันป่าเถื่อนไร้กฎหมาย ซึ่งเต็มไปด้วย การเสพติด การล่วงละเมิด สื่อลามก การชักจูง และความรุนแรง หลังมีแผนจะสั่งห้ามการใช้สื่อสังคมออนไลน์สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีซานเชซเริ่มเสนอแนวคิดการแบนโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่แผนดังกล่าวเพิ่งได้รับการขยายรายละเอียดอย่างชัดเจน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
โดยภายใต้กฎหมายใหม่ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะต้องมีระบบยืนยันอายุที่มีประสิทธิภาพจริง ไม่ใช่แค่ช่องติ๊กถูก แต่ต้องเป็นกำแพงที่ป้องกันได้จริง ซึ่งอาจหมายถึงการอุดช่องโหว่ที่เด็กชาวออสเตรเลียใช้หลบเลี่ยงระบบตรวจสอบ เช่น การใช้รูปถ่ายของผู้ใหญ่ในการยืนยันตัวตนแทน
กฎหมายใหม่ยังจะทำให้การปรับแต่งอัลกอริทึมเพื่อขยายการเข้าถึงเนื้อหาผิดกฎหมายกลายเป็นความผิดทางอาญา รวมถึง ระบบใหม่ในการติดตามว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลกระตุ้นความแตกแยกและขยายความเกลียดชังอย่างไรด้วย แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้นำสเปนตั้งความหวังว่าจะผลักดันให้กฎหมายผ่านในสัปดาห์หน้า แต่เป็นเรื่องยากเพราะรัฐบาลผสมฝ่ายซ้ายไม่มีเสียงข้างมากในรัฐสภา
พรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลักมีแนวโน้มสนับสนุนมาตรการนี้ ขณะที่พรรค Vox พรรคขวาจัด แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจน
หลังการประกาศมาตรการดังกล่าว “อีลอน มัสก์” เจ้าของแพลตฟอร์ม X เรียกนายกรัฐมนตรีซานเชซว่าเป็น ทรราชและผู้ทรยศต่อประชาชนสเปน
อีกมาตรการหนึ่งคือการสอบสวนและดำเนินคดีต่ออาชญากรรมที่เกิดจาก Grok เครื่องมือ AI ของ X รวมถึง TikTok และ Instagram ในตอนนี้คณะกรรมาธิการยุโรปได้เริ่มสอบสวน Grok จากความกังวลว่าอาจถูกใช้เพื่อสร้างภาพลามกอนาจารของบุคคลจริงสหราชอาณาจักรก็เริ่มสอบสวน Grok เช่นกัน
นอกจากนี้ในฝรั่งเศส หน่วยอาชญากรรมไซเบอร์ของอัยการกรุงปารีสบุกเช้าตรวจค้นสำนักงานของ X จากหลายข้อกล่าวหา รวมถึง การดึงข้อมูลอย่างผิดกฎหมายและการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก
ขณะที่ แพลตฟอร์ม X ยังไม่ตอบต่อการสอบสวนใด ๆ และก่อนหน้านี้เคยระบุว่าการสอบสวนของฝรั่งเศสเป็นการโจมตีเสรีภาพในการแสดงออก
ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่สั่งห้ามการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังรัฐบาลพยายามทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับเด็กแฃะเยาวชน
แพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram, Facebook, X, Snapchat, YouTube, Kick, Twitch, Threads และ Reddit ล้วนได้รับผลกระทบและต้องปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มของตัวเองเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่
การเปลี่ยนแปลงกฎนี้ก่อให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างรุนแรง มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศอื่น ๆ กำลังเดินตามรอย ออสเตรเลีย เป็นจำนวนมาก
สเปนกลายเป็นประเทศยุโรปชาติล่าสุดที่ประกาศแผนแบนการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เพื่อปกป้องเยาวชนจากอันตรายของเนื้อหาออนไลน์ แม้จะยังต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้ผู้บริหารของบริษัทสื่อสังคมออนไลน์ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือเป็นอันตรายบนแพลตฟอร์มของตนเอง
นายกรัฐมนตรีซานเชซ ระบุว่า สเปนได้ร่วมมือกับพันธมิตรอีก 5 ประเทศในยุโรปที่เรียกรวมกันว่า “Coalition of the Digitally Willing” เพื่อประสานงานและบังคับใช้กฎระเบียบข้ามพรมแดน และจะจัดการประชุมครั้งแรกในเร็ว ๆ นี้
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม สมาชิกสภานิติบัญญัติของฝรั่งเศสได้อนุมัติร่างกฎหมายสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดีย
ร่างกฎหมายนี้ผ่านรัฐสภาของฝรั่งเศสที่มีความเห็นแตกแยกกันด้วยคะแนน 130 ต่อ 121 และจะถูกส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณาต่อในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส ได้ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดกระบวนการในการออกกฎหมาย เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้ทันก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ในเดือนกันยายนปีนี้
ประธานาธิบดีมาครง ระบุว่า การแบนโซเชียลมีเดียสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์แนะนำ และเป็นสิ่งที่ประชาชนฝรั่งเศสเรียกร้องอย่างท่วมท้น เพราะสมองของเด็ก ๆ ไม่ใช่สิ่งที่นำไปขายได้ ไม่ว่าจะให้แพลตฟอร์มอเมริกันหรือเครือข่ายจีนก็ตาม และเพราะความฝันของเด็ก ๆ ไม่ควรถูกกำหนดโดยอัลกอริทึม
กฎหมายนี้ยังจะสั่งห้ามการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาด้วย
เดนมาร์กประกาศว่าจะเดินหน้าสู่การแบนโซเชียลมีเดียสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เมื่อเดอนเดือนตุลาคมปีที่แล้ว
นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน กล่าวว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังขโมยวัยเด็กของลูกหลานไป
ผู้นำหญิงเดนมาร์กกล่าวในการเปิดประชุมรัฐสภาว่ารัฐบาลจะเสนอร่างกฎหมายแบนที่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีทางเลือกในการอนุมัติการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป โดยระบุว่า เราเห็นด้วยกับการมีโทรศัพท์มือถือในชีวิตเด็ก ๆ เพื่อให้พวกเขาโทรหาบ้านและติดต่อกับเพื่อนได้ แต่ความจริงคือ เราได้ปล่อยสัตว์ประหลาดออกมา ไม่เคยมีมาก่อนที่เด็กและเยาวชนจำนวนมากต้องเผชิญกับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าเช่นนี้
นายกรัฐมนตรีโยนาส การ์ สเตรอของนอร์เวย์ (Jonas Gahr Støre) เสนอมาตรการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี และรัฐบาลได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
ผู้นำนอร์เวย์ ระบุว่า นี่คือหนึ่งในความท้าทายทางสังคมและวัฒนธรรมที่เร่งด่วนที่สุดในยุคของเรา และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการระดับประเทศเพียงอย่างเดียว เรามุ่งเสริมสร้างความร่วมมือในยุโรปเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน
นอกเหนือจากการแบนแล้ว นอร์เวย์ยังจะออกคำแนะนำระดับชาติเรื่องเวลาการใช้หน้าจอ และส่งเสริมการงดใช้โทรศัพท์มือถือในสถานศึกษาด้วย
รัฐมนตรีอังกฤษเปิดการปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปี และรัฐมนตรีบางส่วนยังต้องการให้ออกกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนด้วย
ข้อเสนอที่กำลังพิจารณา ได้แก่ การกำหนดเคอร์ฟิวการใช้งานตอนกลางคืน การพักเบรกเพื่อป้องกันการ ไถหน้าจอไม่หยุดและการนำมาตรการแบนแบบออสเตรเลียมาใช้เพื่อเพิ่มอายุขั้นต่ำในการยินยอมใช้สื่อดิจิทัล
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคแรงงาน 61 คน เขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อเพิ่มอายุขั้นต่ำในการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย เนื่องจากเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น สมาธิในการเรียนรู้ที่ลดลง และการขาดทักษะทางสังคม หลังพบว่าเด็กอายุ 12 ปีโดยเฉลี่ยใช้เวลาบนสมาร์ตโฟนถึง 29 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ด้าน Meta บริษัทแม่ของ Instagram, Facebook และ Threads เริ่มทยอยใช้มาตรการจำกัดบัญชีเยาวชนก่อนกฎหมายแบนของออสเตรเลียจะมีผลบังคับใช้
ผู้ใช้อายุ 13-15 ปีได้รับแจ้งเตือนว่าจะถูกจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม และบัญชีทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจะถูกลบก่อนกฎหมายมีผลในวันที่ 10 ธันวาคม
อย่างไรก็ตาม 'วิลเลียม อีสตัน' (William Easton) กรรมการผู้จัดการของ Meta ระบุว่า วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่บริษัทต้องการใช้เพื่อปกป้องเยาวชน โดยเสริมว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่หวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลออสเตรเลียเพื่อหาวิธีที่ดีกว่านี้ต่อไป
ด้าน Snapchat และ TikTok ก็ปิดใช้งานบัญชีของผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปี และกำหนดข้อจำกัดด้านอายุในการสมัครบัญชีใหม่เช่นกัน
ขณะที่ Reddit ยื่นฟ้องคัดค้านกฎหมายของออสเตรเลีย โดยระบุว่า กฎหมายนี้แยกวัยรุ่นออกจากประสบการณ์ที่เหมาะสมตามวัย แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ก็โต้แย้งว่ากฎหมายใหม่ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวและสิทธิทางการเมือง
ด้าน X แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อความชอบด้วยกฎหมายของการกำหนดอายุขั้นต่ำ โดยระบุว่า อาจกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของเด็กและเยาวชนเหล่านี้
ฝั่ง YouTube กล่าวว่า กฎหมายแบนของออสเตรเลียเป็นเรื่องน่าผิดหวังและจะไม่ทำให้เด็กปลอดภัยมากขึ้นจริง แต่กลับอาจทำให้เด็กออสเตรเลียปลอดภัยน้อยลงบน YouTube