
SHORT CUT
```
เปิด 3 รากฐาน เตรียมข้อมูลรับยุค Agentic AI อินไซต์จาก วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager, AWS จากงาน " AI Revolution SHIFT 2026" Shaking The Global Economy เขย่าโลก พลิกธุรกิจ
เปิด 3 รากฐานเตรียมข้อมูลรับยุค Agentic AI อินไซต์จากผู้บริหาร AWS ในงาน AI Revolution SHIFT 2026" Shaking The Global Economy เขย่าโลก พลิกธุรกิจ
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager, AWS หรือ ผู้จัดการประจำประเทศไทย Amazon Web Services (AWS) Thailand แสดงวิสัยทัศน์ในงานสัมมนาใหญ่ "AI Revolution SHIFT 2026" ถึง 3 รากฐานเร่งด่วนที่องค์กรต้องเตรียมพร้อม
องค์กรต้องสร้างสถาปัตยกรรมข้อมูลแบบเปิด เน้นการใช้ Open Source เพื่อให้เชื่อมต่อกับระบบหรือ AI Agent ต่างๆ ได้อย่างอิสระ สิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหา "Vendor Lock-in" หรือการผูกขาดกับผู้ให้บริการระบบปิดรายเดียว ที่มักทำให้องค์กรต้องแบกรับต้นทุนที่แพงขึ้นเรื่อยๆ
ขีดความสามารถของ AI ทำงานด้วยความเร็วและสเกลที่เหนือกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า การจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป องค์กรต้องเปลี่ยนมาใช้ Vector Database ที่จัดเก็บข้อมูลโดยอิงตามความสัมพันธ์ ช่วยให้ AI ดึงข้อมูลไปใช้วิเคราะห์หา Insight ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเทคนิคผสมผสานข้อมูลเฉพาะขององค์กร 75% เข้ากับโมเดลความรู้ทั่วไป 25% เพื่อสร้าง AI ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางสำหรับธุรกิจ
ความปลอดภัยคือแกนกลางสำคัญ องค์กรต้องมี Guardrails ที่รัดกุมเพื่อควบคุมสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ป้องกันไม่ให้ AI เปิดเผยความลับ (เช่น เงินเดือนผู้บริหารระดับสูง) แก่พนักงานที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง พร้อมกับต้องมีระบบสังเกตการณ์ (Observability) เพื่อตรวจสอบระบบอย่างใกล้ชิด
.
เมื่อเข้าใจรากฐานที่ต้องสร้างแล้ว ต้องย้อนกลับมาตระหนักว่า "ข้อมูล" คือทรัพยากรที่ล้ำค่ากว่าน้ำมัน โครงการ AI ของหลายองค์กรประสบความล้มเหลวเพราะมุ่งมองแต่ Use cases โดยละเลยคุณภาพของฐานข้อมูลที่ซ่อนอยู่เปรียบเสมือนฐานภูเขาน้ำแข็ง หากข้อมูลตั้งต้นมีค่าเป็นศูนย์ (0) ผลลัพธ์ที่ได้จาก AI ก็ย่อมเป็นศูนย์เช่นกัน
ช่วง 3 ปีนี้ โลกกำลังก้าวพ้นการใช้ AI แบบถาม-ตอบทั่วไป (Everyday AI) เข้าสู่ยุคของ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า 50% ขององค์กรจะเริ่มทดลองใช้ และภายใน 3 ปี 1 ใน 3 ขององค์กรจะนำมาใช้งานจริงในระดับสเกลใหญ่
การเปลี่ยนแปลงระดับนี้จะกระทบโครงสร้างผู้บริหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตำแหน่งอย่าง CHRO (ฝ่ายทรัพยากรบุคคล) อาจต้องทำงานหลอมรวมกับ CTO (ฝ่ายเทคโนโลยี) เพราะ "ผู้ปฏิบัติงาน" ในอนาคตจะไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่จะรวมถึง AI Agent ข้อมูลในองค์กรจึงต้องปรับสู่รูปแบบ Unstructured Data มากขึ้น เพื่อเชื่อมต่อและสร้าง "ความได้เปรียบทางการแข่งขัน" อย่างยั่งยืนในระยะยาว