BYD จดสิทธิบัตร 'AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ' เทคโนโลยีช่วยชีวิต ลดอุบัติเหตุ

BYD จดสิทธิบัตร 'AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ' เทคโนโลยีช่วยชีวิต ลดอุบัติเหตุ

เทคโนโลยีที่คนรักแมวน่าจะชอบ! BYD ยื่นจดสิทธิบัตร AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ ใช้ Computer Vision เปรียบเทียบภาพก่อนออกตัว ลดความเสี่ยงชนสัตว์และอุบัติเหตุ พร้อมเจาะลึกวิธีทำงานและความเป็นไปได้ในอนาคต

SHORT CUT

  • BYD ยื่นจดสิทธิบัตรระบบ AI สำหรับตรวจจับสัตว์ คน หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถก่อนออกเดินทาง
  • เทคโนโลยีนี้ใช้ Computer Vision เปรียบเทียบภาพใต้ท้องรถก่อนและหลังจอด เพื่อวิเคราะห์หาความเปลี่ยนแปลงและแจ้งเตือนผู้ขับขี่
  • มีเป้าหมายเพื่อช่วยชีวิตสัตว์และลดอุบัติเหตุจากจุดบอดที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่มีระยะใต้ท้องสูง

เทคโนโลยีที่คนรักแมวน่าจะชอบ! BYD ยื่นจดสิทธิบัตร AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ ใช้ Computer Vision เปรียบเทียบภาพก่อนออกตัว ลดความเสี่ยงชนสัตว์และอุบัติเหตุ พร้อมเจาะลึกวิธีทำงานและความเป็นไปได้ในอนาคต

รถยนต์ยุคใหม่แทบทุกคันต่างติดตั้งเซ็นเซอร์รอบคัน กล้อง 360 องศา และระบบช่วยขับที่คอยมองหาคนเดินถนน รถคันอื่น หรือสิ่งกีดขวางบนถนน แต่มีพื้นที่หนึ่งที่เทคโนโลยีเหล่านี้ยังมองไม่เห็น นั่นคือ ใต้ท้องรถ

พื้นที่เล็ก ๆ ที่หลายคนไม่เคยสนใจ กลับเป็นจุดที่สัตว์เลี้ยงอย่างแมวหรือสุนัข รวมถึงสัตว์ป่าขนาดเล็ก มักมุดเข้าไปหลบแดด หลบฝน หรือในประเทศเขตหนาวก็ใช้เป็นที่กบดานเพื่อรับไออุ่นจากเครื่องยนต์ หลังจากรถจอดไว้เป็นเวลานาน

ล่าสุด BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน กำลังพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ หลังยื่นจดสิทธิบัตรระบบ 'AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ' ก่อนที่รถจะเริ่มเคลื่อนตัว

แม้จะยังเป็นเพียงสิทธิบัตร แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า นิยามของความปลอดภัย ในรถยนต์ยุคใหม่ กำลังขยายไปไกลกว่าการปกป้องผู้โดยสาร หรือช่วยผู้ขับหลบหลีกอุบัติเหตุ

AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ ของ BYD ทำงานอย่างไร?

สิทธิบัตรที่เผยแพร่โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน (CNIPA) ระบุว่า ระบบไม่ได้ใช้กล้องสแกนใต้ท้องรถตลอดเวลาเหมือนกล้องวงจรปิด แต่เป็นการใช้ Computer Vision ร่วมกับการเปรียบเทียบภาพ เมื่อผู้ขับดับเครื่อง ระบบจะบันทึกภาพใต้ท้องรถไว้เป็น ‘ภาพอ้างอิง’ เมื่อผู้ขับขี่กลับมาใช้งานรถอีกครั้ง ระบบจะถ่ายภาพใหม่ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับภาพเดิมทันที

หาก AI พบว่ามีบางอย่างแตกต่างจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ คน หรือวัตถุที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้น ระบบจึงค่อยส่งภาพเข้าสู่ขั้นตอนวิเคราะห์ต่อว่า สิ่งที่เห็นคืออะไร และมีความเสี่ยงหรือไม่

แนวคิดนี้ช่วยลดภาระการประมวลผล เพราะ AI ไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์ระบบช่วงล่าง แบตเตอรี่ โครงสร้างตัวถัง หรือแผ่นปิดใต้ท้องรถที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่โฟกัสเฉพาะ ‘สิ่งใหม่’ ที่เพิ่งปรากฏใต้รถ

BYD จดสิทธิบัตร 'AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ' เทคโนโลยีช่วยชีวิต ลดอุบัติเหตุ

ทำไม AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ ถึงสำคัญกว่าที่คิด

หลายคนอาจมองว่า การตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถเป็นปัญหาเฉพาะกลุ่ม แต่ในความเป็นจริง ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะในประเทศอากาศหนาวที่แมวมักมุดเข้าไปนอนใต้รถเพื่อรับความอบอุ่นจากเครื่องยนต์

แม้แต่ในประเทศไทยเอง หลายคนก็คุ้นกับภาพแมวจรจัดนอนหลบแดดใต้รถ หรือสุนัขเข้าไปนอนพักในพื้นที่ที่เจ้าของรถมองไม่เห็น

ปัญหาคือ ผู้ขับแทบไม่มีทางมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้รถจากตำแหน่งนั่งขับ

ขณะเดียวกัน พื้นที่ใต้ท้องรถยังเต็มไปด้วยเงา ฝุ่น คราบโคลน เศษหิน และสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบทั่วไปมักแยกไม่ออกว่า สิ่งที่เห็นเป็นเพียงเงาหรือเป็นสัตว์จริง และอาจแจ้งเตือนผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง

BYD จึงใช้แนวทางเปรียบเทียบกับ ‘ภาพอ้างอิง’ ก่อนใช้ AI วิเคราะห์อีกชั้นหนึ่ง  การทำงานแบบ 2 ขั้นตอนนี้ เพื่อลดการแจ้งเตือนผิด (False Positive) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของระบบช่วยขับหลายประเภท เพราะหากระบบเตือนบ่อยเกินไป สุดท้ายผู้ขับก็อาจเลือกที่จะไม่สนใจคำเตือนเหล่านั้น

BYD จดสิทธิบัตร 'AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ' เทคโนโลยีช่วยชีวิต ลดอุบัติเหตุ

รถแบบไหนจะได้ประโยชน์มากที่สุด

ระบบ 'AI ตรวจจับสัตว์ใต้ท้องรถ' ลักษณะนี้อาจมีประโยชน์กับรถที่มีระยะใต้ท้องสูงเป็นพิเศษ เช่น

  • SUV
  • รถกระบะ
  • รถออฟโรด

เนื่องจากมีพื้นที่ให้สัตว์หรือสิ่งของเข้าไปหลบซ่อนได้ง่ายกว่ารถซีดานทั่วไป ยิ่งรถมีขนาดใหญ่ โอกาสที่ผู้ขับจะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ใต้รถก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ยุทธศาสตร์ AI ด้านความปลอดภัยของ BYD มีอะไรบ้าง

สิทธิบัตรชิ้นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ BYD ได้เปิดเทคโนโลยีเรดาร์ที่ใช้ตรวจจับเด็กหรือผู้โดยสารที่ถูกลืมไว้ในรถ เพื่อป้องกันเหตุเสียชีวิตจากการถูกทิ้งไว้ในห้องโดยสาร

เมื่อนำทั้งสองเทคโนโลยีมารวมกัน จะเห็นภาพที่ชัดขึ้นว่า BYD กำลังสร้างระบบรับรู้สภาพแวดล้อมของรถแบบครบวงจร

ด้านหนึ่งมองเข้าไปในห้องโดยสาร อีกด้านมองลงไปใต้ท้องรถ ทั้งหมดทำงานร่วมกันผ่าน AI ระบบประมวลผลภาพ และเซ็นเซอร์อัจฉริยะ

ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังเดินหน้าพัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตต เทคโนโลยีชาร์จความเร็วสูง และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดสะท้อนว่าผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังใช้ ‘เทคโนโลยี’ ระบบอัจฉริยะที่อยู่เบื้องหลังรถยนต์ทั้งคัน เป็นจุดแข็งในการแข่งขันอุตสาหกรรมรถยนต์ EV ด้มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

ยังไม่ผลิตจริง แต่อาจเป็นมาตรฐานใหม่ของยานยนต์

แน่นอนว่า การยื่นจดสิทธิบัตรไม่ได้หมายความว่าเราจะได้เห็นฟีเจอร์นี้ในรถ BYD รุ่นถัดไป และบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะเริ่มใช้งานจริงเมื่อใด

แต่หากมองย้อนกลับไป เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนมุมอับสายตา หรือกล้องรอบคัน ต่างก็เริ่มต้นจากจากเทคโนโลยีของผู้ผลิตบางราย ก่อนจะกลายเป็นมาตรฐานในรถยนต์แทบทุกคัน

ระบบตรวจจับใต้ท้องรถก็อาจเดินตามเส้นทางเดียวกัน หากพิสูจน์ได้ว่าใช้งานได้จริง คุ้มค่า และช่วยลดอุบัติเหตุได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. BYD จดสิทธิบัตรอะไรใหม่?

BYD ยื่นจดสิทธิบัตรระบบ AI ตรวจจับสัตว์ คน หรือสิ่งมีชีวิตใต้ท้องรถก่อนรถออกตัว โดยใช้เทคโนโลยี Computer Vision และการเปรียบเทียบภาพ

  1. ระบบนี้ทำงานอย่างไร?

ระบบจะบันทึกภาพใต้ท้องรถไว้เมื่อดับเครื่อง จากนั้นเมื่อสตาร์ตรถอีกครั้ง จะถ่ายภาพใหม่แล้วเปรียบเทียบกับภาพเดิม หากพบความแตกต่าง AI จะวิเคราะห์ว่ามีสัตว์ คน หรือสิ่งกีดขวางอยู่หรือไม่

  1. เทคโนโลยีนี้มีในรถ BYD แล้วหรือยัง?

ยังไม่มี ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนสิทธิบัตร และ BYD ยังไม่ได้ประกาศว่าจะนำไปใช้ในรถรุ่นใดหรือเริ่มผลิตเมื่อใด

  1. รถประเภทใดจะได้ประโยชน์มากที่สุด?

รถ SUV รถกระบะ และรถออฟโรด มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะมีระยะใต้ท้องรถสูง ทำให้สัตว์หรือสิ่งของเข้าไปหลบซ่อนได้ง่ายกว่ารถทั่วไป

อ้างอิงข้อมูล

related