
SHORT CUT
โดนัลด์ ทรัมป์ เผย Apple ตกลงจับมือ Intel ร่วมออกแบบและผลิตชิปในสหรัฐฯ มุ่งกระจายฐานผลิตและเพิ่มกำลังการผลิต หนุนหุ้น Intel พุ่งทะยานทุบสถิติ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า Apple ได้บรรลุข้อตกลงร่วมมือกับ Intel ในการออกแบบและผลิตชิปภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนความพยายามของ Intel ในการพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง
การได้สัญญาจ้างจาก Apple จะช่วยสร้างความต้องการที่มั่นคงและต่อเนื่องให้กับ Intel จากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับชื่อเสียงและยอดขายของบริษัท ท่ามกลางความพยายามลดช่องว่างในการแข่งขันกับ TSMC ผู้รับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในโลกจากไต้หวัน
ในส่วนของ Apple ความร่วมมือนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงของฐานการผลิต และเพิ่มกำลังการผลิตชิปในจังหวะเวลาที่พาร์ทเนอร์หลักอย่าง TSMC กำลังเผชิญกับภาวะกำลังการผลิตตึงตัว จากความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลจากลูกค้ารายใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD
ทั้งนี้ ทั้ง Apple และ Intel ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการต่อการรายงานข่าวนี้
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของ Intel พุ่งทะยานขึ้นทันที 7% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สานต่อแรงส่งที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 3 เท่าในปีนี้ ขณะที่หุ้นของ Apple ขยับขึ้น 0.8% ซึ่งก่อนหน้านี้ Wall Street Journal เคยรายงานในเดือนพฤษภาคมว่า ทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นหลังจากที่มีการเจรจาร่วมกันนานกว่าหนึ่งปี
แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า Intel จะผลิตชิปรุ่นใดให้แก่ Apple แต่ระบุว่านี่คือความพยายามล่าสุดของเขาในการช่วยเหลือ Intel ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ถือหุ้นอยู่ 10% หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้ผลักดันดีลทำนองเดียวกันนี้ให้กับ Nvidia และ Tesla มาแล้ว
โดยในอดีต Intel เคยเป็นผู้จัดหาหน่วยประมวลผลให้แก่คอมพิวเตอร์ Mac ของ Apple มายาวนานกว่า 15 ปี จนกระทั่งในปี 2020 Apple ได้เปลี่ยนมาใช้ชิปตระกูล M-series ที่ออกแบบเองและจ้าง TSMC ผลิต ซึ่งช่วยดันยอดขาย Mac ให้เติบโตอย่างมาก
นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดีลระหว่าง Intel และ Tesla ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่รายแรกสำหรับกระบวนการผลิตยุคถัดไปอย่าง '14A' ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนมากในปี 2029
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อปีที่ผ่านมา ทรัมป์เคยเรียกร้องให้ Lip-Bu Tan ซีอีโอของ Intel ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากความสัมพันธ์กับประเทศจีน ก่อนที่จะประกาศข้อตกลงที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท
โดยทรัมป์เคยกล่าวว่าเขา 'ควรจะขอสัดส่วนหุ้นมากกว่านี้' หลังจากที่มูลค่าหุ้น Intel ในมือรัฐบาลพุ่งสูงกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 8 เดือน ซึ่งสะท้อนความพยายามอย่างหนักของคณะทำงานสหรัฐฯ ในการเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดการพึ่งพาประเทศจีน
ที่มา : WSJ