
ไชยชนก ชิดชอบ ชี้ TH-AI Passport คือ การทลายกำแพงเหลื่อมล้ำด้าน AI ยกระดับให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงเทคฯชั้นสูง กว่าเดิม
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงดีอี ได้ย้อนเบื้องหลังที่มา โครงการ TH-AI Passport ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ว่า ในอดีตนั้น โครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกวัดด้วยความครอบคลุมของถนน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต แต่ในยุคปัจจุบัน นั่นไม่ใช่สิ่งเหล่านี้อีกต่อไป เพราะโครงสร้างพื้นฐานได้วิวัฒนาการสู่ 'มันสมองสังเคราะห์' หรือ AI รวมถึงประเด็นเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อความถึงข้อมูล ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการคิด ประมวลผล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ใครเข้าถึงได้ก่อน ย่อมก้าวถึงเส้นชัยทางเศรษฐกิจได้เร็วกว่า
.
ดังนั้น การที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้เปิดตัว TH-AI Passport แล้วนั้น ก็ถือเป็นการ สนับสนุน คนไทยเข้าถึง AI Pro ฟรี และมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล พร้อมยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่สากลด้วยโมเดล Learn to Earn
ในอดีต ความพร้อมของประเทศอาจวัดกันที่ถนนหนทาง ไฟฟ้า หรือสายเคเบิลอินเทอร์เน็ต แต่วันนี้ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของชาติ
พูดง่ายๆ คือ ใครเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้เร็วกว่า ย่อมคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจได้ก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ในโลกความเป็นจริง ค่าบริการโมเดลระดับสูงซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 250 ถึง 1,000 บาทต่อเดือน กลับกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ที่กีดกันคนส่วนใหญ่ในสังคม
โครงการ TH-AI Passport จึงถูกผลักดันขึ้นมาเพื่อทลายอุปสรรคนี้ โดยเปิดสิทธิให้คนไทยได้ใช้งานโมเดลชั้นนำฟรี พร้อมรับมือกับยุคเปลี่ยนผ่านอย่างเท่าเทียม
โครงการ TH-AI Passport แก่นแท้ที่จริงแล้ว ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแจกสิทธิประโยชน์ระยะสั้น แต่คือการวางรากฐานทุนมนุษย์ระยะยาวผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลักๆ :
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่างบประมาณของโครงการเป็นไปในลักษณะจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) หากไม่มีการใช้งาน รัฐก็ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย
ด้านความปลอดภัยของข้อมูล ระบบมีข้อตกลงและมาตรฐานที่เข้มงวด เมื่อประมวลผลเสร็จสิ้น ข้อมูลจะถูกจัดการลบตามระเบียบสากลทันที ทั้งนี้ ภาครัฐพร้อมรับการตรวจสอบจากทุกฝ่ายเพื่อพิสูจน์ถึงความคุ้มค่า และมุ่งหวังให้ประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริง
ส่วนแผนการรับมือกับแรงต้าน ของโครงการ TH-AI Passport และการตรวจสอบข้อพิรุธของโครงการ ไชยชนก ชิดชอบ บอกว่า เรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องเตรียมการรับมือ มั่นใจในกระบวนการที่มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ที่มีเจตนาและความตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยมีความตั้งใจที่จะลดความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิทัลหรือ AI ให้ได้มากที่สุด และไม่ว่าการดำเนินการจะเป็นอย่างไรก็ไม่ได้มีข้อกังวลอะไร
ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมนำข้อมูลข้อพิรุธทั้งหมดในโครงการไปยื่นซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไชยชนก ชิดชอบ ตอบรับว่ายินดีมาก และอยากจะให้เกิดขึ้นโดยเร็ว อาจจะเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยโปรโมตให้พี่น้องประชาชนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น อยากให้ยอดผู้ลงทะเบียนใช้งานถึง 5,000,000 สิทธิ์โดยเร็ว เพื่อพิสูจน์ว่าโครงการนี้มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันของท่านหรือไม่ โดยตนจะทำให้เต็มที่เพื่อให้โครงการไปถึงจุดที่ประสบความสำเร็จ หวังว่าสุดท้ายประโยชน์จะตกอยู่ที่พี่น้องประชาชน ตกไปอยู่ที่ผลิตผลหรือประสิทธิภาพของประเทศในอนาคตข้างหน้า
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทุกคนร่วมใช้งาน คุณอาจจะเป็นฝ่ายค้านที่อยากจะเชิญชวนทุกคนมาร่วมพิสูจน์ว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไร อาจจะเป็นพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ขายที่อยากจะใช้ AI แต่ยังรู้สึกว่ามันไกลตัวไปหรือมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป หรือใครก็ตาม ตนอยากจะเชิญชวนทุกคนมาร่วมรณรงค์เข้ามาพิสูจน์ว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์หรือไม่ด้วยตัวท่านเอง
นอกจากนี้ ไชยชนก ยังบอกอีกว่า คนเองนั้น ยังไม่ได้ลงทะเบียนโครงการนี้ เพราะต้องการสงวนโควตาและสิทธิ์การใช้งานไว้ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงก่อนเป็นลำดับแรก ส่วนการตรวจสอบระบบ ว่ามีปัญหาจุดไหน จุดใดบ้างนั้น เจ้ากระทรวงสามารถติดตามผลการดำเนินงานผ่านทีมงานและช่องทางของกระทรวงได้อยู่แล้ว