รู้จัก! ‘โซลูชัน โพรไวเดอร์’ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ

รู้จัก! ‘โซลูชัน โพรไวเดอร์’ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ

'เจียไต๋' ปรับเกมเกษตรไทย สู่ Solution Provider ผนึกเทคโนโลยี-องค์ความรู้ ช่วยเกษตรกรเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน รับมือโลกการเกษตรยุคใหม่

SHORT CUT

  • จียไต๋ปรับบทบาทสู่ Solution Provider ผสานสินค้า เทคโนโลยี องค์ความรู้ และบริการ เพื่อออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับเกษตรกรแต่ละพื้นที่
  • ใช้เทคโนโลยียกระดับผลผลิต แปลงข้าวบางน้ำเปรี้ยวเพิ่มผลผลิตเฉลี่ย 22% และสูงสุด 57% พร้อมใช้ทีมบินช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดข้อจำกัดด้านแรงงาน
  • เดินหน้าสร้าง Ecosystem เกษตรไทย ผนึกภาครัฐ เอกชน ร้านค้า พันธมิตร และเกษตรกร มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างรายได้มั่นคง และยกระดับสู่เกษตรกรมืออาชีพ

'เจียไต๋' ปรับเกมเกษตรไทย สู่ Solution Provider ผนึกเทคโนโลยี-องค์ความรู้ ช่วยเกษตรกรเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน รับมือโลกการเกษตรยุคใหม่

ภาคเกษตรกรรมถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ไม่เพียงสร้างรายได้ให้เกษตรกรจำนวนมาก แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้จากการส่งออกให้ประเทศในแต่ละปีมหาศาล ทว่าในวันที่ภาคเกษตรต้องเผชิญทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แรงงานที่ขาดแคลน สภาพอากาศที่ผันผวน และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น การทำเกษตรแบบพึ่งพาประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลและสภาพพื้นที่ การวางแผนเพาะปลูก การใช้ปุ๋ยและผลิตภัณฑ์อารักขาพืชให้เหมาะสม ไปจนถึงการใช้เครื่องจักรและโดรนเข้ามาช่วยทำงานในแปลง ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดการใช้ทรัพยากร ลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และที่สำคัญคือช่วยให้เกษตรกรเห็นผลลัพธ์ของการจัดการแปลงได้ชัดเจนขึ้น

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเกษตรกรจะเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างไร แต่คือจะนำเทคโนโลยี องค์ความรู้ และบริการต่างๆ มาทำงานร่วมกันอย่างไรให้เหมาะกับพืช พื้นที่ และปัญหาของเกษตรกรแต่ละราย

นี่คือทิศทางที่บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย กำลังขยับบทบาทจากผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายปัจจัยการผลิต สู่การเป็น โซลูชัน โพรไวเดอร์ (Solution Provider) โดยประกาศทิศทางธุรกิจภายใต้แนวคิด Chia Tai Moving Forward 2026: Together, We Empower Thai Farmers Through Solutions ที่เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

รู้จัก! ‘โซลูชัน โพรไวเดอร์’ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ

แนวทางดังกล่าวมุ่งนำจุดแข็งด้านปัจจัยการผลิตมาผสานเข้ากับองค์ความรู้ เทคโนโลยี บริการ และความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร เพื่อออกแบบแนวทางจัดการเพาะปลูกที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ พร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐ ร้านค้าพันธมิตร และภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยสู่การเป็นเกษตรกรมืออาชีพ โดยมีข้อมูลจากการทดลองในแปลงข้าวที่พบว่าสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยประมาณ 22%

นายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 105 ปี เจียไต๋เติบโตเคียงข้างภาคการเกษตรไทย โดยมีจุดแข็งทั้งด้านการพัฒนาและเสาะหาสินค้าและปัจจัยการผลิต รวมถึงการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม วันนี้เกษตรกรต้องเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน ความผันผวนของสภาพอากาศ ตลอดจนความต้องการด้านคุณภาพและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการของเกษตรกรไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้า แต่ต้องการแนวทางที่ช่วยสร้างผลลัพธ์จริง ทั้งด้านผลผลิต ต้นทุน คุณภาพ และความมั่นคงในอาชีพ

เจียไต๋จึงเดินหน้าสู่บทบาท Solution Provider ด้วยการนำสินค้า องค์ความรู้ เทคโนโลยี บริการ และความเชี่ยวชาญทางการเกษตรมาทำงานร่วมกัน เพื่อออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ปัญหาของเกษตรกรแต่ละพื้นที่

รู้จัก! ‘โซลูชัน โพรไวเดอร์’ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ

นายมนัส ระบุว่า การเปลี่ยนบทบาทครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการทิ้งธุรกิจหรือจุดแข็งเดิม แต่เป็นการต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ให้สามารถสร้างคุณค่าแก่เกษตรกรได้มากขึ้น เพราะการสร้างผลลัพธ์ในพื้นที่จริงจำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ เครือข่าย และความเข้าใจในบริบทของแต่ละพื้นที่

ด้าน นางสุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร Chief Marketing Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโซลูชันเจียไต๋คือการทำความเข้าใจว่าเกษตรกรต้องการผลลัพธ์อะไร จากนั้นจึงนำสินค้า เทคโนโลยี บริการ การจัดการ และองค์ความรู้ทางการเกษตรมาผสานกัน เพื่อพัฒนาเป็น แผนจัดการการเพาะปลูก หรือ Crop Management Plan

แนวทางดังกล่าวจึงแตกต่างจากการนำสินค้าหลายประเภทมารวมกันเป็นแพ็กเกจหรือโปรโมชัน เพราะเป็นการวางแผนดูแลแปลงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่ การใช้ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของการเพาะปลูก โดยมีทีมนักเกษตร หรือ Agronomist และที่ปรึกษาเกษตร หรือ Crop Advisor ทำงานร่วมกับเกษตรกร ติดตามผล และนำข้อมูลกลับมาปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง

หัวใจสำคัญคือโซลูชันต้องไม่หยุดอยู่เพียงแนวคิด แต่ต้องนำไปทดลองในพื้นที่จริง ปรับให้เข้ากับบริบทของแต่ละแปลง และพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

รู้จัก! ‘โซลูชัน โพรไวเดอร์’ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ

หนึ่งในพื้นที่ที่นำแนวคิดดังกล่าวมาทดลองคือ เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ หรือศูนย์เกษตรเจียไต๋ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้เกษตรกรและทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาแนวทางจัดการแปลงข้าวให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

ข้อมูลจากการติดตาม ผลพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่ได้เฉลี่ยประมาณ 22% ขณะที่เกษตรกรบางรายสามารถเพิ่มผลผลิตได้สูงสุดถึง 57% ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 50 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,500 ไร่

ขณะเดียวกัน เจียไต๋ยังพัฒนาทีมบินเกือบ 30 ทีม ให้บริการครอบคลุมพื้นที่เกือบ 60,000 ไร่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการทำงานในแปลง พร้อมช่วยลดข้อจำกัดจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่เกษตรกร แต่เข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น

การทดลองดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างเกษตรกร เจียไต๋ และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี จำกัด และ XAG โดยบทเรียนสำคัญคือเกษตรกรแต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน ดังนั้นโซลูชันจึงไม่สามารถใช้สูตรเดียวกันได้ทั้งหมด แต่ต้องอาศัยการรับฟัง ทดลอง วัดผล และปรับแนวทางอย่างต่อเนื่อง

รู้จัก! ‘โซลูชัน โพรไวเดอร์’ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ

จากประสบการณ์ในพื้นที่บางน้ำเปรี้ยว เจียไต๋เริ่มขยายแนวคิดไปยังพื้นที่เกษตรสำคัญอื่นๆ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี รวมถึงพืชเศรษฐกิจอย่างทุเรียนและแตงโม โดยศึกษาวิถีการเพาะปลูกและบริบทของเกษตรกรแต่ละกลุ่ม เพื่อพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับทั้งชนิดพืชและพื้นที่

ขณะที่ นายทวีสุข เมฆธวัชชัยกุล Chief Commercial Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า การนำโซลูชันไปสร้างผลลัพธ์และเข้าถึงเกษตรกรในวงกว้าง จำเป็นต้องอาศัยระบบนิเวศความร่วมมือ หรือ Ecosystem โดยภาครัฐมีบทบาทด้านองค์ความรู้ นโยบาย และเครือข่ายเกษตรกร ภาคเอกชนเข้ามาเสริมความเชี่ยวชาญด้านสินค้า เทคโนโลยี และบริการ ส่วนร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงกับเกษตรกร เพราะเข้าใจทั้งผู้ใช้งานและบริบทของแต่ละพื้นที่

ในระบบดังกล่าว เจียไต๋จะสนับสนุนสินค้า องค์ความรู้ เทคโนโลยี และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมพัฒนาและพิสูจน์ผลในพื้นที่ ขณะที่เกษตรกรไม่ได้เป็นเพียงผู้รับเทคโนโลยี แต่เป็นพันธมิตรหลักที่นำประสบการณ์และความคิดเห็นจากการใช้งานจริงกลับมาช่วยพัฒนาโซลูชันให้ตอบโจทย์มากขึ้น

เป้าหมายจึงไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าให้ได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคุณค่าให้เกษตรกรสามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเกษตรกรเติบโต พันธมิตรในระบบก็มีโอกาสเติบโตตาม และทำให้ Ecosystem ของภาคการเกษตรแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

ด้านนายมนัสกล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินงานในวันนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก้าวต่อไปคือการพัฒนาโซลูชันให้มีความแข็งแรง พิสูจน์ผลลัพธ์ให้ชัดเจน และขยายแนวทางที่พร้อมไปยังพื้นที่อื่นอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการพัฒนาสินค้า องค์ความรู้ เทคโนโลยี ทีมงาน และระบบสนับสนุนให้เหมาะกับความต้องการของเกษตรกรแต่ละพื้นที่

รู้จัก! ‘โซลูชัน โพรไวเดอร์’ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรกรไทยสู่มืออาชีพ

ท้ายที่สุด ภาพของเกษตรไทยในอนาคตอาจไม่ใช่แค่การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้ถูกที่ ถูกพืช และถูกปัญหา เพื่อเปลี่ยนข้อมูลและนวัตกรรมให้กลายเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนที่จัดการได้ และรายได้ที่มั่นคงขึ้น หากทำได้จริง เกษตรกรจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามเทคโนโลยี แต่จะกลายเป็น ‘เกษตรกรมืออาชีพ’ ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างความสามารถในการแข่งขัน และนี่คือโจทย์ที่เจียไต๋กำลังพยายามขยับจากการขายปัจจัยการผลิต ไปสู่การเป็นผู้ช่วยแก้โจทย์การทำเกษตรแบบครบวงจรมากขึ้น

related