
SHORT CUT
เทคโนโลยี AI กำลังพลิกโฉมร้านอาหารไทย LINE MAN Wongnai เปิดตัว Wongnai Genie AI ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน 24 ชั่วโมง ดันอัตรารอดพุ่ง 93%
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI ก้าวเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน โลกของธุรกิจอาหารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของรสชาติ หรือการให้บริการหน้าร้านอีกต่อไป แต่ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของการแข่งขันด้วยข้อมูลและการบริหารจัดการที่ชาญฉลาด
สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลางและขนาดย่อย (SMEs) ในประเทศไทย ซึ่งกำลังเผชิญกับมรสุมทางเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจจึงไม่ใช่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป แต่คือทางรอดสำคัญที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและความยั่งยืนให้กับร้านค้าในระยะยาว
หนึ่งในนวัตกรรมที่เป็นไฮไลต์และเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับร้านอาหารไทยคือการเปิดตัว "Wongnai Genie" (วงใน จินี่) ซึ่งเป็นระบบ AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหารที่พัฒนาขึ้นจากความเข้าใจบริบทธุรกิจอาหารไทยและฐานข้อมูลภายในระบบนิเวศ (Ecosystem) ของ LINE MAN Wongnai
โดย Wongnai Genie ทำหน้าที่เสมือน "ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน" หรือ "CFO ส่วนตัว" ที่คอยให้คำแนะนำและปรึกษาแก่เจ้าของร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Wongnai Genie เข้ามาช่วยเจ้าของร้านอาหารบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างครอบคลุมในหลายมิติหลัก
• การดูภาพรวมธุรกิจและวิเคราะห์ต้นทุน: ช่วยรวบรวมข้อมูลยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุนและกำไรจากทุกช่องทาง ทั้งการขายหน้าร้านและผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี พร้อมดึงรายงานสรุปออกมาแสดงผลอย่างเข้าใจง่าย
• การเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและการขาย: ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลอินไซด์ (Insights) เชิงลึก เช่น เมนูขายดีอันดับต้นๆ และช่วงเวลาที่มีการสั่งซื้อสูงสุด ทำให้ร้านค้าวางแผนจัดเตรียมวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำ
• การวางแผนบริหารจัดการร้าน: ช่วยคำนวณและจัดกะการทำงานของพนักงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ลูกค้านิยมใช้บริการ ซึ่งช่วยลดภาระงานของพนักงานลงได้ถึง 10-15% และลดค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่จำเป็น
• การเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน: ให้คำแนะนำเรื่องการจัดโปรโมชันที่คุ้มค่า และแนวทางการคุมต้นทุนวัตถุดิบ ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพรวมและตัดสินใจทางธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน Wongnai Genie กำลังทยอยเปิดให้ร้านค้าที่ใช้งานระบบ Wongnai POS สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่าน Wongnai POS Web Owner และแอปพลิเคชัน Wongnai POS Manager นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนาฟีเจอร์ขั้นสูง เช่นการเปรียบเทียบข้อมูลกับร้านค้าประเภทเดียวกัน การวิเคราะห์ CRM และการปรับราคาหรือโปรโมชันแบบอัตโนมัติ
เพื่อเร่งกระบวนการเรียนรู้และนำ AI ไปใช้จริงในวงกว้าง ได้มีการจัดงานสัมมนาใหญ่ "LINE MAN Wongnai Merchant AI Accelerator" ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นประธานเปิดงาน งานนี้จัดขึ้นเพื่ออัปสกิลและรีสกิล (Upskill-Reskill) ให้แก่เจ้าของร้านอาหารไทยมากกว่า 100 แห่ง ให้มีความรู้ความเข้าใจในการนำข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารร้าน
ภายในงานยังมีการเสวนาเชิงปฏิบัติการจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการจริง เช่น ผู้ก่อตั้งแบรนด์ BEARHOUSE และเจ้าของร้านหอมมันข้าวมันไก่ ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้ AI ทำกำไรและบริหารร้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกเหนือจากความรู้และระบบจัดการร้านแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตคือการเข้าถึง "เงินทุนหมุนเวียน"
ระบบ Wongnai POS ได้ถูกพัฒนาให้เป็นสะพานเชื่อมร้านอาหารรายย่อยเข้าสู่บริการทางการเงินดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบ
โดยมีรูปแบบการให้บริการหลัก ได้แก่
การนำเสนอสินเชื่อ (Loan Channeling): ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางการเงินที่มีใบอนุญาตอย่าง LINE BK โดยนำข้อมูลยอดขายและระบบการเดินบัญชีที่มีมาตรฐานจาก Wongnai POS ไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ SMEs ทำให้ร้านค้าเข้าถึงเงินทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น
การผ่อนชำระสินค้า: บริการให้ร้านค้าผ่อนชำระอุปกรณ์จำเป็นในการประกอบธุรกิจ เช่น เครื่อง POS หรือสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนแรก
การค้ำประกันสินเชื่อภาครัฐ: ในอนาคตอันใกล้ ร้านค้าจะสามารถนำข้อมูลยอดขายจากระบบ POS ไปยื่นขอรับการสนับสนุนหลักประกันผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้อีกด้วย
เพื่อให้เข้าใจทิศทางเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจของร้านอาหารไทยอย่างถ่องแท้ ทางสำนักข่าวได้สัมภาษณ์พิเศษ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ถึงมุมมองและบทเรียนสำคัญจากข้อมูลจริงในระบบ
โดยประเด็น การนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐส่งผลต่อร้านค้าอย่างไรบ้างนั้น ? คุณยอด ได้ให้ความเห็นไว้ว่า "การเชื่อมโครงการรัฐอย่าง 'ไทยช่วยไทย พลัส' เข้ากับแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ช่วยเปลี่ยนแรงส่งระยะสั้นให้กลายเป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน ยอดขายรวมของร้านค้าในโครงการนี้เติบโตสูงถึง 1.8 เท่า เมื่อเทียบกับโครงการคนละครึ่งพลัส มีออเดอร์ใช้สิทธิต่างๆ รวมกว่า 16 ล้านออเดอร์ กระจายเงินอุดหนุนจากรัฐกว่า 2,570 ล้านบาท สู่ร้านค้ารายย่อย 59,000 ร้านทั่วประเทศ
และสิ่งที่น่าสนใจคือ ข้อมูลย้อนหลังพบว่า แม้โครงการภาครัฐจะสิ้นสุดลงไปแล้ว ร้านค้าก็ยังคงมียอดขายเติบโตยืนระยะต่อได้ราว 10% "
ส่วนประเด็น เรื่อง ข้อมูลเรื่องอัตรารอดของร้านอาหารที่สูงถึง 93% สะท้อนถึงอะไร? คุณยอดได้ให้ข้อมูลว่า "โดยทั่วไปร้านอาหารบนแพลตฟอร์มจะมีอัตรารอดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70%
หากเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อัตรารอดจะเพิ่มขึ้นเป็น 84% แต่หากร้านนั้นเข้าร่วมโครงการรัฐควบคู่ไปกับการนำระบบ POS และเทคโนโลยีมาใช้อย่างเป็นระบบ อัตรารอดจะพุ่งสูงถึง 93% ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีช่วยเปลี่ยนผู้ประกอบการจากการแค่ 'ขายดีชั่วคราว' มาเป็น 'บริหารจัดการเป็น' ซึ่งเป็นหัวใจของความยั่งยืน"
ส่วนเรื่อง ทิศทางความช่วยเหลือด้านการเงินและสินเชื่อแก่ร้านอาหารในระยะถัดไปเป็นอย่างไร? คุณยอด มองว่า "ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เราช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อผ่านระบบและพาร์ทเนอร์อย่าง LINE BK แล้วกว่า 30,000 ร้านค้า
ขั้นถัดไปคือการขยายความร่วมมือกับ บสย. ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้าขนาดเล็กที่มีข้อมูลการขายบน POS สามารถนำข้อมูลไปยื่นขอหลักประกันสินเชื่อและขยายกิจการได้อย่างมั่นใจครับ
"