Instagram ท้าชน YouTube ทดสอบอัปโหลดวิดีโอได้ยาวสูงสุด '90 นาที'

Instagram ท้าชน YouTube ทดสอบอัปโหลดวิดีโอได้ยาวสูงสุด '90 นาที'

Instagram ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ หันมาลุยตลาด Long-Form Video อัปโหลดคลิปได้ยาวสูงสุด 90 นาทีในชื่อ Features หวังดึงผู้ชมและครีเอเตอร์จาก YouTube เริ่มทดสอบแล้ววันนี้

SHORT CUT

  • Instagram ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ 'Features' อัปโหลดวิดีโอแนวนอนยาวสูงสุด 90 นาที เพื่อแข่งขันแย่งชิงผู้ชมและครีเอเตอร์จาก YouTube
  • Instagram ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เปิดตัวฟังก์ชัน 'Clips as Reels' ช่วยให้ผู้ชมกดดูวิดีโอเต็มจากคลิปสั้นได้ทันที พร้อมผลักดันให้เกิดการรับชมผ่านสมาร์ททีวี
  • ปัจจุบัน Meta และ Instagram กำลังขาดระบบแบ่งรายได้จากโฆษณาที่ชัดเจนแบบ YouTube อาจทำให้ครีเอเตอร์ยังคงลังเลที่จะย้ายคอนเทนต์หลักมาไว้บน Instagram

Instagram ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ หันมาลุยตลาด Long-Form Video อัปโหลดคลิปได้ยาวสูงสุด 90 นาทีในชื่อ Features หวังดึงผู้ชมและครีเอเตอร์จาก YouTube เริ่มทดสอบแล้ววันนี้

Instagram ประกาศทดสอบฟีเจอร์ใหม่ในชื่อ 'Features' ซึ่งอนุญาตให้ครีเอเตอร์อัปโหลดวิดีโอแนวนอนที่มีความยาวสูงสุดถึง '90 นาที' การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มที่เคยมุ่งเน้นแต่วิดีโอสั้นอย่าง Reels มาตลอดหลายปี

CREDIT : Instagram

เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกัน Instagram ได้แนะนำฟังก์ชัน 'Clips as Reels' ที่ให้ครีเอเตอร์สามารถตัดคลิปสั้นจากวิดีโอตัวเต็มมาลงเป็น Reels พร้อมแนบลิงก์ให้ผู้ชมกดเข้าไปดูวิดีโอความยาวเต็มได้อย่างไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมีเป้าหมายที่จะขยายประสบการณ์การรับชมไปสู่แอปพลิเคชัน Instagram บนสมาร์ททีวี เช่น Apple TV เพื่อรองรับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ยาวในห้องนั่งเล่น

CREDIT : @mosseri

Adam Mosseri หัวหน้าทีม Instagram และ Tessa Lyons รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการทำให้วิดีโอสั้นและยาวพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างสมบูรณ์ โดยคาดหวังว่าผู้ชมที่ค้นพบครีเอเตอร์ผ่านคลิปสั้น จะสามารถรับชมเนื้อหาเชิงลึกต่อได้ทันทีบนแพลตฟอร์มเดิม โดยไม่ต้องสลับแอปไปดูบน YouTube

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของ Instagram ในการแย่งชิงฐานผู้ใช้งานจาก YouTube คือโมเดลการสร้างรายได้ ปัจจุบัน YouTube มีระบบแบ่งรายได้จากโฆษณาให้ครีเอเตอร์ถึง 55% ในขณะที่ Meta ยังไม่มีความชัดเจนในการสร้างระบบส่วนแบ่งรายได้สำหรับฟีเจอร์นี้ และยังคงพึ่งพาโมเดลการสนับสนุนจากแบรนด์เป็นหลัก

CREDIT : Instagram

ปัจจุบัน ฟีเจอร์ Features ได้ผ่านการทดสอบเบื้องต้นในประเทศบราซิล และกำลังอยู่ระหว่างการขยายกลุ่มทดสอบไปยังครีเอเตอร์ในสหรัฐอเมริกา

ที่มา : mashable, 

related