Donald Trump ประกาศแบนคำว่า 'AI' สั่งทุกฝ่ายใช้ Super Intelligence

Donald Trump ประกาศแบนคำว่า 'AI' สั่งทุกฝ่ายใช้ Super Intelligence

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนคำว่า 'AI' ในเอกสารทางการ ชี้เป็นคำที่ไม่ถูกต้อง พร้อมดันใช้ 'Super Intelligence' (SI) แทน หวังปรับภาพลักษณ์เทคโนโลยีแม้มีข้อจำกัดทางกฎหมาย

SHORT CUT

  • ทำเนียบขาวและโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมบังคับห้ามใช้คำว่า 'AI' ในเอกสารทางการ และผลักดันให้ใช้คำว่า 'Super Intelligence' (SI) แทน
  • อีลอน มัสก์ ขานรับนโยบายอย่างเต็มรูปแบบ เปลี่ยนไปใช้ SpaceXSI แต่บริษัทเทคโนโลยีแกนนำส่วนใหญ่และสื่อมวลชนยังคงใช้มาตรฐานคำศัพท์เดิม
  • การเปลี่ยนผ่านของคำว่า 'AI' สู่ 'SI' กำลังเผชิญแรงเสียดทานทั้งในแง่ความคุ้นเคยของสังคม และข้อจำกัดทางสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร คล้ายคลึงกับความพยายามเปลี่ยนชื่อสถานที่ในอดีต

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนคำว่า 'AI' ในเอกสารทางการ ชี้เป็นคำที่ไม่ถูกต้อง พร้อมดันใช้ 'Super Intelligence' (SI) แทน หวังปรับภาพลักษณ์เทคโนโลยีแม้มีข้อจำกัดทางกฎหมาย

Donald Trump สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการเทคโนโลยีด้วยการประกาศแผนระงับการใช้คำว่า 'AI' ซึ่งเป็นคำศัพท์มาตรฐานที่ใช้มาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี

CREDIT : REUTERS

โดยเขาได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เพื่อตั้งคำถามถึงสื่อใหญ่อย่าง The Wall Street Journal ว่าเหตุใดจึงยังไม่เปลี่ยนไปใช้คำว่า 'Super Intelligence' (SI) ซึ่งเป็นคำที่เขามองว่าสะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ได้ดีกว่า

ทรัมป์ ยังระบุอย่างชัดเจนว่า "ในเร็วๆ นี้ เราจะแบนคำว่า AI หรือ Artificial Intelligence อย่างเป็นทางการในเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงที่อื่นๆ ด้วย"

CREDIT : REUTERS

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อสั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเปลี่ยนมาใช้คำว่า 'Super Intelligence' แทน

CREDIT : Courtesy/X

โดยนโยบายดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้นำด้านเทคโนโลยีบางรายอย่าง Elon Musk ที่ประกาศเห็นด้วยและเตรียมเปลี่ยนชื่อแผนกในบริษัทของเขาเป็น 'SpaceXSI'

อย่างไรก็ตาม การผลักดันนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคในทางปฏิบัติ เนื่องจากบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Anthropic และ OpenAI รวมถึงสื่อมวลชนกระแสหลัก ยังคงยึดมั่นในการใช้คำว่า AI เช่นเดิม

CREDIT : REUTERS

นักวิเคราะห์มองว่า ความพยายามในการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อลดทอนความกังวลของสาธารณชนที่มีต่อผลกระทบของเทคโนโลยีและปัญหาสิ่งแวดล้อมจากศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นอกจากนี้ อำนาจของประธานาธิบดีในการบังคับใช้คำศัพท์ใหม่กับสาธารณะยังคงมีจำกัด เนื่องจากในอดีตทำเนียบขาวเคยมีความพยายามแบนสื่อมวลชนที่ไม่ยอมเรียกอ่าวเม็กซิโกว่า 'อ่าวอเมริกา' จนนำไปสู่การฟ้องร้องและศาลมองว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

ที่มา : REUTERS, Deadline

related