
SHORT CUT
ยิบอินซอย องค์กรร้อยปีปรับโครงสร้างสู่โฮลดิ้งคอมพานี ชูยุทธศาสตร์ปีที่ 101 เดินหน้ารักษาฐานธุรกิจไอที ควบคู่การขยายสู่เกษตรยั่งยืนและพลังงานสะอาด
การเดินทางผ่านห้วงเวลา 100 ปีถือเป็นบทพิสูจน์อันเกรียงไกรขององค์กรธุรกิจที่เติบโตเคียงคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ทว่าในศตวรรษที่สองของการดำเนินงาน การยึดติดกับความสำเร็จในอดีตไม่อาจตอบโจทย์การแข่งขันในโลกยุคใหม่ได้
บริษัท ยิบอินซอย จำกัด จึงได้ประกาศวางหมากยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการก้าวสู่ปีที่ 101 ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ไปสู่รูปแบบ Holding Company เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการกลุ่มธุรกิจในเครือ และเปิดรับโอกาสทางการลงทุนในนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยุพธัช ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย และแย๊คส์ จำกัด ได้สะท้อนมุมมองว่า องค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดหนึ่งศตวรรษคือรากฐานอันแข็งแกร่ง แต่การเติบโตหลังจากนี้ต้องนำรากฐานมาต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ ๆ
โดยกระบวนการถ่ายโอนและปรับโครงสร้างระหว่างบริษัทแม่และบริษัทย่อยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการราว 2–3 ปี
ในส่วนของบริษัทแม่จะรับบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนดทิศทางการเติบโต การบริหารจัดการความเสี่ยง การกำกับดูแลด้านธรรมาภิบาล ตลอดจนการเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของแต่ละกลุ่มธุรกิจเพื่อสร้าง Synergy ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แม้จะมีการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ แต่ ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ยังคงเป็นเสาหลักที่สร้างรายได้มากที่สุดให้แก่กลุ่มยิบอินซอย
มรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด ยืนยันว่า ยิบอินซอยจะยังคงปักธงรักษาฐานธุรกิจไอทีไว้อย่างเข้มแข็ง
โดยพร้อมปรับตัวเข้าหาคลื่นเทคโนโลยีระดับโลก ทั้ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบคลาวด์ (Cloud), ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) เพื่อขับเคลื่อนภารกิจไอทีในยุคดิจิทัลอย่างเต็มสูบ บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด (YIPINTSOI NEXT) ขึ้นมาเป็นหัวหอกหลักในการดำเนินงาน
โดยรับหน้าที่ต่อยอดการวางระบบสารสนเทศและการนำเสนอนวัตกรรมดิจิทัลให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ทางผู้บริหารเน้นย้ำว่าจะดำเนินการอย่างระมัดระวังและประเมินความคุ้มค่าระยะยาวเป็นสำคัญ ท่ามกลางภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ
อีกหนึ่งมิติยุทธศาสตร์ที่น่าจับตาในปีที่ 101 คือการรุกขยายพอร์ตธุรกิจ เกษตรกรรมยั่งยืนและพลังงานสะอาด
เนื่องจากยิบอินซอยมองเห็นว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งในฐานะครัวของโลกและเป็นประเทศเกษตรกรรม
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่คือการนำเทคโนโลยีมายกระดับห่วงโซ่อุปทานเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป จนถึงการบริหารจัดการตลาด
เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ พร้อมสร้างอำนาจต่อรองและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทย
ในส่วนของภาคเกษตร ยิบอินซอยยังมุ่งมั่นนำองค์ความรู้ไปช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน ภัยธรรมชาติ และลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมต่อยอดผลผลิตเกษตรทั่วไปสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและอาหารเพื่อสุขภาพ (Medical Food)
ควบคู่ไปกับการเลือกลงทุนใน ธุรกิจพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และโซลาร์ชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างยั่งยืน
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัป ยิบอินซอยได้ปรับเปลี่ยนแนวทางจากการสนับสนุนด้านเงินทุนเพียงอย่างเดียว ไปสู่โมเดล Co-Creation หรือการสร้างสรรค์ธุรกิจร่วมกัน
โดยการนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของสตาร์ทอัป มาผสานเข้ากับทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และระบบบริหารจัดการของยิบอินซอย เพื่อปิดช่องว่างด้านการตลาด ธรรมาภิบาล และช่วยให้สตาร์ทอัปเติบโตเชิงพาณิชย์ได้อย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน การเข้ามารับบทบาทพยุงแพลตฟอร์ม Robinhood ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการรักษาพื้นที่ของแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดร่วมกับแอปพลิเคชันต่างชาติได้
แม้ธุรกิจแบบ B2C จะไม่ใช่ความเชี่ยวชาญหลักขององค์กร แต่ยิบอินซอยก็พร้อมเปิดกว้างในการแสวงหาพันธมิตรใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและต่อยอดแอปพลิเคชันนี้ต่อไปในอนาคต
การฉลองครบรอบหนึ่งศตวรรษของยิบอินซอยภายใต้แนวคิด “A Century of Yip In Tsoi Legacy มรดกแห่งความเชื่อมั่น รากฐานแห่งความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการย้อนมองความสำเร็จ
หากแต่คือการยึดมั่นในปรัชญา "The Country and Society in Return" หรือการตอบแทนคุณแผ่นดินผ่านการลงมือทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง
ยิบอินซอยได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ กรุงเทพมหานคร 6 สำนักงานเขต ภาคีเครือข่าย และชุมชนริมคลอง ในโครงการ "คลองดี เมืองมีสุข"
โดยการนำเทคโนโลยี EM (Effective Microorganisms) และจุลินทรีย์ขยายมาใช้ฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองผดุงกรุงเกษมอย่างเป็นระบบ
พร้อมติดตามผลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการในระยะแรกตั้งแต่สะพานพิทยเสถียรถึงสะพานเจริญสวัสดิ์ 36
รวมถึงการผนึกกำลังร่วมจัดกิจกรรม Big Cleaning ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เพื่อคืนความสะอาดและปรับภูมิทัศน์ริมคลองผดุงกรุงเกษมและถนนมหาพฤฒารามอย่างยั่งยืน
เพื่อเป็นการส่งต่อความสุขและเฉลิมฉลองการก้าวสู่ปีที่ 101 อย่างมีคุณค่า ยิบอินซอยขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงาน “คลองดี เมืองมีสุข : สมโภชอาราม สนุกสำราญคลองผดุงฯ” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15.00–23.00 น. ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร และริมคลองผดุงกรุงเกษม
ภายในงานตระการตาด้วยไฮไลต์การแสดงแสง สี เสียง ศิลปะร่วมสมัย “Light & Sound Art Performance: A Happening Experience” บนสถาปัตยกรรมเก่าแก่ริมคลอง (วันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 18.30–19.30 น. บริเวณหน้าอาคารยิบอินซอย)
ชมแฟชั่นโชว์ไหมอิรี่ (Eri Silk) โดยดีไซเนอร์ กรกนก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และแฟชั่น Upcycling โดย กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์
งานประติมากรรมผักตบชวาโดย เก่ง ปั้นพืช ดนตรีบรรเลงจากสองศิลปินแห่งชาติ อ. เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ อ. ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, บทเพลงหวานซาบซึ้งจาก อุ้ย ระวิวรรณ, เพลงอีแซว 3 น้า (น้าโย่ง น้าพวง น้านงค์), ละครลิงคณะคุณประกิต, โขนเด็ก, ชิงช้าสวรรค์ และหนังกลางแปลงกลางสวนไฟ
นอกจากนี้ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 เนื่องในวาระ 128 ปีชาตกาล คุณยิบอินซอย ผู้ก่อตั้ง ยิบอินซอยจะอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานถวาย ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร เพื่อสืบสานมรดกแห่งศรัทธาและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป