ทอท. หมกเม็ดสัญญาอุ้มเอกชน ทำดอนเมืองรถกระเป๋าเข็นไม่พอ

ส่อแววฉาว ทอท.หมกเม็ดสัญญาอุ้มเอกชน ทำดอนเมืองรถเข็นกระเป๋าไม่พอ ผู้โดยสารเดือดร้อนซ้ำซาก เปิดช่องเอื้อเอกชน ช่วง 3 ปีรถเข็นไม่เคยครบตามสัญญาแต่ไม่ถูกปรับ

ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้โดยสารร้องเรียนว่า รถเข็นกระเป๋าในสนามบินดอนเมืองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณสายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสารขาเข้า ในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินมาก ที่เคยเกิดกรณีผู้โดยสารจีนแย่งชิงรถเข็นกระเป๋ากัน

ซึ่งกรณีนี้ เมื่อปี 2559 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เคยเปิดให้มีการประมูล จัดหารถเข็นกระเป๋า และ ทำสัญญาสัมปทาน กับบริษัท นำไกร ยูนิเวอร์แซล กรุ๊ป จำกัด วงเงินกว่า 200 ล้านบาท เป็นผู้ให้บริการรถเข็นกระเป๋าแบบครบวงจร โดยมีอายุสัญญา 7 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 59 ถึงวันที่ 1 ก.พ. 66

พร้อมกำหนดจัดหารถเข็นในปีที่ 1 จำนวน 2,500 คัน ในปีที่ 2 กำหนดให้มีรถเข็น 2,700 คัน และปีที่ 3 มีรถเข็น 2,900 คัน / ส่วนปีที่ 4-7 กำหนดให้มีรถเข็น 3,120 คัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบขณะนี้ คือ สัญญาดังกล่าว ไม่ได้กำหนดจำนวนแรงงานขั้นต่ำ ที่จัดเก็บรถเข็นกระเป๋า ซึ่งแตกต่างจากสัญญารถเข็นกระเป๋า สนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีการกำหนดอัตราขั้นต่ำของพนักงานจัดเก็บรถเข็นไว้ด้วย จนทำให่เกิดปัญหาขาดแรงงานในการจัดเก็บ และหมุนเวียนรถเข็น ขณะที่การร้องเรียนจากผู้โดยสารจำนวนมากกลับ ถูกปกปิดข้อมูลไว้ ทำให้ต้องร้องเรียนผ่านสื่อแทน

รวมถึงยังมีกรณีที่พบว่า จนในช่วงเวลาที่กำหนด จำนวนรถก็ยังไม่ครบตามสัญญา แต่ทาง บริษัท นำไกรฯ ไม่เคยถูกปรับ และยังพบว่า ระบบ RFID ที่ติดไว้กับรถเข็นตามสัญญา ส่วนใหญ่ใช้งานไม่ได้

ทั้งนี้ แม้ ผู้บริหาร ทอท.ได้เคยชี้แจงว่า ปัญหารถเข็นกระเป๋าที่ดอนเมืองไม่พอนั้น มาจากจำนวนผู้โดยสารเติบโตเกินจากที่คาดการณ์มาก แต่ก็เป็นคำอ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะมีการเตรียมขยายอาคารผู็โดยสารในปี 2558 ที่ถือเป็นการเตรียมพร้อมรับจำนวนผู้โดยสารเพิ่ม

นอกจากนี้ ทอท.ยังเคยเสนอบอร์ดขอแก้สัญญาเพิ่มค่าจ้างกว่า 100 ล้านบาท เพื่อให้บริษัท นำไกร ฯ เพิ่มรถ และ เพิ่มคน แต่ถูก บอร์ด ทอท. ตีกลับ เพราะตามหลักการ หากสามารถบริหารจัดการหมุนเวียนรถได้เร็ว จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ จึงอยู่ที่ ทอท.บริหารสัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วหรือยัง