ทอท. แจง รถเข็นกระเป๋าไม่พอ ชี้ ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

เรืออากาศโท สัมพันธ์ ขุทรานนท์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (สายปฏิบัติการ) รักษาการแทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ชี้แจงกรณี สื่อมวลชน ตั้งข้อสังเกตและเปิดเผยปัญหาการให้บริการของสนามบินดอนเมือง กรณีรถเข็นกระเป๋าบริเวณสายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสารขาเข้าไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินจำนวนมาก ณ ห้องพักรอบุคคลสำคัญ ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.)

เรืออากาศโท สัมพันธ์ ขุทรานนท์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (สายปฏิบัติการ) กล่าวว่า ทอท.ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัท นำไกรยูนิเวอร์แซล กรุ๊ป จำกัด ให้บริการรถเข็นกระเป๋าแบบครบวงจร เป็นระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 โดยในสัญญาระบุว่า ในปีที่ 3 บริษัทฯ ต้องจัดหารถเข็นกระเป๋า ให้บริการทั้งสิ้น จำนวน 2,900 คัน โดยแบ่งเป็น

-รถเข็นกระเป๋า ขนาดเล็ก จำนวน 600 คัน
-รถเข็นกระเป๋า ขนาดกลาง จำนวน 2,285 คัน
-รถเข็นกระเป๋า ขนาดใหญ่ จำนวน 15 คัน

ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการ ทดม.จะจัดรถเข็นกระเป๋าขนาดกลาง (ซึ่งมีปริมาณมากที่สุด คิดเป็นประมาณร้อยละ 80 ของจำนวนรถเข็นกระเป๋าทั้งหมด) ไว้ให้บริการ ณ บริเวณสายพานรับกระเป๋าภายในโถงผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 และบริเวณสายพานรับกระเป๋าภายในโถงผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 พื้นที่ละ ประมาณ700 คัน จากจำนวน 2,285 คัน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 60 ของจำนวนรถเข็นกระเป๋าขนาดกลาง

เรืออากาศโท สัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารขาเข้า ในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.00 น. – 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีจำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารมากที่สุด พบว่ามีเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศ จำนวน 19 เที่ยวบิน ผู้โดยสารประมาณ 4,600 คน และเที่ยวบินขาเข้าภายในประเทศ จำนวน 144 เที่ยวบิน ผู้โดยสารประมาณ 14,000 คน ซึ่งอาจทำให้ปริมาณรถเข็นกระเป๋ามีไม่เพียงพอในช่วงระยะเวลาดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแลรถเข็นกระเป๋าบริเวณสายพานรับกระเป๋าได้มีการเร่งรัดจัดเก็บรถเข็นกระเป๋าที่ผู้โดยสารนำออกไปใช้งานด้านนอกอาคารกลับเข้ามาให้บริการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจุบันทางบริษัทฯ จัดเจ้าหน้าที่เก็บรถเข็นกระเป๋า ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ของอาคารผู้โดยสารทั้งอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 และ อาคารผู้โดยสารอาคาร 2 ตลอด 24 ชั่วโมง มีการจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 50 คนต่อวัน

โดยตามเงื่อนไขสัญญาเลขที่ 7CH9-580001 ลงวันที่ 20 ส.ค.58 ข้อ 3.6 ระบุ “ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากร และอุปกรณ์ที่เหมาะสมในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการจัดเก็บรถเข็นกระเป๋าที่ผู้โดยสารใช้งานแล้วไปเก็บในพื้นที่ที่ ทอท.กำหนดไว้ และต้องดูแลให้มีการกระจายจำนวนรถเข็นกระเป๋าอย่างเหมาะสมตามความต้องการใช้งานตลอดระยะเวลาของสัญญา” และจากการตรวจสอบการลงเวลาเปิด – ปิดช่องทางนำรถเข็นเข้าออกพื้นที่หวงห้ามตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานแล้วพบว่าในห้วงระหว่างเวลา 17.00 น. – 20.00 น. มีการลงเวลาการนำรถเข็นเข้าในบริเวณพื้นที่สายพานรับกระเป๋าเฉลี่ยทุก 1 ชั่วโมง

 

ทอท. ได้จัดทำข้อกำหนดรายละเอียดในการจัดจ้างบริษัทฯ และขอตั้งงบประมาณตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่ ทดม. เพิ่งเริ่มกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากเปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งในช่วงปีนั้น ยังมีจำนวนผู้โดยสารไม่มาก จากข้อเท็จจริง ทดม. มีจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด

โดยในปี 2556 มีผู้โดยสารที่มาใช้บริการจำนวนประมาณ 15 ล้านคน ต่อมาในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนประมาณ 28 ล้านคน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาถึงปี 2561 เป็นจำนวน 40.5 ล้านคน ซึ่งมากกว่าอัตราการเพิ่มของจำนวนรถเข็นกระเป๋าในแต่ละปีตามสัญญา ที่กำหนดให้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 10% ทำให้จำนวนรถเข็นกระเป๋าตามสัญญาไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

ดั้งนั้น ทอท. จึงได้สำรวจ และเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้รถเข็นกระเป๋าขนาดเล็ก และขนาดกลางของผู้โดยสาร ณ บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าและขาออก อาคาร 1 และ อาคาร 2 ทดม.ในการรวบรวมฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการการใช้รถเข็นกระเป๋า เพื่อที่จะดำเนินการเพิ่มจำนวนรถเข็นกระเป๋า ให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร จากนั้น จึงมีการหาแนวทางในการแก้ไข แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 ทดม.ขอให้บริษัทฯ เพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเก็บรถเข็นกระเป๋า จากเดิม 50 คนต่อวัน เป็น 60 คนต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2561 ตลอดจนเร่งรัดการจัดส่งมอบรถเข็นกระเป๋า ขนาดกลาง ซึ่งตามสัญญาจะต้องเพิ่มขึ้นจำนวน 215 คัน จากเดิมจำนวน 2,285 คัน เป็นจำนวน 2,500 คัน โดยมีกำหนดส่งมอบในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นส่งมอบภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2561

ในระยะที่ 2 ทดม. มีแผนที่จะขออนุมัติงบประมาณจัดหารถเข็นกระเป๋าเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานของผู้โดยสารตามผลการสำรวจของ ทอท. ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2563 พร้อมกับขออนุมัติงบประมาณเพื่อเพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับจำนวนรถเข็นกระเป๋าที่เพิ่มขึ้น

เรืออากาศโท สัมพันธ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ปัจจุบันระบบ RFID สามารถใช้งานได้ตามสัญญา ซึ่งจากการตรวจสอบในแต่ละเดือน มีจำนวนรถเข็นกระเป๋าครบถ้วน หรือในกรณีที่มีรถเข็นกระเป๋าไม่ครบ เนื่องจากการใช้งานกระจายออกนอกพื้นที่การให้บริการ บริษัทฯได้นำรถเข็นกระเป๋าสำรองมาเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามสัญญาแต่อย่างไรก็ตาม ทดม.ได้ตั้งคณะทำงานฯ เพื่อพัฒนาระบบ RFID ที่ติดตั้งใช้งานบนรถเข็นกระเป๋า ณ ทดม.ให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทดม.ได้กำชับบริษัทฯ ให้ทำการตรวจสอบและจัดเก็บรถเข็นกระเป๋าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงนำรถเข็นกระเป๋าที่จัดเก็บแล้วมาเพิ่มเติมในจุดที่ ทอท.กำหนดตามเงื่อนไขสัญญาด้วยความรวดเร็วต่อไปทดม.ขอน้อมรับข้อร้องเรียนดังกล่าว นำไปปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก รวดเร็ว และสร้างความประทับใจ หากพบเห็นปัญหาการให้บริการ หรือปัญหาอื่น ๆ สามารถแจ้งไปยัง AOT Contact Center 1722 หรือ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทดม. โทร 0 2535 1192 ตลอด 24 ชั่วโมง