ข่าว

“สหภาพการบินไทย” แสดงจุดยืนคัดค้านคลังลดสัดส่วนถือหุ้น หวั่นหมดความเชื่อมั่น

สหภาพฯการบินไทย แถลงจุดยืนคัดค้านกระทรวงการคลังลดสัดส่วนหุ้น หวั่นเจ้าหนี้และนักลงทุนหมดความเชื่อมั่น

นายนเรศ ผึ้งแย้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องจุดยืนของสหภาพแรงงานในเรื่องแผนฟื้นฟูตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

โดยระบุว่า จากการที่สหภาพฯ ได้ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อเสนอแผนฟื้นฟูกิจการบริษัทการบินไทยมาโดยตลอด และได้รับทราบข้อมูลล่าสุดของแผนฟื้นฟูที่กระทรวงคมนาคม ได้เสนอ คนร.พิจารณา มีสองประเด็นหลัก คือ

1.การเสนอให้บริษัทการบินไทย ใช้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งบรรจุอยู่ในกฎหมายล้มละลาย โดยผ่านกระบวนการศาลล้มละลายกลาง เป็นทางเลือกในการฟื้นฟูบริษัทฯ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว และเชื่อมั่นว่า ขัอเสนอของกระทรวงคมนาคมในประเด็นนี้ จะส่งผลดีกับบริษัทการบินไทยที่จะฟื้นฟูได้จริง และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและผลกำไรดีกว่าเดิม

2.ประเด็นที่กระทรวงคมนาคม เสนอให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือครองหุ้น โดยกระทรวงการคลังลง 2% นั้น สหภาพฯ ขอแสดงจุดยืนคัดค้านตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมในประเด็นนี้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

2.1 บริษัทการบินไทยกำลังเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการโดยกระบวนการทางศาล ดังนั้นการที่ กระทรวงการคลังจะลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของบริษัทในเวลานี้ อาจส่งผลให้เจ้าหนี้ยื่นคัดค้านการร้องขอต่อศาลในการขอฟื้นฟูกิจการ โดยอาศัยบทบัญญัติในกฎหมายล้มละลายได้ เนื่องจากการที่บริษัทสามารถออกหุ้นกู้ และหรือขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน ทั้งในและต่างประเทศ เจ้าหนี้และนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในบริษัทฯ ได้ก็โดยอาศัยสถานะความเป็นรัฐวิสาหกิจของบริษัทฯ ดังนั้นการลดสัดส่วนหุ้นของกระทรวงการคลัง ในช่วงที่บริษัทกำลังจะเข้าแผนฟื้นฟู จึงเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในสายตาของเจ้าหนี้และนักลงทุน

2.2 การลดสัดส่วนหุ้นของกระทรวงการคลังลงหลือต่ำกว่า 50% จะส่งผลทำให้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิงการบินไทยถูกยุบไปตามกฎหมาย (พรบ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543) ซึ่งจะส่งผลทำให้พนักงานของบริษัทฯไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในช่วงการดำเนินการตามแผนฟื้นฟู ซึ่งในแผนฟื้นฟู จะต้องมีการปรับลดพนักงาน ลด หรือยุบ บางตำแหน่งงาน รวมถึงลดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการอื่นๆ บางประการของพนักงาน ดังนั้นการลดสัดส่วนหุ้นของกระทรวงการคลังในช่วงนี้ จึงอาจทำให้ถูกมองได้ว่า รัฐไม่มีความจริงใจในการสนับสนุนการคุ้มครองแรงงานตามวิถีทางของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเลือกปฏิบัติในแนวทางที่ไม่คำนึงถึงสิทธิของลูกจ้าง

สหภาพฯ จึงไม่เห็นด้วยในการลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังและจะคัดค้าน จนถึงที่สุด