"หนุ่ย พงศ์สุข" แบไต๋ Game of Trump บีบบริษัทจีน ขาย TikTok

28 ส.ค. 2563 เวลา 14:24 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ต้องจับตาในระดับห้ามกระพริบ จากกรณีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแบน TikTok แพลตฟอร์มสุดร้อนแรง ที่มีบัญชีผู้ใช้มหาศาล จะไม่สามารถเปิดให้บริการในอเมริกาได้อีกต่อไป

ยกเว้นแต่ว่า ByteDance บริษัทสัญชาติจีน จะขาย TikTok ให้กับบริษัทของสหรัฐฯ ก่อนวันที่ 15 กันยายน ที่จะถึงนี้

ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่า Microsoft ร่วมกับ Walmart จะซื้อสิทธิ์ดำเนินการ TikTok ในสหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ คาดว่ามูลค่าอยู่ที่เกือบ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ 

หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ให้สัมภาษณ์กับสปริงนิวส์ แบไต๋ให้เห็นภาพที่ชัดเจน จะจะแบบแจ่มแจ้ง ว่าใครได้ประโยชน์มากที่สุดจากเกมนี้ ไม่ว่า ByteDance จะขายสิทธิ์ TikTok หรือประกาศชน ไม่ขาย ยอมโดนแบนก็ตาม... 

โดย หนุ่ย พงศ์สุข ได้เริ่มต้นไล่เรียงตั้งแต่การเติบโตอย่างรวดเร็ว ของ TikTok ดังนี้ 

“ปกติอะไรที่มันจะประสบความสำเร็จได้ในโลกออนไลน์วันนี้ มันก็ต้องมีจำนวนคนที่มากมหาศาลในเวลาอันสั้น

“ซึ่ง TikTok ก็ตอบโจทย์นี้บวกกับเรื่องเครื่องมือการตัดต่อวีดีโอที่ใช้คำว่าง่ายที่สุด เท่าที่โลกมือถือเคยหยิบยื่นให้กับผู้คน

“มันง่ายจริงๆ น่ะ เพราะปกติถ้าตัดต่อต้องรู้จักซอฟแวร์ตัดต่ออะไรต่างๆ ยิ่งที่ผ่านมาเนี่ย ก่อนหน้าที่จะมีเครื่องมืออันสะดวก คนก็เคยอัศจรรย์กับพวกยูทูบเบอร์ หรือ นักอินสตราแกรมเก่งๆ ใช่ไหม ที่ทำภาพการตัดต่อ แบบอิลลูชั่น หลอกตาเรา อย่าง Zach King มันก็เหมือนเป็นตัวเบิกโรงมาว่า เฮ้ยสามารถทำวีดีโอให้สนุกระดับนี้ได้

“ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนอยู่ไกล จริงๆ แล้วอยู่ใกล้ หลอกตาเรา แล้วยิ่งมาตอบโจทย์เรื่องเพลง จริงๆ แล้ว TikTok โดบริษัท ByteDance นี้ ก็ลงทุนเรื่อเพลงเยอะนะครับ ก็คือไปซื้อลิขสิทธิ์เพลงดังๆ มา เพลงหลายเพลงมันก็แจ้งเกิด เพราะ TikTok เหมือนกัน

“เราก็ได้เห็นคนเล่นสนุกกับมัน อยู่ๆ เต้นปุ๊บ ก็มีตัวเองเบิ้ลเป็นเหมือนแดนเซอร์ทั้งแผง หรือสามารถเล่าเรื่องอย่างสนุก เอาเสียงคนอื่นมาพากษ์ มาอะไรต่างๆ ซึ่งนี่แหละผมว่า เป็นปัจจัยความสำเร็จของ TikTok ในวันที่โลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก แทบจะเต็มแล้ว”

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

หนุ่ยได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จในโลกออนไลน์ ซึ่ง Tiktok สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด โดยแจกแจงเป็นข้อๆ ว่า   

“จริงๆ มันมีปัจจัยอยู่ 4 อย่างในอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้คนคลิกเข้ามาดูกันมากๆ

“1. ก็คือ ขำด้วยกัน อะไรก็ตามที่มันตลกพร้อมๆ กันเนี่ย เหมือนความตลกมวลชน ทุกคนก็จะวิ่งเข้ามา อยากรู้ว่ามันสนุกอย่างไร

“2. สงสัยด้วยกัน เดี๋ยวนี้ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวพาดหัวเป็นคำถามหมด สื่อสารมวลชนเรียนมา ให้พาดหัวเป็นสรุปความ แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ เป็นคำถามทั้งสิ้น หรือใส่เป็นประเด็นคำถามไว้เช่นมันยังไง จริงหรือ สิ้นสุดกันทีไหม ซึ่งคำพวกนี้ สงสัยด้วยกัน คนก็กดเข้าไป

“3. โกรธด้วยกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเป็นมลพิษ แต่ว่าก็ต้องยอมรับว่าเป็นมุมล่อให้คนคลิก คือเกิดความโกรธจากกรณีที่อาจจะเป็นความไม่ยุติธรรมในสังคม ปัญหาชนชั้น คุกมีไว้ขังคนจนเท่านั้นหรือ อะไรพวกนี้ คนก็จะกรูเข้ามากด

“4. สุดท้าย ฟลุ๊ค ฟลุ๊คแฟกเตอร์ เนี่ยบางคนบอกไม่มีข้อตายตัว แต่สำหรับผม ผมคิดว่ามันคือของใหม่ ที่ไม่เคยมีในช่วงเวลานั้น อยู่ๆ มันอุบัติขึ้นมา คนก็วิ่งเข้ากรูดูของใหม่

“ฉะนั้น TikTok มันคืออันนี้แหละครับ มันคือของใหม่ ของใหม่ที่มันมีความตลก มันมีความขำ มันมีความสงสัย มันมีคอนเทนต์ที่หลากหลายมากพอ ที่คนจะเสพติดมันได้โดยไว”

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

และจากกรณีที่ทรัมป์อ้างว่า ต้องแบน TikTok เพื่อความมั่นคง ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเช่นนั้นหรือ ?

“โดนัลด์ ทรัมป์ กังวลครับ กังวลว่า จะสอดแนม จะติดตาม แหม แอปเฟซบุ๊ก และก็ทุกๆ แอป มันก็ติดตามทั้งนั้นแหละ

“Google Maps ทุกวันนี้ ก็ดูได้แล้วใช่ไหมว่า เราไปไหนมาบ้าง ถ่ายรูปอย่างนี้ ไอโฟโต้ บนไอโฟน อย่างนี้ เราก็รู้อยู่แล้วว่า เราไปถ่ายตรงตำแหน่งไหนบนผืนโลก

"ฉะนั้นเอาจริงๆ มหาอำนาจตื่นกลัวเพราะว่า เคยทำสิ่งนั้นมาก่อน กลัวว่าจะเสียรังวัด เป็นคนอื่นเข้ามาวัดผลตรงนี้

“ก็รู้สึกว่า Data Is The New Oil ขุมพลังของแหล่งข้อมูล มันเป็นเหมือนขุมพลังน้ำมัน มันกลายเป็นโลกใหม่ ที่ทุกคนต้องการเดต้าอนาเลติก

"แล้ววันนี้จีนก็กำลังสยายปีกความเป็นมหาอำนาจทางขั้วโลกใหม่ทางเศรษฐกิจ คงเป็นธรรมดาที่ทรัมป์จะออกมา เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก

“หัวเว่ย ก็แบนไปแล้ว ก็แบนสำเร็จด้วย แต่ว่าวันนี้ น่าจะมีทางออก สำหรับ TikTok ในเรื่องของการเรียกว่า ควบรวมกิจการโดยบริษัทอเมริกัน

“สิ่งที่ผมมองว่า การแบนครั้งนี้ มันมีนัยยะซ่อนอยู่เล็กน้อย ตรงที่ว่ามันไม่ได้แบนทันที มันไม่ได้เหมือนหัวเว่ย ที่อยู่ๆ ประกาศ โช๊ะ แล้วควอร์เตอร์ถัดไป หรือเครื่องที่ผลิตหลังจากวันที่นี้ จะไม่มี Google Services แล้ววันนั้นทุกคนตกใจกว่านี้

“แต่วันนี้ ทำไม TikTok ไม่ค่อยตกใจ เพราะว่า อยู่ๆ ซาเทียร์ นาเดลลา ที่บางคนเรียกว่า Satya Nadella หรือคุณสัตยา เนี่ยนะ ซีอีโอ Microsoft ก็ประกาศว่าจะซื้อ อยากจะ Acquires TikTok แล้วก็เข้าไปหารือกับโดนัลด์ ทรัมป์ เรียบร้อยว่า ขอซื้อได้

“มูลค่ายังไม่เปิดเผยกันนะ (อาจจะสูงกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) เพราะว่า เอาจริงๆ ก็คงจะซื้อสูงหน่อย เพราะ Microsoft ก็ถนัดซื้อของแพงอยู่แล้ว

“ซื้อ Nokia ในอดีตก็แพง ซื้ออะไรก็แพง แต่ว่า Microsoft น่าจะมี Passion ในการซื้อโซเชียลเน็ตเวิร์กนี้ที่สุด เหตุผลเพราะว่าตัวเองยังไม่มีพื้นที่ในแผนที่โซเชียลเน็ตเวิร์ก

“ฉะนั้นวันนี้คงต้องซื้อแหละ แต่มูลค่าจะจบอย่างไรผมไม่แน่ใจ แล้วเอาจริงๆ จีน กระแสข่าวออกมา ก็ไม่ได้อยากขาย มันเหมือนบีบบังคับให้ขาย ให้จบภายใน 45 วัน

“คือทรัมป์อนุญาตแล้วว่า Microsoft จะซื้อ TikTok ได้เลย แต่ 45 วันต้องดิวจบนะ ทีนี้การจะดิวแบบรีบๆ เนี่ย ในเชิงของทักษะการเจรจาธุรกิจคงไม่ถูก คงไม่ได้เป็นดิวที่จบด้วยการเป็นตัวเลขน้อยๆ คงเป็นดิวที่จบด้วยตัวเลขอัศจรรย์พอสมควร

“เพราะว่าตอนนี้ Growth Rate ของ TikTok มันสูงมาก แม้ยังไม่เข้าสู่หลักพันล้าน User แต่ว่าการโตแบบต่อเนื่อง แบบหลายร้อยเปอร์เซ็นต์เนี่ย มันเมคมูลค่าได้มาก

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตของ TikTok ส่งผลกระทบกับ Facebook เต็มๆ ในอดีตวิธีที่ Facebook ใช้สกัดดาวรุ่ง ก็คือซื้อ แต่ในเวลานี้ ก็ยากที่ Facebook จะทำอย่างนั้นได้

“แน่นอน เฟซบุ๊ก โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ลั่นคำว่า TikTok ออกมาใน Speech 2 ทีแล้ว นักวิเคราะห์บอกเลย มาร์กกังวล มีความกลัว หรือกังวลอยู่ว่า TikTok มันจะโค่นมันจะแซง

"ในอดีต เขากังวลอะไร เขากังวลอินสตาแกรม เขาก็ไปซื้ออินสตาแกรม เควิน ซิสตรอม คนอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ มันคุยกันง่าย ทำงานอยู่กูเกิล เป็นศิษย์เก่า

“ทำงานอยู่โต๊ะข้างพี่กระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ที่ตอนนี้อยู่ KBTG มันก็คุยกันได้ เพราะเป็นฝรั่งเหมือนกัน แล้วก็อยู่ใน Gen เดียวกัน เขาก็บอก เฮ้ย เรามาร่วมกันดีกว่า

“แต่พอร่วมกันปุ๊บ อินสตาแกรมถูกบอนไซนะ ความสามารถ ฟีเจอร์ มันไปเริ่มที่เฟซบุ๊กก่อน เฟซบุ๊กขโมยหลายฟีเจอร์ของอินสตาแกรมมาใช้มาเป็นตัวหลักของตัวเองนะ

“เฟซบุ๊กสตอรี่ อะไรต่างๆใช่ไหม ไลฟ์ อย่างนี้ แต่ว่าสิ่งที่ผมคิดว่า TikTok มาร์กไม่น่าจะทำก็คือ การที่เฟซบุ๊กจะกระโดดไปเป็นบริษัทที่ซื้อ TikTok ซะเอง

“เพราะว่าวันนี้ เขาก็โดนสภาคองเกรส เรียกไปสอบเรื่องผูกขาดอยู่แล้ว เขาโดนข้อหาผูกขาดพร้อม 3 บริษัทเทค อเมซอน กูเกิล และแอปเปิ้ล

"วันก่อนแถลงสภา ปากสั่นเลย กินน้ำบ่อยมาก จิบ จิบ อยู่นั่นแหละ เพราะว่ามาร์กเองก็ตื่นเต้นกับเรื่องอะไรแบบนี้

“เขาก็คงไม่ขยับตัวไปซื้อ TikTok ตัดหน้า Microsoft หรอก เพราะว่าถ้าซื้อ TikTok มาอีก มันกินรวบตลาดเลย แล้วอเมริกา กฎหมายเรื่องแอนตี้ทรัสต์ หรือการผูกขาดทางการค้า มันรุนแรง

"ก็เป็นเรื่องดีนะที่ประเทศเสรีมีมุมคิดแบบนี้ เพราะไม่นั้นแล้ว มันจะกลายเป็นบริษัทใดบริษัทหนึ่งครองโลกไปเลย อย่างตอนนี้ 4 บริษัทร่วมกัน มันก็ครองโลกได้อยู่แล้ว”

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

กรณีการบีบให้ขาย TikTok อาจไม่ถูกมองว่า มีวาระซ้อนเร้น หากไม่ใกล้ถึงช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ซึ่งในประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ หนุ่ยออกตัวว่า ตนไม่สันทัดนัก แต่เท่าที่ฟังๆ มา ก็มีความเป็นไปได้ว่า นี่คือหมากของทรัมป์ ที่ได้วางไว้ 

เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ตัวเอง เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว TiKTok จะถูกขาย หรือถูกแบนก็ตาม

“ผมอธิบายแบบนี้ครับ ถ้าจะรีเลทไปที่ประเด็นการเมือง ผมอธิบายแบบนี้ ผมเนี่ยฟังเขามานะ เขาบอกว่าการที่ประธานาธิบดี 1 คน จะสามารถเป็นสมัยที่ 2 ได้ เพราะอเมริกาเขาชัดเจนว่า คนหนึ่งได้ 2 สมัยติด ก็คือทรัมป์นี่ได้ไปแล้ว 1 สมัย เดี๋ยวจะต้องเลือกตั้งกันอีกแล้ว

“การจะเป็นทรัมป์อีกครั้ง มันก็จะมีอยู่ 2 ปัจจัย 1.เศรษฐกิจดีขึ้นมากๆ อเมริกันชนก็จะออกไปเลือกประธานาธิบดีคนเดิม เพื่อที่จะก้าวข้ามไปสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง

“เศรษฐกิจจะดีขึ้นมากๆ มันเหลือเวลาไม่กี่เดือนเองนะ มันเป็นไปไม่ได้แล้ว ไม่ทันแล้ว มีโควิดอีก ฉะนั้นยากมาก

“กับปัจจัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ชาติอเมริกาเนี่ย การที่มีศึกสงครามอยู่ ประชาชนจะไม่เปลี่ยนม้าศึกในขณะที่กำลังรบอยู่ ก็จะสามารถเป็นประธานาธิบดี สมัยที่ 2

“ฉะนั้นวันนี้ คงยังไม่ได้ยิงบอมบ์ใส่กันหรอก หวังว่าเนอะ ก็เป็น Trade war (สงครามการค้า) ไปก่อน เป็นศึกสงครามที่เกิดจากถ้อยทวีตเนี่ยแหละ

“แล้วก็ทรัมป์ทำงานง่าย คือโอเค หน้าตาเขาอาจจะคร่ำเครียดตามสไตล์ แต่เอาจริงๆ เขาเป็นประธานาธิบดีที่ทำงานง่ายคนหนึ่งในประวัติศาสตร์นะ เพราะว่าเพียงแค่ทวีต มันก็เกิดเรื่องราวแล้ว ก็ต้องยอมรับ เขาใช้สื่อเป็น

“แล้วถ้าเรื่อง Cambridge Analytica ที่มีการแฉฉาวออกมาเนี่ย ก็แปลว่าเขาเข้าใจ Algorithm หรือกระบวนการให้ข้อมูล อันเกิดประโยชน์ต่อตัวเอง

“จากคำกล่าวหาที่ว่า ในสวิงสเตทของสหรัฐ แล้วมี Cambridge Analytica มาเนี่ยทำให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเนี่ย ไม่ได้เอาข้อมูลทรัมป์ไปยัดใส่หน้าจอคนที่ยังลังเลไม่เลือกนะ แต่เอาข้อมูลด้านลบของฮิลลารีไปใส่หน้าจอของคนที่ยังลังเลไม่เลือก จึงมาเลือกทรัมป์

“ปกติ ถ้าคุณจะโปรโมทตัวเอง คุณก็จะต้องเลือกโปรโมทตัวเอง ตามชื่อถูกไหม แต่ทรัมป์ฉลาดกว่า ใช้คำว่าโปรโมทข้อเสียของคู่แข่ง ก็เป็นการตลาดที่เหนือชั้นอีกระดับหนึ่ง เพราะมาจากนักธุรกิจ

“ในเชิงการเมือง ผมฟังเขามา เพราะผมก็ไม่ได้สันทัดเรื่องนี้ แต่ผมก็มีความเห็นว่า น่าจะใช่ มุมมองว่า ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ก็ต้องเล่นสงคราม เพื่อที่จะ Continue ต่อยอด...

“ตำแหน่งหรืออำนาจ ล้อเล่นได้ที่ไหนครับ ใครอยู่บนนั้น ก็ยังอยากที่จะอยู่ตรงไป Game of Thrones ครับ ลงจากหลังเสือ แล้วเสือกัดเอา ก็ต้องพยายาม Continue ความเป็น Thrones นี้ต่อไป”

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด