ข่าว

ส่องภาพปัจจุบัน “หม่อมเหยิน” อดีตตลกรุ่นใหญ่ หลังประกาศบวชไม่สึก

หายหน้าหายตาไปนาน สำหรับตลกรุ่นใหญ่ อย่าง “หม่อมเหยิน ประสิทธิ์ เทศทะวงศ์” มีฟันเหยินเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น ซึ่งในวัยเด็ก หม่อมเหยินเป็นเด็กวัดจบการศึกษาแค่ระดับชั้น ป.4 รู้ถึงความลำบาก จึงทะเยอทะยานอยากเป็นศิลปิน จึงเริ่มต้นด้วยการเล่นลิเก และเป็นตลกในวงดนตรีลูกทุ่ง จนกระทั่งเพื่อนสนิท”จุมจิ๋ม เข็มเล็ก” พาไปรู้จัก “ดี๋ ดอกมะดัน”และได้อยู่ในคณะของ “ดี๋” ต่อมา”ดี๋”มีงานละครเยอะจึงยกคณะตลกให้”หม่อมเหยิน”ดูแล ชีวิตของหม่อมเหยินก็สุขสบายมากขึ้น กระทั่งเจอกับพิษเศรษฐกิจ เขาจึงผันไปทำธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นชนวนทำให้เกิดหนี้นับล้าน ชีวิตที่ไม่เคยย่อท้อจึงดิ้นรนต่อสู้หาเงินมาใช้หนี้จนหมด

จนกระทั่ง “หม่อมเหยิน” จึงผันไปทำธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นชนวนทำให้เกิดหนี้นับล้าน จนหันไปเร่ขายไอศกรีมมะพร้าว ตั้งแต่ปี  2552  ที่มีทั้งหมด 3 สาขา พร้อมยืนยันว่าลูกไม่ได้ทอดทิ้ง ด้วยข้อความระบุว่า “การที่เราเกิดมา เราคิดอย่างเดียวว่าเราเกิดมาเพื่อเป็นการศึกษาชีวิตตัวเอง ว่าชีวิตเรามันจะดำเนินไปทางไหน เราอย่าเอาไอ้ที่เราเคยมีชื่อเสียงมาติดไว้ในตัวเรา อย่าย้อนหลัง เราต้องเดินหน้า คนเราถ้าคิดย้อนหลังบางทีเป็นโรคซึมเศร้า คิดมาก ฉันหมดเงินหมดทองไปเยอะแยะ ผมคิดอยู่แค่วันนี้กับวันพรุ่งนี้ วันนี้ทำให้ดีที่สุด วันพรุ่งนี้จะไปตรงไหน”

จากนั้น “หม่อมเอ็ม อรรถพล เทศทะวงศ์” ลูกชาย ก็ได้โพสต์ภาพ “หม่อมเหยิน” ที่อยู่ในผ้าเหลือง พร้อมข้อความว่า “หลวงพ่อของฉันอยู่อย่างธรรมะ  อยู่อย่างธรรมชาติ อยู่อย่างธรรมดา”

 

 

โดย “พระประสิทธิ์”  ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  โดยมีกำหนดบวช 9 วัน แต่ในขณะเดียวกันนั้นท่านสึกกันหมดแล้ว อาตมาก็ยังไม่สึก จนกระทั้งญาติโยมครอบครัวและลูกๆขอร้องว่าคุณพ่ออายุมากแล้วบวชถวายพ่อหลวง  ก็มาตรงกับความคิดเมื่อบวชถวายพ่อหลวงแล้วก็จะบวชไม่สึกเพื่อทดแทนบุญคุณในพระพุทธศาสนา  ประกอบกับทางครอบครัวไม่มีปัญหาเหมือนว่าใจตรงกันก็เลยอธิฐานจิตก็ขอบวชตลอดชีวิตเพราะตั้งใจ  ซึ่งก็เหลือน้อยแล้วอายุจะมีสิ่งใดเล่าที่จะทดแทน ก็มีสีผ้าเหลือนี้เป็นเครื่องตอบแทนต่อพระองค์ท่าน ปัจจุบันจำพรราษา อยู่ที่วัดธรรมปัญญา  อ.บ้านนา จ.นครนายก

พร้อมทั้งบอกเหตุผลที่บวชไม่สึกว่า “เราเดินในทางที่เห็นแสงสว่างในระหว่างที่เราอายุก็เยอะแล้ว แสงสว่างที่เราเรียนอยู่ขณะ ทำให้เราได้พบประจักษ์กับกายกับใจมนุ ษย์เราทั้งหลายที่ไม่ได้ไขว้ค ว้ารู้ เมื่อเราเรียนรู้เราจะได้นำสิ่งไปบร รยายธร รมกับญาติโยมได้รู้ต่อไปเพื่อว่าสิ่งที่เขากำลังมึนเมาต่างๆเขาจะได้ลดละได้ เพราะในฐานะที่เราเป็นคนสนุกสนานแต่ทำไมเราถึงลงมาตรงนั้นได้”